ใน ,

Tesla Model Y L อัปเกรด Acceleration Boost 0-100 แรงขึ้น 4.5 วินาที! พร้อมทดสอบอัตราเร่งจริง

Tesla Model Y L รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ Dual Motor ที่เปิดให้สั่งซื้อตั้งแต่ ต.ค. 2026 หรือไตรมาสที่ 4 เป็นต้นไป ได้รับการอัปเกรดซอฟต์แวร์ฟังก์ชัน Acceleration Boost ให้ใช้งานทันทีโดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม ช่วยปลดล็อกอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. จาก 5.0 วินาที เหลือเพียง 4.5 วินาที ในราคาตัวรถที่ไม่เกิน 2,000,000 บาท

Tesla Model Y L อัปเกรด Acceleration Boost 0-100 แรงขึ้น 4.5 วินาที! พร้อมทดสอบอัตราเร่งจริง

Tesla Model Y L มีการอัปเกรดสมรรถนะครั้งใหม่สำหรับผู้ที่สั่งจองตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปี 2026 โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายปลดล็อกซอฟต์แวร์เพิ่มเติม พร้อมทั้งมีตัวเลือกสีตัวถังใหม่เข้ามาเสริมทัพ

ดีไซน์ภายนอก

รายละเอียดงานออกแบบภายนอกยังคงรูปแบบเดิมของตัวถัง SUV ขนาดใหญ่ไว้ทั้งหมด โดยมีรายละเอียดสเปก ดังนี้:

  • ตัวถังมีความยาวระดับ 4 เมตรปลายเกือบแตะ 5 เมตร
  • ระบบไฟหน้าแบบ Matrix รองรับการปรับแบบ Adaptive พร้อมไฟคาดยาวแบบไลท์บาร์
  • ติดตั้งกล้องหน้าและระบบกล้องบันทึกภาพรอบคัน
  • ล้อขนาด 19 นิ้ว รัดด้วยยาง Continental EcoContact 7S
  • ฝาครอบล้อแบบ Aero-dynamic ที่ออกแบบเพื่อลดแรงต้านอากาศ
  • หลังคาแบบ Panoramic Glass และกระจกหน้าต่างแบบ 2 ชั้นช่วยป้องกันเสียงรบกวน
  • มีตัวเลือกสีตัวถังใหม่ สีเงิน Cosmic Silver เป็นออปชันเสริมราคา 85,000 บาท

ความเห็นจากคลิปมองว่า รูปลักษณ์ภายนอกไม่ได้มีความแตกต่างจากเดิม และฝาครอบล้อแบบ Aero-dynamic ยังคงเป็นรุ่นที่ถอดแกะเพื่อเซอร์วิสได้ยากมากที่สุดรุ่นหนึ่งของแบรนด์

ห้องโดยสารและความสะดวก

พื้นที่ภายในห้องโดยสารเน้นความกว้างขวางเพื่อรองรับผู้โดยสารแบบครอบครัว โดยมีรายละเอียดอุปกรณ์ ดังนี้:

  • เบาะนั่งแบบ 3 แถว รองรับผู้โดยสารได้ 6 ที่นั่ง
  • การตกแต่งภายในคุมโทนสีดำ จับคู่กับเบาะนั่งสี Zen Grey
  • กระจกหน้าต่าง 2 ชั้นรอบคัน ช่วยซับเสียงรบกวนเข้ามายังห้องโดยสาร
  • เบาะแถว 3 มีพื้นที่ช่วงศีรษะลาดต่ำตามแนวหลังคา

ความเห็นจากคลิปมองว่า การนั่งโดยสารด้วยผู้ใหญ่หรือผู้ชาย 5 คนสามารถทำได้จริง แต่สำหรับพื้นที่เบาะนั่งแถวที่ 3 มีความเหมาะสมกับการให้เด็กนั่งมากกว่า เนื่องจากแนวกระจกหลังคาด้านหลังมีความลาดต่ำลงมาพอสมควร

เทคโนโลยีและหน้าจอ

ระบบควบคุมและแสดงผลข้อมูลส่วนใหญ่ยังคงเทคโนโลยีล้ำสมัยตามมาตรฐานเดิม โดยมีจุดที่เปลี่ยนแปลง ดังนี้:

  • หน้าจอกลางระบบสัมผัสขนาดใหญ่ 16 นิ้ว ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางควบคุมตัวรถ
  • ระบบไฟตกแต่งบรรยากาศภายในห้องโดยสารแบบ Ambient Light
  • เมนูการเร่งความเร็วในหน้าจอเปลี่ยนจาก Chill และ Standard มาเป็นตัวเลือก Chill และ Sport
  • ระบบแสดงข้อความปลดล็อก Acceleration Boost ในหน้าจอเมนูซอฟต์แวร์โดยตรง

การขับขี่และช่วงล่าง

การปรับแต่งระบบขับเคลื่อนและการเซ็ตติ้งช่วงล่างเพื่อรองรับสมรรถนะใหม่ มีรายละเอียดตัวเลขและผลทดสอบ ดังนี้:

  • ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Dual Motor มอเตอร์คู่หน้าและหลัง พละกำลังแรงม้าและแรงบิดเท่าเดิม
  • ปลดล็อก Acceleration Boost ทำให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ตามสเปกลดลงจาก 5.0 วินาที เหลือ 4.5 วินาที
  • ทำความเร็วสูงสุด Top Speed ได้เท่าเดิมที่ 201 กม./ชม.
  • ผลทดสอบจับเวลา 0-100 กม./ชม. จริงด้วยอุปกรณ์ Drag ขณะมีผู้โดยสารชาย 2 คน รอบแรกทำได้ 4.78 วินาที
  • ผลทดสอบรอบที่ 2 ในโหมด Sport ทำเวลาได้ 4.8 วินาที
  • ผลทดสอบรอบที่ 3 ที่ระดับแบตเตอรี่ 51% เวลาอ้างอิงตามสัญญาณ GPS อยู่ที่ราว 4.7-4.8 วินาที
  • ช่วงล่างระบบไฟฟ้าปรับระดับได้ รองรับโหมด Balance เน้นความแม่นยำและนุ่มนวล
  • มีโหมดช่วงล่าง Rear Comfort ปรับระบบซับแรงสะเทือนเพื่อความสบายของผู้โดยสารด้านหลัง

ความเห็นจากคลิปมองว่า การตอบสนองของอัตราเร่งมีความกระตุกออกตัวแรงในช่วงแรกก่อนจะพุ่งทะยานความเร็วขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง และระบบช่วงล่างแบบ Rear Comfort ช่วยลดแรงเหวี่ยงให้ผู้โดยสารด้านหลังนั่งได้สบายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

แบตเตอรี่ ระยะทางจริง และการชาร์จ

ด้านระบบกักเก็บพลังงานและการเดินทางไกลยังคงรักษามาตรฐานเดิมไว้ได้เป็นอย่างดี โดยมีข้อมูลตัวเลข ดังนี้:

  • ขนาดความจุแบตเตอรี่เท่าเดิมที่ 82 kWh
  • การทดสอบขับขี่เดินทางไกลจากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดเชียงใหม่ แวะชาร์จระหว่างทางเพียงครั้งเดียวที่ บิ๊กซี ตาก
  • สถานี Tesla Supercharger ในจังหวัดเชียงใหม่รองรับการใช้งานที่ บิ๊กซี และ มหิดล Backyard
  • หัวชาร์จของสถานีรองรับระบบ DC จำนวน 4 หัว และระบบ AC จำนวน 2 หัว

ข้อดี

  • ได้ฟังก์ชัน Acceleration Boost มาให้ทันทีโดยไม่ต้องจ่ายเงินซื้อเพิ่มผ่านแอปพลิเคชัน
  • อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. แรงขึ้นเป็น 4.5 วินาที ขับสนุกและตอบสนองได้ทันใจขึ้น
  • ช่วงล่างไฟฟ้าปรับได้หลากหลาย โดยเฉพาะโหมด Rear Comfort ช่วยให้นั่งสบาย
  • ราคาตัวรถไม่เกิน 2,000,000 บาท แลกกับพื้นที่ห้องโดยสาร 6 ที่นั่งถือว่าเข้าถึงได้ง่าย
  • การเดินทางไกลใช้พลังงานคุ้มค่า แวะชาร์จเพียงครั้งเดียวขับถึงเชียงใหม่ได้

ข้อสังเกต

  • พื้นที่เบาะนั่งแถวที่ 3 มีเพดานลาดต่ำ เหมาะสำหรับเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ตัวสูง
  • หลังคากระจก Panoramic Glass ไม่มีม่านบังแดดติดตั้งมาให้จากโรงงาน มีความร้อนสะสมในห้องโดยสาร
  • ฝาครอบล้อแบบ Aero-dynamic ถอดแกะออกยากมากหากต้องการถอดมาเซอร์วิส
  • สีตัวถังใหม่ Cosmic Silver ต้องจ่ายเงินเพิ่มเป็นออปชันเสริมถึง 85,000 บาท

สรุป

Tesla Model Y L เป็นตัวเลือกรถยนต์ไฟฟ้า 6 ที่นั่งที่คุ้มค่ามากสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถขนาดใหญ่ในงบประมาณไม่เกิน 2,000,000 บาท โดยเฉพาะผู้ที่สั่งซื้อตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ของปี 2026 ที่ได้ความแรงเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนจากการติดตั้ง Acceleration Boost มาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานโดยไม่ต้องจ่ายเงินอัปเกรดเพิ่ม

ติดตามข่าวสารและรีวิวรถยนต์ไฟฟ้าได้ที่ iMoD Drive

ที่มา: iMoD Official

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย iMoD Drive Team