ยอดขายรถ EV ปี 2025 ยังเพิ่มขึ้นทั่วโลก และโตเร็วขึ้นกว่าเดิม
กระแสข่าวและความเชื่อที่แพร่หลายในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาว่ายอดขายรถ EV กำลังชะลอตัว แต่กลับกันเพราะยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลกในปี 2025 ไม่ได้ชะลอตัวลง แต่กลับเติบโตเร็วขึ้น จากรายงานล่าสุดของ Rho Motion แสดงให้เห็นว่า ในปี 2025 มีการขายรถ EV ทั่วโลกไปถึง 20.7 ล้านคัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 3.6 ล้านคัน มากกว่าการเพิ่มขึ้นในปี 2024 ที่อยู่ที่ 3.5 ล้านคัน และมากกว่าปี 2023 สะท้อนว่าแนวโน้ม EV ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แม้จะถูกโจมตีจากทั้งภาครัฐ และผู้ผลิตรถยนต์บางเจ้าก็ตาม

ตลอดปี 2025 สื่อจำนวนมากยังคงนำเสนอข้อมูลที่บิดเบือนเกี่ยวกับตลาดรถไฟฟ้า ถ้าติดตามเพียงพาดหัวข่าว คำแถลงทางการเมือง อาจทำให้หลายคนเชื่อว่ายอดขาย EV กำลังตกต่ำหรือกำลังเผชิญสภาวะถดถอย ทั้งที่ในความเป็นจริง ตัวเลขยอดขายยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แม้แต่ผู้ผลิตรถยนต์บางรายเองก็เชื่อข่าวเหล่านี้ และตัดสินใจลดแผนการผลิต EV ของแบรนด์เอง ทั้งที่จริง ๆ แล้วยอดขาย EV กลับเพิ่มขึ้น และยอดขายรถสันดาปกำลังเริ่มลดลง ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสียหายทางการเงินในระยะยาว
แต่ถ้ามองเพียงตัวเลขยอดขายจริง จะเห็นภาพที่แตกต่างอย่างชัดเจน เพราะความจริงคือยอดขาย EV ไม่เคยลดลงเมื่อเทียบปีต่อปี และในปี 2025 ก็ยังคงทำสถิติใหม่อีกครั้ง
ข้อมูลจาก Rho Motion และ Benchmark Minerals Intelligence แสดงให้เห็นว่า ยอดขาย EV ทั่วโลกในปี 2025 เพิ่มขึ้นถึง 20% เมื่อเทียบกับปี 2024 โดยแต่ละภูมิภาคมีการเติบโตตามนี้ครับ :
-
จีน : เพิ่มขึ้น 17% มียอดขาย 12.9 ล้านคัน
-
ยุโรป : เพิ่มขึ้น 33% อยู่ที่ 4.3 ล้านคัน
-
ประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก (Rest of World) : มียอดขาย 1.7 ล้านคัน เพิ่มขึ้นถึง 48%

สำหรับภูมิภาคเดียวที่ยอดขายลดลงคืออเมริกาเหนือ ยอดขาย EV ลดลง 4% เหลือ 1.8 ล้านคัน สาเหตุหลักมาจากการยกเลิกหรือปรับลดมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ เหมือนกันกับเคสของเยอรมนีในช่วงปลายปี 2023 ที่ยกเลิกเงินอุดหนุน EV กะทันหัน ทำให้ยอดขายในยุโรปชะลอตัวในระยะสั้น ก่อนจะกลับมาเติบโตแรงอีกครั้งในปี 2025
ในสหรัฐอเมริกา การปรับนโยบายที่ทำให้ราคารถ EV สูงขึ้นประมาณ 7,500 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 270,000 บาท) ส่งผลให้ยอดขายพุ่งแรงก่อนที่มาตรการจะสิ้นสุด และลดลงอย่างชัดเจนหลังจากนั้น แต่แนวโน้มนี้คาดว่าจะเป็นเพียงช่วงสั้น ๆ ก่อนที่ยอดขายจะกลับมาเติบโตอีกครั้ง
แต่สิ่งที่สำคัญไม่ใช่แค่ยอดขาย EV เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ อัตราการเติบโตยังเร่งเครื่องขึ้น ด้วย โดยจำนวนรถ EV ที่ขายเพิ่มในแต่ละปีมากขึ้นเรื่อย ๆ จาก 3.2 ล้านคันในปี 2023 เป็น 3.5 ล้านคันในปี 2024 และ 3.6 ล้านคันในปี 2025 หมายถึงการเติบโตที่เร็วกว่าเดิม ไม่ใช่ชะลอตัวอย่างหลายช่องทางได้ทำข่าว

ตรงกันข้าม ยอดขายรถสันดาปกลับลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยยอดขายทั่วโลกลดลงประมาณ 1 ใน 4 จากจุดสูงสุดในปี 2017 และมีแนวโน้มว่าจะไม่กลับไปถึงระดับเดิมอีกแล้ว

แม้ข้อเท็จจริงจะชัดเจนจากสถิติ และตัวเลข แต่ผู้ผลิตรถยนต์ฝั่งตะวันตกอีกหลายเจ้าก็เลือกที่จะชะลอการเปลี่ยนผ่านสู่รถ EV และกลับไปพึ่งพารถสันดาป ซึ่งเป็นตลาดที่กำลังหดตัว พร้อมกับการผลักดันข้อมูลที่บิดเบือนเพื่อให้รัฐบาลผ่อนปรนกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม
ในทางกลับกัน ผู้ผลิตรถยนต์จีนกลับเดินหน้าเต็มที่กับ EV ลงทุน พัฒนา และผลิตรถไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูงพร้อมทำให้ต้นทุนการใช้งานต่ำ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลก นี่คือหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้จีนก้าวขึ้นมาเป็นประเทศผู้ส่งออกรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลกในปัจจุบัน
บทเรียนจากปี 2025 ชัดเจนว่า ตลาด EV ยังไม่หยุดเติบโต และการมองย้อนกลับไปยึดติดกับรถสันดาป คือความเสี่ยงระยะยาวสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ ผู้ผลิตที่มองไปข้างหน้าและยอมรับความจริงของตัวเลขยอดขายเท่านั้น ที่จะอยู่รอดในยุคเปลี่ยนผ่านนี้ได้
ที่มา : Electrek
