ใน

Geely ผงาดง้ำ! แซง BYD ขึ้นเบอร์ 1 ตลาดรถจีน มกราคม 2026 ท่ามกลางภาวะตลาดซบเซา

ในช่วงเดือนมกราคม 2026 ตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลในประเทศจีนเผชิญกับสภาวะซบเซา อย่างไรก็ตาม Geely สามารถทำผลงานได้อย่างโดดเด่นจนแซงหน้า BYD ขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ทั้งในด้านยอดขายปลีกและยอดขายส่ง โดย Geely ทำยอดขายปลีกได้ 210,000 คัน และยอดขายส่ง 270,000 คัน ซึ่งทิ้งห่างอันดับสองไปถึง 80,000 และ 60,000 คันตามลำดับ

Geely ผงาดง้ำ! แซง BYD ขึ้นเบอร์ 1 ตลาดรถจีน มกราคม 2026 ท่ามกลางภาวะตลาดซบเซา

สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2026 Geely ตั้งเป้าจะเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ 1-2 รุ่นในทุกไตรมาส โดยตั้งเป้ายอดขายรวมทั้งปีไว้ที่ 3.45 ล้านคัน

อันดับยอดขายส่ง (Wholesale Volume)

  1. อันดับ 1 Geely: มียอดขายส่ง 270,000 คัน เพิ่มขึ้น 1.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน
  2. อันดับ 2 BYD: มียอดขายส่ง 206,000 คัน ลดลง 30.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน
  3. อันดับ 3 Chery: มียอดขายส่ง 194,000 คัน ลดลง 12% เมื่อเทียบกับปีก่อน
  4. อันดับ 4 FAW-Volkswagen: มียอดขายส่ง 128,000 คัน ลดลง 1.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน
  5. อันดับ 5 SAIC: มียอดขายส่ง 77,000 คัน พุ่งสูงขึ้นถึง 53.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน
  6. อันดับ 6 GWM: มียอดขายส่ง 75,000 คัน เพิ่มขึ้น 9.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน
  7. อันดับ 7 Tesla China: มียอดขายส่ง 69,000 คัน เพิ่มขึ้น 9.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน
  8. อันดับ 8 Changan: มียอดขายส่ง 68,000 คัน ลดลงอย่างมากถึง 64.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน
  9. อันดับ 9 SAIC-Volkswagen: มียอดขายส่ง 68,000 คัน ลดลง 9.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน
  10. อันดับ 10 GAC-Toyota: มียอดขายส่ง 63,000 คัน เพิ่มขึ้น 9.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน

ทางด้าน HIMA ซึ่งเป็นแบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ภายใต้ความร่วมมือของ Huawei สร้างปรากฏการณ์ด้วยการทำยอดขายปลีกเติบโตขึ้นถึง 65.5% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ส่งผลให้ก้าวเข้าสู่ทำเนียบ Top 10 เป็นครั้งแรก

ในทางตรงกันข้าม BYD กลับมียอดขายปลีกลดลงอย่างน่าตกใจกว่า 50% โดยมียอดขายเพียง 94,000 คัน เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ประมาณ 200,000 คัน ภาพรวมตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลในเดือนมกราคมมียอดขายปลีกรวม 1.544 ล้านคัน ลดลง 13.9% จากปีก่อน และลดลงเกือบหนึ่งในสามเมื่อเทียบกับเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

อันดับยอดขายปลีก (Retail Sales Volume)

  1. อันดับ 1 Geely: มียอดขายปลีก 210,000 คัน ลดลง 12.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน
  2. อันดับ 2 FAW-Volkswagen: มียอดขายปลีก 132,000 คัน ลดลง 3.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน
  3. อันดับ 3 BYD: มียอดขายปลีก 94,000 คัน ลดลงอย่างหนักถึง 53.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน
  4. อันดับ 4 SAIC-Volkswagen: มียอดขายปลีก 90,000 คัน ลดลง 9.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน
  5. อันดับ 5 Changan: มียอดขายปลีก 81,000 คัน ลดลง 33.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน
  6. อันดับ 6 Chery: มียอดขายปลีก 78,000 คัน ลดลง 41.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน
  7. อันดับ 7 FAW-Toyota: มียอดขายปลีก 65,000 คัน เพิ่มขึ้น 8.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน
  8. อันดับ 8 GAC-Toyota: มียอดขายปลีก 64,000 คัน เพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน
  9. อันดับ 9 HIMA: มียอดขายปลีก 58,000 คัน เติบโตอย่างโดดเด่นถึง 65.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน
  10. อันดับ 10 BMW Brilliance: มียอดขายปลีก 51,000 คัน ลดลง 3.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน

ในส่วนของยอดขายส่ง ผู้ผลิตรถยนต์ Top 10 มียอดรวมกัน 1.168 ล้านคัน (คิดเป็น 60% ของตลาด) โดย Geely ครองแชมป์ด้วยจำนวน 270,000 คัน (เพิ่มขึ้น 1.3%) ตามด้วย BYD 206,000 คัน และ Chery 194,000 คัน ซึ่งทั้งสามแบรนด์นี้ครองส่วนแบ่งตลาดรวมกันมากกว่า 30%

นอกจากนี้ SAIC มียอดขายส่งพุ่งขึ้น 53.6% โดยมีปัจจัยหลักมาจากผลประกอบการที่ยอดเยี่ยมของแบรนด์ MG ในตลาดต่างประเทศ ส่วน Tesla China มียอดขายส่ง 69,000 คัน (เพิ่มขึ้น 9.3%) โดยมีการส่งออกจากโรงงาน Shanghai Gigafactory เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Sakura P.