ใน

สรุปมูลค่าค่ายรถโลกปี 2025 ยักษ์จีนยังแกร่ง ยุโรปเริ่มขยับ สวนทาง Porsche ร่วง Top 10

การจัดอันดับมูลค่าบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ทั่วโลก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2025 มีการขยับสับเปลี่ยนตำแหน่งครั้งใหญ่ในกลุ่มบริษัทจดทะเบียนยักษ์ใหญ่ แม้ว่าตำแหน่ง 4 อันดับแรกจะยังคงเดิมเหมือนปีก่อนหน้า ตามรายงานของ CLS ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันระหว่างค่ายรถยนต์จีนและค่ายรถยนต์จากประเทศอื่น ๆ ในช่วงที่อุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนผ่านโครงสร้างครั้งสำคัญ

สรุปมูลค่าค่ายรถโลกปี 2025 ยักษ์จีนยังแกร่ง ยุโรปเริ่มขยับ สวนทาง Porsche ร่วง Top 10

Tesla, Toyota, Xiaomi และ BYD ยังคงครองตำแหน่งอันดับที่ 1 ถึง 4 ของโลกตามลำดับ โดยทั้ง 4 บริษัทมีมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า Tesla ยังคงเป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก ตามมาด้วย Toyota ในขณะที่ Xiaomi และ BYD รั้งอันดับ 3 และ 4

อันดับปี 2025 การเปลี่ยนอันดับ ค่ายรถยนต์ มูลค่าบริษัท ปี 2025 (ดอลลาร์) มูลค่าบริษัท ปี 2024 (ดอลลาร์) การเปลี่ยนแปลงมูลค่าบริษัท (ดอลลาร์)
1 Tesla 1,495.69 1,296.35 +199.34
2 Toyota 278.99 262.69 +16.30
3 Xiaomi 131.49 112.01 +19.48
4 BYD 130.23 107.85 +22.38
5 +1 General Motors 77.42 58.58 +18.84
6 +2 Mercedes-Benz Group 67.96 53.63 +14.33
7 +2 BMW Group 66.70 50.56 +16.14
8 −3 Ferrari 65.61 76.83 −11.22
9 +1 Volkswagen Group 62.02 47.11 +14.91
10 +3 Maruti Suzuki India 59.39 44.16 +15.23

สำหรับอันดับ 5 ลงไป มีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ โดย BMW, Mercedes-Benz และ Volkswagen มีอันดับที่สูงขึ้น ในขณะที่ Porsche หลุดจาก 10 อันดับแรกของโลก

ส่วน Maruti Suzuki จากอินเดียเข้ามาอยู่อันดับที่ 10 ทำให้เหลือเพียงบริษัทจากจีนแค่ 2 แห่งเท่านั้น คือ Xiaomi และ BYD ที่ติดอยู่ในกลุ่ม Top 10

ความสำเร็จของ Xiaomi ส่วนหนึ่งมาจากคำแถลงของ Lei Jun ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ ที่ระบุว่าในปี 2026 บริษัทจะมุ่งเน้นการบริหารไปที่ธุรกิจรถยนต์มากขึ้น โดยตั้งเป้าส่งมอบรถในปี 2026 ไว้ที่ 550,000 คัน หลังจากปี 2025 ที่ผ่านมาทำยอดส่งมอบไปได้กว่า 410,000 คัน

ด้าน BYD ตามมาติด ๆ ในอันดับ 4 ด้วยมูลค่าตลาด 130,230 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4.43 ล้านล้านบาท) ซึ่งน้อยกว่า Xiaomi ที่มีมูลค่า 131,490 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4.47 ล้านล้านบาท) เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

โดยในปี 2025 BYD มียอดขายรถยนต์พลังงานใหม่รวม 4.602 ล้านคัน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นรถยนต์ไฟฟ้าล้วน (BEV) ถึง 2.2567 ล้านคัน แซงหน้ายอดขายรถ EV ของ Tesla ที่ทำได้ 1.64 ล้านคันในช่วงเวลาเดียวกัน

สำหรับภาพรวมใน 50 อันดับแรก มีบริษัทจีนติดโผอยู่ 19 แห่ง ลดลงจากปีที่แล้วที่มี 21 แห่ง ซึ่งมีทั้งค่ายรถเดิมและค่ายรถไฟฟ้าน้องใหม่

ตัวอย่างเช่น Seres Group ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 18 ด้วยมูลค่า 30,150 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.02 ล้านล้านบาท) Great Wall Motor ขึ้นมาอยู่อันดับ 20 ด้วยมูลค่า 27,710 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 9.42 แสนล้านบาท) ขณะที่ SAIC Motor ร่วงลงไปอยู่อันดับ 21 ส่วน Geely Automobile ขยับขึ้นมาอันดับ 22 และ Chery Automobile ที่เพิ่งเข้าตลาดหุ้นไปเมื่อเดือนกันยายน ก็ติดอันดับที่ 24

ที่มา carnewschina

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Sakura P.