GWM ปล่อยของใหญ่รับต้นปี 2026 กับการเปิดตัว GWM One แพลตฟอร์มใหม่สุดล้ำที่ขับเคลื่อนด้วย AI พร้อมเผยโฉม SUV พี่เบิ้ม ที่ฉีกกฎรถไฮบริดเดิม ๆ ด้วยความสามารถในการ วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ไกลทะลุ 400 กม. แถมยังชาร์จไวสุด มาชมรายละเอียดกัน
GWM เปิดตัวแพลตฟอร์ม GWM One พร้อมเผยโฉม SUV รุ่นแรก ยาว 5.3 ม. วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ 400 กม. และประหยัดน้ำมันเยี่ยม
GWM ได้เปิดตัวแพลตฟอร์มยานยนต์ใหม่ในชื่อ GWM One อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมกราคม 2026 พร้อมกับเปิดตัวรถ SUV รุ่นแรกที่สร้างบนแพลตฟอร์มนี้ โดยแพลตฟอร์มดังกล่าวมีชื่อภาษาจีนอย่างเป็นทางการว่า Guiyuan ซึ่งมาจากการเปิดให้สาธารณชนร่วมตั้งชื่อ

แพลตฟอร์มนี้ถูกออกแบบให้เป็นสถาปัตยกรรมขุมพลังขับเคลื่อนเต็มรูปแบบที่ทำงานด้วยระบบ AI (Native AI) รายแรกของโลก รองรับระบบขับเคลื่อนที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell), เครื่องยนต์สันดาป, ไฟฟ้าล้วน (BEV), ไฮบริด และปลั๊กอินไฮบริด
นอกจากนี้ GWM One ยังรองรับการติดตั้งมอเตอร์คู่ โครงสร้างตัวถังแบบโมดูลาร์ และระบบกระจายแรงบิดอัจฉริยะ ทำให้สามารถพัฒนารถได้หลากหลายประเภทบนแพลตฟอร์มเดียว ทั้ง SUV, รถเก๋ง, รถ MPV และรถกระบะ

ทางด้านแบรนด์ Wey ของ Great Wall Motors ได้เผยภาพทีเซอร์อย่างเป็นทางการของรถ SUV รุ่นแรกที่ใช้แพลตฟอร์ม GWM One โดยคาดว่าจะเป็นรุ่นเรือธงที่มีชื่อว่า Hujue
ข้อมูลจากบริษัทระบุว่ารถคันนี้มีความยาวประมาณ 5.3 เมตร และน่าจะมาพร้อมที่นั่งแบบ 3 แถว (2+2+2) ใช้ระบบปลั๊กอินไฮบริดทำงานคู่กับเครื่องยนต์ 2.0T สามารถทำอัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ได้ภายใน 4.4 วินาทีเมื่อแบตเตอรี่เต็ม และ 4.7 วินาทีเมื่อแบตเตอรี่ต่ำ

นอกจากนี้ สื่ออย่าง Auto-home รายงานว่า SUV รุ่นนี้จะใช้สถาปัตยกรรมไฮบริดแรงดันสูง 800V แบตเตอรี่ไฮบริดระดับ 6C ซึ่งช่วยให้วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลกว่า 400 กิโลเมตร พร้อมระบบชาร์จเร็วที่สามารถเพิ่มระยะทางขับขี่ได้ 200 กิโลเมตร ในเวลาเพียง 5 นาที
แพลตฟอร์มนี้มีการผสานรวมระบบ AI ขั้นสูง รวมถึงตัวแทนอัจฉริยะ ASL และโมเดลขนาดใหญ่แบบ Dual VLA ซึ่งบริษัทระบุว่าระบบเหล่านี้จะทำหน้าที่จัดการข้อมูลทั้งระบบขับเคลื่อน ช่วงล่าง และระบบช่วยขับขี่ พร้อมประสานการทำงานระหว่างฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เพื่อให้รถมีสมรรถนะสูงสุด โดยรถ SUV รุ่นนี้จะมีระบบช่วงล่างถุงลม ระบบความปลอดภัยแบบคาดการณ์ล่วงหน้า และระบบควบคุมการเคลื่อนที่แบบชีวภาพ (Bionic motion control) เพื่อเพิ่มความมั่นคงในการขับขี่และความปลอดภัยของผู้โดยสาร

สถาปัตยกรรมของ GWM One ถูกออกแบบโดยใช้แนวคิดโมดูลาร์แบบ Movable Type โดยแบ่งฮาร์ดแวร์ออกเป็น 49 โมดูลหลัก เช่น เครื่องยนต์ เกียร์ และแบตเตอรี่ รวมถึงชิ้นส่วนที่ใช้ร่วมกันอีก 329 ชิ้น ในส่วนของการตั้งค่าซอฟต์แวร์ก็เป็นแบบโมดูลาร์เช่นกัน เพื่อให้ AI สามารถจับคู่ความสามารถของรถให้เข้ากับสถานการณ์การใช้งานของผู้ใช้แต่ละคนได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและลดการใช้แรงงานมนุษย์ในกระบวนการออกแบบและผลิต

ตัวเลขสมรรถนะที่ Great Wall Motors เปิดเผยระบุว่า SUV ขนาดใหญ่ (D-segment) รุ่นนี้ มีอัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. อยู่ที่ 4.4–4.7 วินาที ขึ้นอยู่กับปริมาณแบตเตอรี่ มีระยะทางขับขี่รวมสูงสุดตามมาตรฐาน WLTC ถึง 1,300 กม. โดยวิ่งด้วยโหมดไฟฟ้าล้วนได้มากกว่า 400 กม. และมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในโหมดไฮบริดเพียง 6.3 ลิตรต่อ 100 กม.

บริษัทระบุว่าการออกแบบแบบโมดูลาร์ช่วยให้ใช้ชิ้นส่วนร่วมกันได้มากขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และลดต้นทุนการเป็นเจ้าของ โดยแพลตฟอร์มนี้จะไม่รวมถึงสถาปัตยกรรมแบบ Range-extender

ท้ายที่สุด บริษัทได้ยืนยันว่าแพลตฟอร์ม GWM One จะเป็นรากฐานให้กับรถยนต์รุ่นต่าง ๆ ในอนาคตของเครือ GWM ทั้งหมด โดยมอบความยืดหยุ่นให้กับการผลิตรถยนต์หลากหลายประเภทและหลายรูปแบบขุมพลัง พร้อมทั้งติดตั้งระบบสมรรถนะและความปลอดภัยที่ขับเคลื่อนด้วย AI มาให้ในตัว
ที่มา carnewschina
