Honda ขาดทุนจากธุรกิจ EV รวมกว่า 1.71 พันล้านดอลลาร์ หลังขาดทุนติดต่อกัน 4 ไตรมาส ส่งผลให้บริษัทต้องทบทวนกลยุทธ์รถยนต์ไฟฟ้าครั้งใหญ่ พร้อมหันไปเน้นรถไฮบริดแทน
Honda ขาดทุนหนักจากการลงทุน EV
ในช่วง 9 เดือนสิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค. Honda รายงานการ write-off และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับ EV รวม 267.1 พันล้านเยน หรือประมาณ 1.71 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 57,000 ล้านบาท) แม้ยังไม่ถึงระดับการขาดทุนของ Ford แต่ก็เป็นสัญญาณที่น่ากังวลสำหรับกลยุทธ์ของ Honda

บริษัทได้ระงับรถ EV หลายรุ่นที่วางแผนไว้ และขาดทุนจากการดำเนินงานติดต่อกัน 4 ไตรมาส โดยในสามไตรมาสแรกของปีงบประมาณ ขาดทุนรวม 166.4 พันล้านเยน หรือ 1.07 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 35,700 ล้านบาท) คาดว่าตลอดทั้งปีอาจขาดทุนสูงถึง 700 พันล้านเยน หรือประมาณ 4.48 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 150,000 ล้านบาท)

Noriya Kaihara รองประธานบริหารของ Honda กล่าวว่า บริษัทจำเป็นต้อง “ทบทวนกลยุทธ์อย่างรากฐานเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันใหม่”
ยุติความร่วมมือกับ GM
สถานการณ์จะยิ่งหนักขึ้นอีก เมื่อ Honda กำลังยุติความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับ General Motors ในด้าน EV เนื่องจากยอดขายที่ช้าของ Acura ZDX และ Honda Prologue ซึ่งทั้งสองรุ่นใช้แพลตฟอร์ม Ultium EV ของ GM โดย Honda ได้ลดจำนวนรถที่ซื้อจาก GM และจ่ายค่าชดเชยให้

วางแผนกลยุทธ์ EV ใหม่ เน้นไฮบริด
เมื่อปี 2024 Honda ตั้งเป้าขาย EV 2 ล้านคันต่อปีภายในปี 2030 แต่บริษัทประเมินความนิยมของ EV ทั่วโลกสูงเกินไป ซึ่งได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนรัฐบาลในสหรัฐฯ เมื่อกว่า 12 เดือนที่ผ่านมา

Kaihara กล่าวว่า บริษัทวางแผนจะ “ปรับปรุงกลยุทธ์ EV ในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญ” และคาดว่าจะเปิดเผยแผนที่อัปเดตในเร็ว ๆ นี้
อย่างไรก็ตาม Honda เพิ่งยืนยันว่า Acura RSX ไฟฟ้าใหม่และ Honda 0 Series SUV ยังคงเปิดตัวตามกำหนดภายในปีนี้
หัวใจสำคัญของการปรับเปลี่ยนครั้งนี้คือการเน้นรถไฮบริดมากขึ้น โดย Honda ตั้งเป้าเพิ่มยอดขายไฮบริดเป็นสองเท่าที่ 2.2 ล้านคัน ซึ่งแสดงให้เห็นการเปลี่ยนทิศทางจากแนวทางที่เน้น EV อย่างชัดเจน
ที่มา: Carscoops
