NIO เตรียมเขย่าตลาดรถไฟฟ้าขนาดเล็กในไทย ด้วยการเปิดตัว Firefly ในวันที่ 5 มีนาคม 2026 นี้ โดย Firefly เป็นรถไฟฟ้าแฮทช์แบ็กขนาดกะทัดรัด ที่มาพร้อมจุดเด่นพิเศษคือระบบ Battery Swap ที่เป็นเทคโนโลยีเฉพาะของ NIO ที่ไม่มีคู่แข่งตัวไหนในไทยมี นอกจากนี้ยังมาพร้อมสมรรถนะที่แข็งแกร่งกว่ารถในกลุ่มเดียวกัน
ส่องสเปกจีน NIO Firefly รถแฮทช์แบ็กขนาดกะทัดรัด ก่อนเผยโฉมในไทย 5 มีนาคม นี้
Firefly ถือเป็นรถไฟฟ้ารุ่นแรกของแบรนด์ลูก Firefly by NIO ที่ออกแบบมาเพื่อตลาดรถเมืองขนาดเล็ก (City Car) โดยเฉพาะ แต่ก็ไม่ได้มาแบบธรรมดา ๆ เพราะมีจุดเด่นหลายประการที่ทำให้แตกต่างจากคู่แข่งในไทย

จุดเด่นที่โดดเด่นที่สุดของ Firefly คือการรองรับระบบ Battery Swap Generation 5 ของ NIO ซึ่งช่วยให้สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ภายในเวลาเพียง 3-5 นาที เท่านั้น แทนที่จะต้องรอชาร์จหลายสิบนาที ซึ่งเป็นทางเลือกที่สะดวกสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องเดินทางบ่อยหรือไม่มีเวลารอชาร์จ

อย่างไรก็ตาม ในไทยยังไม่มีข้อมูลว่า NIO จะติดตั้งสถานี Battery Swap หรือไม่ และจะมีกี่แห่ง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ระบบนี้ใช้งานได้จริงหรือไม่

นอกจาก Battery Swap แล้ว Firefly ยังรองรับการชาร์จ DC Fast Charging ที่กำลังสูงถึง 100 kW ซึ่งช่วยให้ชาร์จจาก 10-80% ได้ภายใน 29 นาที เร็วกว่า Geely EX2 (70kW), BYD Dolphin Dynamic (60 kW) และใกล้เคียงกับ MG4 Standard Range (88 kW) ทำให้เหมาะกับผู้ใช้งานที่ต้องเดินทางระยะไกล

แม้ Firefly จะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กกว่าคู่แข่ง (42.1 kWh) แต่กลับมีสมรรถนะที่แข็งแกร่งกว่า โดยให้กำลังสูงสุด 105 kW หรือ 141 แรงม้า พร้อมแรงบิด 200 นิวตัน-เมตร ทำให้สามารถเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 8.2 วินาที

สเปคเบื้องต้นของ NIO Firefly
ขนาดและการออกแบบ
Firefly มีขนาดความยาว 4,003 มม. กว้าง 1,781 มม. สูง 1,557 มม. พร้อมระยะฐานล้อ 2,615 มม. ซึ่งใกล้เคียงกับ Geely EX2 (4,135 มม.) และถือว่ากะทัดรัดกว่า BYD Dolphin (4,150 มม.) และ MG4 (4,287 มม.) ทำให้เหมาะกับการขับขี่ในเมืองและจอดรถได้ง่าย

ตัวถังแบบ 5 ประตู แฮทช์แบ็ก (5-door Hatchback) มาพร้อมที่นั่ง 5 ที่นั่ง และมีพื้นที่เก็บสัมภาระ
- ที่เก็บสัมภาระด้านหน้า (Frunk) ขนาด 92 ลิตร
- ที่เก็บสัมภาระท้ายรถขนาะ 335 – 400 ลิตร
- เมื่อพับเบาะหลัง: 1,253 ลิตร

แบตเตอรี่และระยะทาง
Firefly มาพร้อมแบตเตอรี่ LFP ขนาด 42.1 kWh ซึ่งให้ระยะทางสูงสุด 330 กม. (WLTP) หรือ 420 กม. (CLTC)

อัตราการบริโภคพลังงานอยู่ที่ 10.9 kWh/100km (WLTP) ซึ่งถือว่าประหยัดพอสมควร เหมาะกับการใช้งานในเมือง
ระบบขับเคลื่อนและมอเตอร์
- มอเตอร์: PMSM (Permanent Magnet Synchronous Motor)
- ระบบขับเคลื่อน: RWD (Rear-Wheel Drive) ขับเคลื่อนล้อหลัง
- กำลัง: 105 kW (141 แรงม้า)
- แรงบิด: 200 นิวตัน-เมตร
- 0-100 กม./ชม.: 8.2 วินาที
- ความเร็วสูงสุด: 150 กม./ชม.

ภายใน ความปลอดภัย และข้อมูลอื่น ๆ
- จอแสดงผลกลาง 13.2 นิ้ว + Instrument Display 6 นิ้ว
- ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ ADAS (Horizon J5)
- ถุงลมนิรภัย 9 ชุด
- ระบบเสียง 14 ลำโพง
- ล้อ 18 นิ้ว (215/50 R18)
- ช่วงล่างหลัง 5-arm Multilink จาก Multimatic






ด้านความปลอดภัย Firefly
ได้รับคะแนนจากการทดสอบ
- Euro NCAP: 5 ดาว (96% Adult, 87% Child)
- C-NCAP: 5 ดาว (89.5%)

สีตัวถังและภายใน
Firefly มีให้เลือก 6 สีภายนอก ได้แก่ Lime, Lavender, Marble, Sand, Graphite, Lava Stone และ 4 สีภายใน ได้แก่ Travertine, Pine, Plum, Obsidian

เมื่อ NIO Firefly เข้ามาในไทย จะต้องเจอกับคู่แข่งหลายรุ่นที่มีราคาและขนาดใกล้เคียงกัน ได้แก่ GEELY EX2 BYD Dolphin MG4 Electric Standard Range
สำหรับราคาในไทย NIO ยังไม่ได้เปิดเผยราคาอย่างเป็นทางการของ Firefly ในไทย แต่หากดูจากคู่แข่งในกลุ่มเดียวกัน คาดว่า Firefly จะมีราคาอยู่ในช่วง 600,000-750,000 บาท เพื่อแข่งขันกับ BYD Dolphin Extended (619,900 บาท) และ MG4 Standard Range (709,900 บาท)
