GWM Tank 300 เผยสเปกและราคาใหม่สำหรับรุ่นปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) โดยยังคงสมรรถนะการลากจูงที่แข็งแกร่งเหมือนรุ่นอื่น ๆ ในตระกูล พร้อมเพิ่มโหมดการขับขี่ใหม่สำหรับการลากจูงโดยเฉพาะ ซึ่งรถรุ่น GWM Tank 300 Hi4-T นี้จะเริ่มวางจำหน่ายในโชว์รูมที่ออสเตรเลียตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน 2026 เป็นต้นไป โดยมีให้เลือก 2 รุ่นย่อยคือ Lux และ Ultra
เปิดตัว Tank 300 Hi4-T SUV ออฟโรดตัวแรงในออสเตรเลีย วิ่งไฟฟ้าล้วน 115 กม.
ในด้านขุมพลัง รุ่น PHEV ใช้เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 4 สูบ 2.0 ลิตร ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่แบบนิกเกิลแมงกานีสโคบอลต์ (NMC) ขนาดใหญ่ 37.11kWh ให้ระยะทางการขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 115 กม. (มาตรฐาน NEDC) และเมื่อรวมกับน้ำมันจะวิ่งได้ไกลถึง 955 กม.

มีพละกำลังรวมสูงสุด 300kW และแรงบิดมหาศาล 750Nm สามารถทำความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 6.3 วินาที

อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 52.6 กม./ลิตร (1.9L/100km) แต่หากแบตเตอรี่เหลือน้อยจะขยับขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 12 กม./ลิตร (8.3L/100km) ซึ่งยังถือว่าประหยัดกว่ารุ่นไฮบริดปกติเล็กน้อย นอกจากนี้ในรุ่น PHEV ยังมีสีตัวถังพิเศษคือสีทราย Sundrift Sand ซึ่งจะมาแทนที่สีแดง Lunar Red ที่มีในรุ่นอื่น






ระบบขับเคลื่อนและประสิทธิภาพ Tank 300 Hi4-T
1. รุ่น Petrol (เบนซิน)
- เครื่องยนต์: เบนซินเทอร์โบ 2.0 ลิตร 4 สูบ
- กำลังเครื่องยนต์: 162 กิโลวัตต์ (kW)
- แรงบิดเครื่องยนต์: 380 นิวตันเมตร (Nm)
- ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ขับเคลื่อน 4 ล้อ
- อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน: 9.5 ลิตร ต่อ 100 กิโลเมตร
- ถังน้ำมัน: ความจุ 75 ลิตร รองรับน้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วออกเทน 91
2. รุ่น Diesel (ดีเซล)
- เครื่องยนต์: ดีเซลเทอร์โบ 2.4 ลิตร 4 สูบ
- กำลังเครื่องยนต์: 135 กิโลวัตต์ (kW)
- แรงบิดเครื่องยนต์: 480 นิวตันเมตร (Nm)
- ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ขับเคลื่อน 4 ล้อ
- อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน: 7.8 ลิตร ต่อ 100 กิโลเมตร
- ถังน้ำมัน: ความจุ 75 ลิตร
3. รุ่น Hybrid (ไฮบริด)
- เครื่องยนต์: เบนซินเทอร์โบ 2.0 ลิตร 4 สูบ ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ 1.75kWh
- กำลังมอเตอร์ไฟฟ้า: 78 กิโลวัตต์ (kW) และแรงบิดมอเตอร์ 268 นิวตันเมตร (Nm)
- พละกำลังรวมทั้งระบบ: ให้กำลังสูงสุด 258 กิโลวัตต์ (kW) แรงบิดสูงสุด 615 นิวตันเมตร (Nm)
- ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ขับเคลื่อน 4 ล้อ
- อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน: 8.4 ลิตร ต่อ 100 กิโลเมตร
- ถังน้ำมัน: ความจุ 75 ลิตร รองรับน้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วออกเทน 91
4. รุ่น PHEV (ปลั๊กอินไฮบริด)
- เครื่องยนต์: เบนซินเทอร์โบ 2.0 ลิตร 4 สูบ ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 37.11kWh (NMC)
- พละกำลังรวมทั้งระบบ: ให้กำลังสูงสุด 300 กิโลวัตต์ (kW) และแรงบิดมหาศาล 750 นิวตันเมตร (Nm)
- การขับขี่ไฟฟ้าล้วน: วิ่งได้ไกล 115 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC)
- การชาร์จไฟ: รองรับการชาร์จไว DC สูงสุด 50kW
- อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน: ประหยัดสุดที่ 1.9 ลิตร ต่อ 100 กิโลเมตร (หรือ 8.3 ลิตร ต่อ 100 กิโลเมตร หากแบตเตอรี่เหลือน้อย)
- ถังน้ำมัน: ความจุ 70 ลิตร รองรับน้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วออกเทน 91

มิติตัวรถและความจุ

- ความยาว (Length): 4,760 มม. เท่ากันทุกรุ่น
- ความกว้าง (Width): 1,930 มม. เท่ากันทุกรุ่น
- ความสูง (Height): รุ่น Diesel, Petrol และ Hybrid สูง 1,903 มม. ส่วนรุ่น PHEV สูง 1,901 มม.
- ระยะฐานล้อ (Wheelbase): 2,750 มม. เท่ากันทุกรุ่น
- ระยะห่างจากพื้น (Ground clearance): รุ่น Diesel, Petrol และ Hybrid อยู่ที่ 224 มม. ส่วนรุ่น PHEV อยู่ที่ 222 มม.
- ความจุสัมภาระท้าย (Luggage capacity): เฉพาะรุ่น PHEV มีพื้นที่เก็บสัมภาระ 360 ลิตร และขยายได้สูงสุดเป็น 1,520 ลิตร เมื่อพับเบาะหลัง
- น้ำหนักและความสามารถในการลากจูง (Weight & Towing)
- น้ำหนักลากจูงแบบมีเบรก (Braked towing capacity): 3,000 กก. เท่ากันทุกรุ่น
- น้ำหนักลากจูงแบบไม่มีเบรก (Unbraked towing capacity): 750 กก. เท่ากันทุกรุ่น
- น้ำหนักตัวรถเปล่า (Kerb weight)
- รุ่น Petrol: 2,155 กก.
- รุ่น Diesel: 2,280 กก.
- รุ่น Hybrid: 2,335 กก.
- รุ่น PHEV: 2,615 กก.
- น้ำหนักรวมบรรทุกสูงสุด (Gross vehicle mass)
- รุ่น Petrol: 2,765 กก.
- รุ่น Diesel: 2,880 กก.
- รุ่น Hybrid: 2,935 กก.
- รุ่น PHEV: 3,225 กก.
- น้ำหนักบรรทุก (Payload)
- รุ่น Diesel และ Hybrid: 600 กก.
- รุ่น Petrol และ PHEV: 610 กก.



ระบบความปลอดภัย
ตัวรถได้รับคะแนนการปกป้องผู้โดยสารผู้ใหญ่ที่ 88%, คะแนนการปกป้องผู้โดยสารเด็กที่ 89%, คะแนนการปกป้องผู้ใช้ถนนที่เปราะบางที่ 81% และคะแนนระบบช่วยเหลือด้านความปลอดภัยที่ 85% อุปกรณ์ความปลอดภัยมาตรฐานประกอบด้วย

- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive cruise control)
- ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (Autonomous emergency braking)
- ระบบช่วยรักษาความเร็วและให้อยู่กลางเลน (Lane centring)
- ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (Lane-keep assist)
- ระบบเตือนการเปิดประตูอย่างปลอดภัย (Safe exit warning)
- ระบบอ่านป้ายจราจร (Traffic sign recognition)
- ระบบช่วยเตือนขณะถอยหลัง (Rear cross-traffic assist)
- ระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง (Tyre pressure monitoring)
- ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง (คู่หน้า, ด้านข้างคู่หน้า, กลางระหว่างคนขับและผู้โดยสาร และม่านถุงลมนิรภัย)
- กล้องมองภาพรอบทิศทางพร้อมฟังก์ชัน ‘ใต้ท้องรถแบบโปร่งใส’ (Transparent Chassis Function)
- เซนเซอร์กะระยะจอดด้านหน้าและด้านหลัง
สำหรับรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล, ไฮบริด และ PHEV จะมีระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลังด้านหน้า (front cross-traffic assist) และระบบตรวจจับเด็กที่เบาะหลังเพิ่มเติม
อุปกรณ์มาตรฐาน

รายละเอียดอุปกรณ์ในรุ่น Lux (รุ่นดีเซล และ PHEV)
- ล้ออัลลอยสีดำขนาด 17 นิ้ว (สำหรับรุ่นดีเซล)
- ล้ออัลลอยทูโทนขนาด 18 นิ้ว (สำหรับรุ่น PHEV)
- ยางอะไหล่ขนาดเต็ม
- ระบบล็อกเฟืองท้ายหลังแบบไฟฟ้า (Electronically locking rear differential)
- ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (Hill descent control)
- กระจกมองข้างพับไฟฟ้าพร้อมระบบไล่ฝ้า
- ระบบเข้ารถอัจฉริยะพร้อมปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์
- ไฟหน้าแบบ LED
- ซันรูฟ
- กระจกหน้าต่างแบบ Privacy glass
- แผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถแบบ 2 ชิ้น
- เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง
- เบาะผู้โดยสารหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง
- เบาะหุ้มหนังสังเคราะห์ (Leatherette)
- พวงมาลัยหุ้มวัสดุไมโครไฟเบอร์และหนังสังเคราะห์
- แผงหน้าปัดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว
- หน้าจออินโฟเทนเมนต์แบบสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว
- รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย
- วิทยุดิจิทัล DAB+
- ระบบนำทางผ่านดาวเทียม
- ระบบชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย (เฉพาะรุ่น PHEV)
- พอร์ต USB ด้านหน้าและด้านหลัง
- ลำโพง 9 ตำแหน่ง
- ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร (ปรับได้ 7 สี)
- ระบบปรับอากาศแยกอิสระซ้าย-ขวา (Dual-zone climate control)
รุ่น Ultra (เครื่องยนต์เบนซิน) จะได้รับอุปกรณ์เพิ่มจากรุ่น Lux ดังนี้
- ล้ออัลลอยชุบโครเมียมขนาด 18 นิ้ว
- แผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถแบบ 3 ชิ้น
- ระบบล็อกเฟืองท้ายหน้าแบบไฟฟ้า (Electronically locking front differential)
- เบาะหุ้มหนัง Nappa
- เบาะนั่งคู่หน้าพร้อมระบบอุ่นและระบายอากาศ
- เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทางพร้อมระบบนวด
- พวงมาลัยพร้อมระบบอุ่น
- ระบบชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย
- เครื่องเสียง Infinity พร้อมลำโพง 9 ตำแหน่ง
- ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร 64 สี
- กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ
หมายเหตุ: รุ่น Ultra เบนซิน จะไม่มีวิทยุดิจิทัล DAB+ และระบบนำทางผ่านดาวเทียม

รุ่น Ultra (เครื่องยนต์ดีเซล, ไฮบริด และ PHEV) จะมีอุปกรณ์ครบตามที่กล่าวมาทั้งหมด พร้อมฟังก์ชันเพิ่มเติม
- ระบบช่วยจอดรถกึ่งอัตโนมัติ (Semi-autonomous parking assist)
- ระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งคนขับและกระจกมองข้าง (Memory function)
- ระบบช่วยถอยหลังอัตโนมัติ (Auto reverse tracking)
นอกจากนี้ รุ่นไฮบริด, PHEV และดีเซล จะสามารถใช้งานแอปพลิเคชัน GWM เพื่อสั่งการล็อค/ปลดล็อค, ควบคุมระบบปรับอากาศ, ระบบอุ่นหรือระบายอากาศเบาะนั่ง รวมถึงเช็กระดับน้ำมันผ่านมือถือได้จากระยะไกล

ราคาจำหน่าย
สำหรับราคาจำหน่ายในออสเตรเลีย (คำนวณเป็นเงินบาทโดยประมาณ) มีดังนี้

- Lux diesel: ราคาประมาณ 1,102,275 บาท ($48,990)
- Ultra petrol: ราคาประมาณ 1,147,275 บาท ($50,990)
- Ultra diesel: ราคาประมาณ 1,192,275 บาท ($52,990)
- Lux PHEV: ราคาประมาณ 1,259,775 บาท ($55,990)
- Ultra Hybrid: ราคาประมาณ 1,282,275 บาท ($56,990)
- Ultra PHEV: ราคาประมาณ 1,349,775 บาท ($59,990)
ที่มา carexpert
