ใน ,

เปิดสเปก Tesla Semi 1,000 แรงม้า น้ำหนักเบา บรรทุกหนัก วิ่งไกล 800 กม.

ในโลกของโลจิสติกส์ที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคพลังงานสะอาด Tesla Semi คือหนึ่งในความหวังที่ถูกจับตามองมากที่สุด แต่ที่ผ่านมามักถูกตั้งคำถามเรื่องข้อจำกัดของน้ำหนักแบตเตอรี่ที่จะมาแย่งพื้นที่การบรรทุกสินค้า ล่าสุด Tesla ได้เปิดเผยข้อมูลสเปคที่แสดงให้เห็นว่า Tesla ไม่ได้เพียงแค่สร้างรถบรรทุกไฟฟ้าที่วิ่งได้ไกลเท่านั้น แต่ยังทลายกำแพงความเชื่อเดิม ๆ ด้วยเทคโนโลยีที่ทำให้รถบรรทุกรุ่นนี้ก้าวข้ามขีดจำกัดด้านประสิทธิภาพและน้ำหนักได้อย่างน่าทึ่ง

เปิดสเปก Tesla Semi 1,000 แรงม้า น้ำหนักเบา บรรทุกหนัก วิ่งไกล 800 กม.

เป็นเวลาหลายปีที่ข้อวิจารณ์ที่หนักหน่วงที่สุดที่มีต่อโครงการ Tesla Semi ไม่ใช่เรื่องของระยะทางหรือห้องคนขับที่ดูล้ำสมัย แต่เป็นเรื่องของ “น้ำหนัก” เพราะตามหลักโลจิสติกส์ รถไฟฟ้ามักจะมีน้ำหนักมาก บรรดาผู้เชี่ยวชาญและผู้ผลิตรถยนต์รายเดิมต่างยืนยันว่า หากต้องการให้รถบรรทุกไฟฟ้าวิ่งได้ไกลถึง 800 กม. จะต้องใช้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่มากจนไปเบียดบังน้ำหนักบรรทุกสินค้า ทำให้ในเชิงเศรษฐกิจแล้วสู้รถบรรทุกดีเซลแบบเดิมไม่ได้

อย่างไรก็ตาม การอัปเดตล่าสุดบนเว็บไซต์ของ Tesla ได้ยืนยันแล้วว่า บริษัทสามารถแก้ปัญหาทั้งเรื่องระยะทางและน้ำหนักได้สำเร็จ โดยได้ระบุสเปกการผลิตจริงรวมถึงน้ำหนักรถเปล่า (Curb Weight) ก่อนที่จะเริ่มส่งมอบให้ลูกค้ากลุ่มแรกในช่วงปลายปีนี้

สเปคของ Tesla Semi

รุ่น Standard Range

  • ระยะทางวิ่ง (Range): ประมาณ 520 กิโลเมตร (~325 ไมล์)
  • อัตราการใช้พลังงาน (Energy Consumption): 1.7 kWh ต่อไมล์
  • การชาร์จเร็ว (Fast Charging): ชาร์จได้สูงสุด 60% ภายใน 30 นาที
  • ประเภทหัวชาร์จ (Charge Type): MCS 3.2
  • ระบบขับเคลื่อน (Powertrain): มอเตอร์อิสระ 3 ตัว บนเพลาคู่หลัง
  • กำลังขับเคลื่อน (Drive Power): สูงสุด 800 kW
  • น้ำหนักรถเปล่า (Curb Weight): น้อยกว่า 9,072 กิโลกรัม (< 20,000 ปอนด์)
  • ระบบจ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอก (ePTO): สูงสุด 25 kW

รุ่น Long Range

  • ระยะทางวิ่ง (Range): ประมาณ 800 กิโลเมตร (~500 ไมล์)
  • อัตราการใช้พลังงาน (Energy Consumption): 1.7 kWh ต่อไมล์
  • การชาร์จเร็ว (Fast Charging): ชาร์จได้สูงสุด 60% ภายใน 30 นาที
  • ประเภทหัวชาร์จ (Charge Type): MCS 3.2
  • ระบบขับเคลื่อน (Powertrain): มอเตอร์อิสระ 3 ตัว บนเพลาคู่หลัง
  • กำลังขับเคลื่อน (Drive Power): สูงสุด 800 kW
  • น้ำหนักรถเปล่า (Curb Weight): 10,432 กิโลกรัม (23,000 ปอนด์)
  • ระบบจ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอก (ePTO): สูงสุด 25 kW

ตัวเลขมหัศจรรย์ ในอุตสาหกรรมขนส่ง น้ำหนักรถที่เพิ่มขึ้นทุกกิโลกรัม หมายถึงรายได้จากสินค้าที่หายไป โดยปกติรถหัวลากดีเซลจะมีน้ำหนักประมาณ 6,800 ถึง 8,100 กก. หลายคนประเมินว่ารถบรรทุกไฟฟ้าที่มีสมรรถนะเท่ากันน่าจะมีน้ำหนักพุ่งไปถึง 13,600 กก. แต่ตัวเลขจริงของ Tesla กลับทำได้ดีกว่านั้นมาก

  • รุ่น Standard Range: ระยะทาง 520 กม. (เมื่อบรรทุกหนัก 37 ตัน) มีน้ำหนักรถเปล่าน้อยกว่า 9,000 กก.
  • รุ่น Long Range: ระยะทาง 800 กม. (เมื่อบรรทุกหนัก 37 ตัน) มีน้ำหนักรถเปล่าเพียง 10,400 กก.

เมื่อรวมกับกฎหมายในสหรัฐฯ และแคนาดาที่อนุญาตให้รถบรรทุกไร้มลพิษมีน้ำหนักรวมเพิ่มขึ้นได้อีกประมาณ 900 กก. ทำให้ความเสียเปรียบเรื่องน้ำหนักบรรทุกระหว่าง Tesla Semi กับรถดีเซลแทบจะหายไปทันที

เทียบการใช้พลังงานกับ Model 3

ประสิทธิภาพที่เหนือชั้น Tesla ระบุว่า Semi ใช้พลังงานเพียง 1.7 kWh ต่อไมล์ (ประมาณ 1.05 kWh ต่อกิโลเมตร) ซึ่งหากเทียบกับ Tesla Model 3 จะเห็นภาพชัดเจนว่า Model 3 เบากว่าถึง 20 เท่า แต่ใช้พลังงานน้อยกว่า Semi เพียง 7 เท่าเท่านั้น การที่ใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ Tesla ไม่ต้องใส่แบตเตอรี่ก้อนใหญ่เกินไป ส่งผลให้น้ำหนักรถเบาลงและบรรทุกสินค้าได้มากขึ้น

ขุมพลังและการชาร์จ

Tesla Semi มีกำลังขับเคลื่อนสูงถึง 800 kW หรือมากกว่า 1,000 แรงม้า ซึ่งให้แรงบิดมหาศาลทันทีตามสไตล์รถไฟฟ้า ช่วยให้รถสามารถรักษาความเร็วบนทางลาดชันได้ดีเยี่ยม ต่างจากรถดีเซลที่มักจะวิ่งได้ช้าลงอย่างมากเมื่อบรรทุกหนัก

นอกจากนี้ยังมีระบบ ePTO ที่ดึงไฟฟ้าจากแบตเตอรี่หลักไปจ่ายให้ตู้แช่เย็นได้โดยตรง ไม่ต้องพึ่งพาเครื่องยนต์ดีเซลแยกต่างหาก

ในด้านการชาร์จ ทั้งสองรุ่นรองรับการชาร์จสูงสุดที่ 1.2 MW (1,200 kW) สามารถชาร์จไฟคืนได้ถึง 60% ภายในเวลาพักคนขับเพียง 30 นาที ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาจอดรอชาร์จนาน และสามารถวิ่งงานได้ตลอดวันไม่ต่างจากรถดีเซล

ออกแบบมาเพื่อระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ

สเปกยังระบุว่าทั้งสองรุ่นถูกออกแบบมาเพื่อรองรับระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ (Autonomy) แม้ปัจจุบัน Tesla จะยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับระบบ Full Self-Driving (FSD) ในรถบรรทุกเป็นอันดับแรก แต่ในอนาคตเราอาจได้เห็นการขนส่งสินค้าข้ามทวีปโดยไม่ต้องใช้คนขับ

ที่มา notateslaapp

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Sakura P.