หลังจากที่ Elon Musk ซีอีโอของ Tesla เคยให้สัญญามาหลายครั้งว่าเราจะได้เห็นรถ Tesla ขับเองได้ “ภายในปีนี้” ดูเหมือนว่าปี 2026 จะเป็นปีที่ทำได้จริงเสียที โดยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา Tesla ได้เปิดตัวบริการ Robotaxi ในเมือง Austin ซึ่งรถที่ให้บริการนั้นไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยนั่งอยู่ในรถเหมือนที่ผ่านมา
Tesla เริ่มวิ่ง Robotaxi ใน Austin แล้ว แบบไร้คนขับ ไร้คนคุมความปลอดภัย 100%
Elon Musk ได้ยืนยันผ่านโพสต์ใน X ว่าบริการแท็กซี่ของบริษัทกำลังดำเนินการโดยไม่มีใครอยู่ในรถนอกจากผู้โดยสาร โดยเขาระบุว่า “เพิ่งเริ่มวิ่งรถ Tesla Robotaxi ใน Austin แบบไม่มีคนดูแลความปลอดภัยในรถ ยินดีกับทีม @Tesla_AI ด้วย!”

ย้อนกลับไปตอนเริ่มดำเนินการเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้วใน Austin ทางบริษัทยังมีเจ้าหน้าที่นั่งคุมอยู่ที่เบาะหน้า หรืออย่างบริการเรียกรถของ Tesla ในเขต California Bay Area ก็ยังมีคนขับคอยดูแลอยู่หลังพวงมาลัย ซึ่งเคยมีคลิปวิดีโอจากผู้ใช้งานโพสต์ลงออนไลน์ เห็นได้ว่า Tesla เคยมีรถติดตามขับตามหลังแท็กซี่ไร้คนขับคันนั้นด้วย

แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นช้ากว่ากำหนดไปไม่กี่ปี แต่นี่ก็นับเป็นก้าวสำคัญอย่างยิ่งสำหรับบริษัทที่มุ่งมั่นจะนำเสนอระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติสู่สาธารณชนมาตลอดทศวรรษ คำถามสำคัญต่อไปคือ Tesla จะขยายบริการนี้ให้กว้างขึ้นและปลอดภัยได้อย่างรวดเร็วแค่ไหน โดยบริษัทมีแผนจะเริ่มผลิต Cybercabs แบบไม่มีพวงมาลัยในเดือนเมษายนนี้ เพื่อช่วยขยายเครือข่าย Robotaxi ให้เติบโตขึ้น

Ashok Elluswamy หัวหน้าโปรแกรมยานยนต์อัตโนมัติของ Tesla กล่าวว่า การนำรถ Model Y แบบไร้คนคุมมาใช้นั้นจะเริ่มอย่างช้า ๆ ในช่วงแรก โดยเขาโพสต์ใน X ว่า “จะเริ่มจากรถแบบไม่มีคนคุมจำนวนไม่กี่คัน ผสมไปกับกองทัพรถ Robotaxi ส่วนใหญ่ที่มีคนดูแล แล้วสัดส่วนรถไร้คนคุมจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตามเวลา” ซึ่งโพสต์ของเขายังยืนยันด้วยว่าบริการนี้เปิดให้คนทั่วไปใช้ได้แล้ว

Tesla จำเป็นต้องเร่งมือหากต้องการตามให้ทันผู้นำด้านเทคโนโลยีไร้คนขับของประเทศอย่าง Waymo บริษัทในเครือ Alphabet ในขณะที่ Tesla ทุ่มสุดตัวไปกับระบบที่ใช้กล้องเพียงอย่างเดียว แต่ Waymo กลับใช้เซนเซอร์หลากหลายชนิด (เช่น Lidar, Radar และอื่น ๆ) เพื่อสร้างเทคโนโลยีไร้คนขับ
ซึ่งปัจจุบัน Waymo ให้บริการเที่ยวรถที่มีการจ่ายเงินจริงถึงประมาณ 450,000 เที่ยวต่อสัปดาห์ และให้บริการใน 6 เมือง เพิ่งเปิดตัวใน Miami เมื่อวันพฤหัสบดี พร้อมแผนขยายเพิ่มอีกอย่างน้อย 20 เมืองในปีนี้

อีกสิ่งหนึ่งที่ยังไม่ชัดเจน และเป็นเป้าหมายต่อไปที่แฟน ๆ Tesla และนักลงทุนต่างจับตามอง คือเมื่อไหร่ที่ความสามารถนี้จะเปิดให้คนทั่วไปที่มีรถ Tesla ได้ใช้บ้าง Musk กล่าวว่ารถแท็กซี่ Model Y ใน Austin ใช้ซอฟต์แวร์ Full Self-Driving เวอร์ชันที่ล้ำหน้ากว่าปกติ แต่ตัวรถนั้นเหมือนกับรถที่ลูกค้าซื้อไปใช้ทุกประการ ซึ่งวิสัยทัศน์ของ Tesla ตลอดมาคือการขายเทคโนโลยีขับเองนี้ให้กับใครก็ตามที่เป็นเจ้าของรถ และปล่อยให้พวกเขาใช้เทคโนโลยีนั้นที่ไหนก็ได้ ซึ่งนั่นถือเป็นความสำเร็จที่ยากและยิ่งใหญ่กว่ามาก
ที่มา insideevs
