ธนบุรีบลูสกาย ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าในเครือ NIO ประกาศเปิดตัว Firefly Comfort Plus พรีเมียมซิตี้คาร์ไฟฟ้ารุ่นย่อยใหม่ในไทย อัปเกรดพละกำลังเป็น 161 แรงม้า พร้อมออปชันอำนวยความสะดวกครบครัน ในราคา 799,000 บาท พร้อมเปิดตัวแฟล็กชิปโชว์รูมแห่งแรกของโลกที่เซ็นทรัลเวิลด์
Firefly เปิดตัวรุ่นย่อยใหม่ Comfort Plus อัปเกรด 161 แรงม้า เคาะ 799,000 บาท พร้อมเปิดแฟล็กชิปโชว์รูมแห่งแรกของโลกที่เซ็นทรัลเวิลด์
บริษัท ธนบุรีบลูสกาย จำกัด ในเครือธนบุรี ผู้นำเข้าและผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมแบรนด์ NIO ในประเทศไทย เดินหน้ารุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าด้วยการเปิดตัว Firefly แฟล็กชิปโชว์รูมแบบสแตนด์อโลนแห่งแรกของโลก ณ ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โซน Central Court บนพื้นที่กว่า 350 ตารางเมตร ชูแนวคิด More than a showroom. A community destination. พร้อมพื้นที่บริการครบครัน ทั้งโซนจัดแสดง พื้นที่ทดลองขับ Café และ Lifestyle Space นอกจากนี้ยังมอบเอกสิทธิ์ centralwOrld Privilege Parking ที่จอดรถพิเศษสำหรับลูกค้า Firefly จำนวน 6 ช่อง บริเวณชั้น P3 อาคารจอดรถ 3,000 คัน
Firefly Comfort Plus ตัวถังภายนอกสีใหม่ สีชาไทย จัดแสดงภายในแฟล็กชิปโชว์รูม
Firefly Comfort Plus ตัวถังสีชาไทย จัดแสดงภายในแฟล็กชิปโชว์รูมแห่งแรก
ในโอกาสเดียวกันนี้ ยังได้เปิดตัวรุ่นย่อยใหม่ Firefly Comfort Plus เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคที่ต้องการพรีเมียมซิตี้คาร์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่มีพละกำลังและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายมากขึ้น ควบคู่กับการปรับราคาพิเศษสำหรับรุ่นเริ่มต้น โดยมีรายละเอียดราคาดังนี้:
พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายของ Firefly เมื่อเปิดประตูท้าย
- Firefly Comfort: ราคาพิเศษ 759,000 บาท (จากราคาปกติ 799,000 บาท)
- Firefly Comfort Plus: ราคา 799,000 บาท
ไฟหน้าทรงกลมเอกลักษณ์เฉพาะตัวและกระจังหน้าของ Firefly Comfort Plus สีชาไทย
ดีไซน์และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกพรีเมียม
Firefly Comfort Plus ได้รับการยกระดับความหรูหราและฟังก์ชันการใช้งานในห้องโดยสารให้ตอบโจทย์การขับขี่ในเมืองยิ่งขึ้น โดยมาพร้อมรายการอุปกรณ์ที่เพิ่มเข้ามา ดังนี้:
คอนโซลกลางพร้อมแท่นชาร์จไร้สายและที่วางแก้วน้ำภายใน Firefly Comfort Plus
ห้องโดยสารด้านหน้าของ Firefly Comfort Plus ตกแต่งโทนสว่างพร้อมแผงหน้าปัดดิจิทัลและหน้าจอกลางขนาดใหญ่
หน้าจอแสดงรายละเอียดอุปกรณ์และฟังก์ชันใหม่ที่เพิ่มเข้ามาในรุ่น Comfort Plus
- สีตัวถังภายนอกสีใหม่ สีชาไทย
- ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่
- กระจกมองข้างพับด้วยระบบไฟฟ้า
- กระจกมองหลังภายในห้องโดยสารแบบ Frameless
- พวงมาลัยพร้อมระบบอุ่น
- เบาะนั่งคู่หน้าพร้อมระบบปรับอุณหภูมิ ร้อน-เย็น
- ระบบชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย กำลังไฟสูงสุด 50W
- ระบบกระจายกลิ่นหอมภายในห้องโดยสาร (Fragrance Diffuser)
- ช่องเชื่อมต่อ USB-C สำหรับผู้โดยสารแถวที่สอง
- ระบบฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า
หน้าจอดิจิทัลแสดงผลข้อมูลการขับขี่หลังพวงมาลัยของ Firefly Comfort Plus
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันดีไซน์ทูโทนพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ใน Firefly Comfort Plus
บรรยากาศห้องโดยสารและหลังคากระจกแบบพาโนรามาของ Firefly Comfort Plus
กระจกมองหลังภายในห้องโดยสารแบบ Frameless ในรุ่น Firefly Comfort Plus
แผงแดชบอร์ด พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน และหน้าจอกลางระบบสัมผัส
เบาะนั่งคู่หน้าและบรรยากาศภายในห้องโดยสารโทนสีสว่างของ Firefly Comfort Plus
ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ที่ติดตั้งในรุ่น Firefly Comfort Plus
สมรรถนะและระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า
ด้านระบบขับเคลื่อน ทั้งสองรุ่นย่อยใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchronous Motor แต่ในรุ่น Comfort Plus ได้รับการปรับจูนสมรรถนะให้สูงขึ้น โดยมีรายละเอียดทางเทคนิค ดังนี้:
หน้าจอสัมผัสแสดงการตั้งค่าโหมดการขับขี่และระบบคืนพลังงานใน Firefly Comfort Plus
มุมมองด้านข้างของ Firefly Comfort Plus พรีเมียมซิตี้คาร์พลังงานไฟฟ้า
- มอเตอร์ไฟฟ้า Firefly Comfort Plus ให้กำลังสูงสุด 161 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 204 นิวตันเมตร
- มอเตอร์ไฟฟ้า Firefly Comfort ให้กำลังสูงสุด 143 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 200 นิวตันเมตร ทำความเร็วสูงสุดได้ 150 กม./ชม.
- แบตเตอรี่ชนิด Lithium Iron Phosphate (LFP) ความจุ 42.1 kWh
- ระยะทางวิ่งสูงสุด 400 กม. ต่อการชาร์จ (มาตรฐาน NEDC)
- รองรับการชาร์จไฟฟ้ากระแสสลับ AC สูงสุด 7 kW และการชาร์จเร็วไฟฟ้ากระแสตรง DC สูงสุด 100 kW
- รองรับระบบสลับแบตเตอรี่ (Battery Swap) ตามมาตรฐานของ NIO
- ระบบตรวจวัดแรงดันลมยางในรุ่น Comfort Plus เป็นแบบ Direct (TPMS) ขณะที่รุ่น Comfort เป็นแบบ In-Direct (iTPMS)
พอร์ตชาร์จไฟฟ้ากระแสสลับและกระแสตรงของ Firefly Comfort Plus
หน้าจออินโฟเทนเมนต์ระบบสัมผัสแสดงเมนูควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ของ Firefly Comfort Plus
ไฟท้ายทรงกลมและดีไซน์ด้านท้ายของ Firefly Comfort Plus
ทั้งนี้ Firefly ได้รับการตอบรับอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดส่งมอบสะสมทั่วโลกกว่า 90,000 คัน ภายในระยะเวลาไม่ถึง 17 เดือน นับตั้งแต่เปิดตัวสู่ตลาดโลก พร้อมขยายการดำเนินธุรกิจครอบคลุม 13 ตลาดทั่วโลก สำหรับผู้สนใจสามารถเข้าชมตัวรถจริงได้ที่ Firefly Flagship Showroom ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ตั้งแต่วันที่ 19 ต.ค. 2026 เป็นต้นไป

































