ใน , ,

บุกจีนชมโชว์รูม Li Auto ที่ใหญ่ที่สุดในโลก! พาดู Li L9, L8, L6 และ i6 รุ่นใหม่ ลุ้นเข้าไทย 2026

Li Auto มีอะไรน่าสนใจนอกจากรถครอบครัวคันใหญ่? ผมพาเดินชมโชว์รูมในปักกิ่ง ตั้งแต่ L9 ที่อัปเกรดชิปและช่วงล่าง ไปจนถึง i6 รถไฟฟ้า 5 ที่นั่งที่ให้ทั้งตู้เย็น จอหลัง และพื้นที่นอน พร้อมอัปเดตแผนทำตลาดไทยของ i6 และ Li MEGA

บุกจีนชมโชว์รูม Li Auto ที่ใหญ่ที่สุดในโลก! พาดู Li L9, L8, L6 และ i6 รุ่นใหม่ ลุ้นเข้าไทย 2026

เวลาพูดถึงรถครอบครัว หลายคนอาจเริ่มจากคำถามว่ามีกี่ที่นั่งหรือเก็บกระเป๋าได้แค่ไหน แต่สำหรับ Li Auto สิ่งที่แบรนด์ให้ความสำคัญไม่ได้หยุดอยู่ที่คนขับ เพราะผู้โดยสารทุกตำแหน่งต้องใช้เวลาเดินทางร่วมกันด้วย รอบนี้ผมเลยพามาดูทั้งแนวคิดของโชว์รูมและรายละเอียดของรถแต่ละรุ่นที่ปักกิ่งครับ

โชว์รูมใหญ่ในปักกิ่ง จัดบรรยากาศให้เหมือนบ้าน

สถานที่ที่เราเดินชมเป็นโชว์รูมที่ใหญ่ที่สุดของ Li Auto และบริหารโดยแบรนด์เอง ไม่ใช่ศูนย์ของตัวแทนจำหน่าย มีพื้นที่จัดแสดงรถและบริการลูกค้า ส่วนพื้นที่ส่งมอบรถแยกออกไปอีกสถานที่ โดยศูนย์ส่งมอบขนาดใหญ่สามารถส่งรถพร้อมกันได้สูงสุด 50 คัน

อาคารมีทั้งหมด 3 ชั้น ชั้นแรกเป็นพื้นที่จัดแสดงรถ ตกแต่งให้รู้สึกใกล้เคียงกับบ้านมากกว่าการตั้งรถเรียงกันอย่างเดียว อีกจุดที่สังเกตได้คือไม่มีโต๊ะหรือเก้าอี้วางชิดตัวรถ เพื่อให้ครอบครัวเดินดู เปิดประตู และลองนั่งได้สะดวก

ผมมองว่าการจัดพื้นที่แบบนี้สอดคล้องกับแนวทาง Family Car ของ Li Auto เพราะการเลือกรถครอบครัวไม่ได้มีแค่คนขับที่ต้องลองนั่ง แต่คนที่จะใช้เบาะหลังเป็นประจำก็ควรได้ลองด้วย

รู้จัก L Series รถ EREV ตั้งแต่ L6 ถึง L9

Li Auto ก่อตั้งในปี 2015 และเริ่มต้นจากการพัฒนารถ EREV หรือ Extended Range EV ซึ่งใช้เครื่องยนต์ปั่นไฟให้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า รถจึงเสียบชาร์จได้และเติมน้ำมันเพื่อเดินทางต่อได้ด้วย

ตระกูล L Series เรียงขนาดจาก L6, L7, L8 ไปจนถึง L9 ที่ใหญ่ที่สุด ก่อนหน้านี้ทีมเราเคยรีวิว L7 และ L9 มาแล้ว โดย L9 เป็นรถ 3 แถว 6 ที่นั่ง เหมาะกับครอบครัวที่ต้องใช้ที่นั่งหลายตำแหน่งเป็นประจำ

สำหรับระบบ EREV 3.0 นั้น Li Auto บอกว่าพัฒนาทั้งประสิทธิภาพการเปลี่ยนน้ำมันเป็นไฟฟ้าและ NVH หรือเสียง การสั่นสะเทือน และความกระด้าง ให้การทำงานใกล้เคียงรถไฟฟ้าล้วนมากขึ้น ส่วนความแตกต่างขณะใช้งานจริงยังต้องลองขับในสภาพแวดล้อมเดียวกันอีกครั้ง

L9 รุ่นล่าสุด สีทูโทน แต่ยังรักษาหน้าตาที่คุ้นเคย

L9 ที่จัดแสดงเป็นรุ่นล่าสุด มีสีตัวถังทูโทนเป็นจุดสะดุดตา แต่เส้นสายโดยรวมไม่ได้เปลี่ยนจนจำรถเดิมไม่ได้ ทั้งด้านหน้าและด้านหลังยังรักษา Light Bar ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Li Auto มานาน

ภายนอก Li L9 สีทูโทนในโชว์รูม
Li L9 สีตัวถังทูโทนพร้อมแถบไฟ Light Bar ด้านหน้า จัดแสดงภายในโชว์รูม Li Auto

แนวคิดของแบรนด์คือทำให้คนเห็นแล้วจำได้ทันทีว่าเป็นรถของ Li Auto แม้จะเปลี่ยนเจเนอเรชันก็ตาม ส่วนชื่อรุ่นพิเศษมีที่มาจากการนำ Li มารวมกับ Vision เพื่อสื่อถึงรถที่ทำงานร่วมกับ AI มากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงสำคัญอยู่ที่ระบบภายใน โดย L9 รุ่นนี้เป็นรถรุ่นแรกที่ใช้ชิปที่ Li Auto พัฒนาเอง แนวทางคือออกแบบฮาร์ดแวร์ให้ทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์และฟังก์ชันของรถได้ตรงกับสิ่งที่ต้องการ

ด้านหน้า Li L9 ภายนอกอาคาร
มุมมองด้านหน้าตรงของ Li L9 ตัวถังทูโทนพร้อมเซนเซอร์ LiDAR บนหลังคา

ช่วงล่าง L9 ใช้ถุงลมร่วมกับไฮดรอลิก 800 โวลต์

จุดที่น่าสนใจของ L9 ไม่ใช่เพียงการมีช่วงล่างถุงลม แต่เป็นการทำงานร่วมกับระบบไฮดรอลิก 800 โวลต์ โช้กอัพแต่ละต้นสร้างแรงยกได้ 10,000 นิวตัน และปรับการทำงานแบบเรียลไทม์ พร้อมคาดการณ์สภาพถนนล่วงหน้า

ระบบใช้ทั้งกล้อง LiDAR และชิปประมวลผลเพื่อดูพื้นถนนข้างหน้า ก่อนเตรียมช่วงล่างให้เหมาะกับสิ่งที่จะเจอ ตัวอย่างการสาธิตคือการวิ่งผ่านแอ่งบนถนน ซึ่ง L9 รุ่นเดิมมีอาการหน้าทิ่มแล้วเชิดขึ้น ขณะที่ระบบรุ่นล่าสุดพยายามรักษาตัวถังให้นิ่ง โดยปล่อยให้ล้อเคลื่อนตามระดับพื้น

อีกการสาธิตเป็นพื้นซ้ายขวาที่สูงต่ำสลับกัน แทนที่ตัวรถจะโยนตามพื้นทุกจังหวะ ระบบจะปรับการทำงานแต่ละล้อเพื่อช่วยรักษาระดับตัวถัง หลักการลักษณะนี้ยังถูกพูดถึงใน NIO ET9 และ NIO ES9 ด้วย

จุดนี้ผมว่าเรื่องสำคัญไม่ใช่แค่มีระบบไฮดรอลิก แต่เป็นการนำเซนเซอร์ การประมวลผล และช่วงล่างมาทำงานให้ทันกัน ส่วนความนุ่มและอาการโยนบนถนนที่เราใช้งานจริง ยังต้องรอทดลองขับครับ

ห้องโดยสาร L9 เน้นสบายครบทั้ง 3 แถว

L9 จัดที่นั่งแบบ 2+2+2 แถวกลางเป็น Captain Seat ส่วนแถว 3 แยกเป็น 2 ที่นั่ง เพื่อให้ผู้โดยสารมีพื้นที่และความสบายมากกว่าการเพิ่มที่นั่งตรงกลาง เบาะตกแต่งลาย Diamond Cut พร้อมฟังก์ชันอุ่น ระบายอากาศ นวด และ Zero Gravity Seat

เบาะ Captain Seat และปุ่มปรับเบาะของ Li L9
เบาะแถวสองแบบ Captain Seat ของ Li L9 ตกแต่งลาย Diamond Cut พร้อมปุ่มควบคุมบริเวณที่พักแขน

เมื่อต้องขนสัมภาระ เบาะหลังพับด้วยไฟฟ้าได้ และสามารถลดระดับช่วงล่างบริเวณท้ายรถให้ต่ำลงเพื่อช่วยยกของขึ้นรถได้ง่ายขึ้น เป็นรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานมากกว่าความหรูเพียงอย่างเดียว

ด้านหน้าตัดจอหลังพวงมาลัยออกแล้วใช้ Head-up Display แสดงข้อมูลบนกระจกแทน มีทั้งจอกลางสำหรับควบคุมรถ จอผู้โดยสารหน้า และจอขนาดใหญ่สำหรับผู้โดยสารหลังที่พับเก็บได้ แม้ตัวรถจะเป็น SUV ไม่ใช่ MPV

คอนโซลหน้าและจอกลางของ Li L9
แผงแดชบอร์ดด้านหน้าของ Li L9 ติดตั้งหน้าจอคู่ขนาดใหญ่และแท่นชาร์จไร้สายที่คอนโซลกลาง

ระบบเสียงติดตั้งลำโพงมากกว่า 33 ตัว กำลังขับรวมมากกว่า 5,440 วัตต์ รองรับ Dolby Atmos ส่วนหน้าจอรองรับ Dolby Vision จากที่ผมเคยสัมผัส ระบบเสียงเป็นจุดที่โดดเด่นมาก ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในโรงภาพยนตร์ และยังนำการเคลื่อนไหวของช่วงล่างมาประกอบความบันเทิงได้ในลักษณะคล้ายเก้าอี้โรงหนังที่ขยับตามเนื้อหา

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่เราเดินทางไปชม L9 ยังไม่มีกำหนดทำตลาดในประเทศไทย โดยเน้นจำหน่ายในจีนก่อน

เดินดูรุ่นรองลงมา ห้องโดยสารคล้ายกัน แต่ปรับรายละเอียดการใช้งาน

ถัดจาก L9 เป็นรถที่ใช้แนวทางหน้าจอและงานตกแต่งใกล้เคียงกัน วัสดุและการตัดเย็บยังเน้นความสบาย แต่ตำแหน่งควบคุมเบาะย้ายมาอยู่ที่แผงประตู ต่างจากเบาะ Captain Seat ของ L9 ที่มีปุ่มบริเวณที่พักแขน

มุมมองห้องโดยสารจากแถวหลังของ Li L9
มุมมองจากเบาะหลังมองไปยังแดชบอร์ดและพวงมาลัยของ Li L9

เบาะปรับเอนแบบ Zero Gravity Seat ได้ พร้อมระบบนวด ระบายอากาศ และอุ่น มีทั้งกระจกแต่งหน้า จอหลังขนาดใหญ่ ตู้เย็น ม่านหลังคา และ Welcome Light บริเวณประตู จึงยังคงแนวคิดให้ผู้โดยสารหลังมีสิ่งอำนวยความสะดวกของตัวเอง

พื้นที่ท้ายรถมีช่องเก็บของใต้พื้น และพับเบาะด้วยไฟฟ้าเพื่อเพิ่มความยาวของพื้นที่ได้ สำหรับครอบครัวที่เดินทางประมาณ 4–5 คน พื้นที่แบบนี้ใช้ใส่กระเป๋าหลายใบ หรือปูเบาะลมเพื่อพักผ่อนได้ตามลักษณะการใช้งาน

L6 Ultra ขนาดเล็กลง วิ่งไฟฟ้าล้วน 300 กม. CLTC

L6 เป็นน้องเล็กของ L Series ขนาดไม่ใหญ่เท่า L8 และ L9 ผมมองว่าแนวทางของรุ่นนี้น่าสนใจสำหรับคนที่อยากได้ SUV แบบ EREV แต่ไม่ได้ต้องการรถขนาดใหญ่ที่สุด และยังอยากเติมน้ำมันเดินทางต่างจังหวัดต่อได้โดยไม่ต้องพึ่งการชาร์จเพียงอย่างเดียว

  • ผู้ผลิตระบุระยะทางไฟฟ้าล้วนของ L6 Ultra สูงสุด 300 กม. CLTC
  • ชาร์จแบตเตอรี่ 20–80% ใช้เวลา 12 นาที
  • ระยะทางรวมไฟฟ้าและน้ำมันมากกว่า 1,000 กม.

รถที่ชมเป็น L6 Ultra แบบ 5 ที่นั่ง มีประตูไฟฟ้าและแนวทางหน้าจอใกล้เคียงรุ่นใหญ่ แต่การตกแต่งลดความหรูลงมา เช่น เบาะหนังที่ไม่ได้ใช้ลาย Diamond Cut แบบรถที่ชมก่อนหน้า ส่วนตัวผมมองว่าเป็นการแยกบุคลิกของรุ่นเล็กออกจากรุ่นบนได้ชัดเจน

Li MEGA เตรียมรุ่นปี 2026 และมีแผนทำตลาดไทย

รถไฟฟ้าล้วนรุ่นแรกที่ Li Auto เปิดขายคือ Li MEGA ตัวถัง MPV เปิดตัวในปี 2024 ก่อนปรับเป็นรุ่นปี 2025 และระหว่างที่เราไปชมกำลังเตรียมปรับเป็นรุ่นปี 2026 จึงนำรถออกจากพื้นที่จัดแสดงไปก่อน

กรอบเวลาที่พูดถึงตอนนั้นคือภายในไม่เกิน 1 เดือน โดยแนวทางตัวถังยังคงเอกลักษณ์เดิม ส่วนรายละเอียดชิปและการปรับห้องโดยสารต้องรอการเปิดตัวของรุ่นปี 2026

Li MEGA มีความยาวประมาณ 5.3 เมตร ผมเคยทดลองขับรุ่นก่อนหน้าแล้วรู้สึกว่าขับดี และรุ่นปี 2026 เป็นรุ่นที่มีแผนเข้าทำตลาดไทยด้วย จึงเป็นอีกคันที่น่าติดตามสำหรับคนที่กำลังมองหา MPV ไฟฟ้าขนาดใหญ่

มุมมองด้านหน้า Li MEGA
Li MEGA รถ MPV ไฟฟ้าล้วนรูปทรงหยดน้ำจัดแสดงในโชว์รูม
หน้ารถตู้ไฟฟ้า Li MEGA Home สีเทา
มุมมองด้านหน้าตรงของรถตู้ไฟฟ้าทรงลู่ลม Li MEGA Home จัดแสดงภายในโชว์รูม มากกว่า
Li Auto i8 สีเบจ จอดเคียงข้าง Li Auto MEGA
Li Auto i8 สีเบจจอดเคียงข้างกับรถตู้ไฟฟ้า Li Auto MEGA สีขาวบนถนนกลางแจ้ง มากกว่า
เบาะแถวสามและโต๊ะกลางในห้องโดยสาร Li Mega
พื้นที่เบาะนั่งแถวสามพร้อมการจัดวางโต๊ะกลางในห้องโดยสาร Li Mega มากกว่า
จอพับบนเพดานสำหรับผู้โดยสารแถวหลัง Li Mega
หน้าจอความบันเทิงพับเก็บได้บนเพดานและมุมมองห้องโดยสารแถวสอง Li Mega มากกว่า
แผงควบคุมระบบปรับอากาศตอนหลังของ Li Mega
หน้าจอดิจิทัลควบคุมระบบปรับอากาศและที่วางแก้วสำหรับผู้โดยสารตอนหลังของ Li Mega มากกว่า

Li i6 รถไฟฟ้าล้วนทรงหยดน้ำที่เป็นไฮไลต์ของรอบนี้

นอกจาก L Series ที่เป็น EREV แล้ว Li Auto ยังมี i Series สำหรับรถไฟฟ้าล้วน ประกอบด้วย i6 และ i8 ซึ่ง i8 มีขนาดใหญ่กว่า แต่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่เราเดินชมรอบนี้

i6 นำแนวทางรูปทรงหยดน้ำของ Li MEGA มาใช้ ด้านหน้าลาดต่อเนื่องกับหลังคา ส่วนท้ายลดระดับลงในลักษณะ SUV ทรงคูเป้ ต่างจาก MEGA ที่ตัดท้ายตรงกว่า โดย MEGA มีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ Cd 0.21 ซึ่งสะท้อนแนวทางการออกแบบของรถตระกูลไฟฟ้าล้วนของแบรนด์

ล้อแม็กและซุ้มล้อหน้า Li MEGA
ล้ออัลลอยดีไซน์แอโรไดนามิกรัดด้วยยาง Michelin บน Li MEGA

ในจีน i6 มักถูกนำไปเทียบกับ Tesla Model Y แต่เมื่อเห็นคันจริง รถไม่ได้ดูเล็ก ผมประเมินความยาวว่าเกือบ 5 เมตร รอบนี้มีทั้งคันสีดำภายในโทนส้ม และสีขาวมุกที่ตกแต่งภายในโทนสว่างให้ดู

Li i6 สีขาวในโชว์รูม
Li i6 รถ SUV ไฟฟ้าล้วนทรงคูเป้สีขาวมุกจัดแสดงภายในโชว์รูม

ไฟ Light Bar ของ i Series ย้ายขึ้นมาอยู่สูงกว่า L Series ด้านล่างมีชุดไฟหน้า ไฟแสดงการทำงานของระบบช่วยขับ เรดาร์ และช่องรับอากาศแบบ Active ส่วนกล้องรอบคัน LiDAR และการ์ด NFC ก็มีมาให้

อีกฟังก์ชันที่ได้ลองคือการเปิดฝากระโปรงหน้าด้วยการเคาะ ไม่ต้องเข้าแอปหรือกลับไปกดจากในรถ เมื่อฝากระโปรงยกขึ้นจะเห็นพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหน้า และไฟ Daytime Running Light จะดับลงด้วย ส่วนตัวผมชอบตรงที่การหยิบของด้านหน้าไม่ต้องเริ่มจากการหาเมนูบนหน้าจอครับ

ห้องโดยสาร i6 มีจอคู่และเบาะปรับได้หลายรูปแบบ

i6 เป็นรถ 2 แถว 5 ที่นั่ง ใช้ Head-up Display แทนจอหลังพวงมาลัย มีปุ่มลักษณะจอยสติ๊กบนพวงมาลัย และคันเกียร์อยู่ด้านขวา จอกลางกับจอผู้โดยสารหน้าแยกเป็น 2 จอ แต่แสดงเนื้อหาที่เชื่อมต่อกันได้

Li Auto พัฒนาทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เอง หน้าจอรถที่จัดแสดงเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษได้ เมนูแยกส่วนควบคุมรถ เบาะ ระบบเสียง การเชื่อมต่อ และการสั่งงานด้วยเสียงค่อนข้างชัดเจน จากที่ลองใช้งาน ผมรู้สึกว่าหาเมนูต่าง ๆ ได้ไม่ยาก

งานตกแต่งมี Ambient Light รอบห้องโดยสารและวัสดุบุผ้าในบางตำแหน่ง เบาะมีระบบอุ่น ระบายอากาศ และนวด รวมถึงพวงมาลัยอุ่น โดยเบาะหน้าเอนแบบ Queen Seat ได้ ซึ่งเป็นคนละรูปแบบกับ Zero Gravity Seat ที่ชมในรุ่นก่อนหน้า

จากหน้าจอสามารถเลือกรูปแบบการนวด และปรับเบาะของผู้โดยสารตำแหน่งอื่นได้ จอผู้โดยสารหน้าใช้ดูหนังและฟังเพลงได้ ส่วนเวอร์ชันต่างประเทศมีการพูดถึง Spotify สำหรับความบันเทิงระหว่างเดินทางด้วย

คอนโซลกลางมีแท่นชาร์จไร้สายพร้อมระบบระบายอากาศ ที่วางแก้ว 2 ตำแหน่ง ช่องเก็บของและช่อง USB รวมถึงช่องเก็บของด้านหน้า จึงมีพื้นที่วางอุปกรณ์ที่ต้องหยิบใช้ระหว่างเดินทางหลายจุด

ชิปช่วยขับ NVIDIA Thor และเมนูช่วงล่างถุงลม

i6 ยังใช้ชิป NVIDIA Thor และรองรับ VLA สำหรับระบบช่วยขับ ต่างจาก L9 รุ่นล่าสุดที่เริ่มใช้ชิปของ Li Auto เอง โดยชิป M100 มีพลังประมวลผลประมาณ 1,250 TOPS ต่อชิป และเมื่อนำมาใช้ 2 ตัวจะรวมเป็นประมาณ 2,500 TOPS

เมนูระบบช่วยขับมี AD Max, VLA Command, Highway NOA, LCC และ Auto Lane Change ส่วนการทำงานบนถนนไทยต้องรอรายละเอียดของรถที่นำมาจำหน่ายอีกครั้ง

ด้านช่วงล่าง i6 ให้ถุงลมมา สามารถเลือกบุคลิก Comfort, Normal และ Sport พร้อมปรับความสูง Low, Normal, High และ Max มี Easy Entry and Exit เพื่อช่วยขึ้นลงรถ และปรับน้ำหนักพวงมาลัยได้

การหน่วงเมื่อยกคันเร่งเลือกได้ระหว่าง Comfort, Normal และ Strong รวมถึงมี Stop Mode อยู่ในเมนู อย่างไรก็ตาม ความนุ่ม การควบคุมตัวถัง และความรู้สึกของการหน่วงยังต้องรอทดลองขับ จึงจะบอกได้ว่าเหมาะกับการใช้งานแบบไหน

ผมได้ลองสั่งงานด้วยเสียงภาษาอังกฤษ รวมถึงสั่งปิดม่านหลังคา ซึ่งรถทำงานตามคำสั่งได้ ส่วนการรองรับภาษาไทยเป็นอีกเรื่องที่ต้องติดตามเมื่อมีรายละเอียดเวอร์ชันไทย

เบาะหลัง i6 มีทั้งตู้เย็น จอพับ และพื้นที่วางขาเหลือเยอะ

จุดที่ทำให้ i6 น่าสนใจสำหรับผมคือพื้นที่ด้านหลัง ผมสูง 165 ซม. เมื่อนั่งแล้วมีระยะเข่าเหลือประมาณ 3–4 กำปั้น แผงประตู ที่พักแขน และบริเวณพักศอกใช้วัสดุ Soft Touch พร้อมม่านบังแดดที่ประตูหลัง

ตรงกลางมีตู้เย็นที่ปรับได้ทั้งความเย็นและความอุ่น ด้านหลังมีช่อง USB-C กำลัง 67 วัตต์ ปรับอุณหภูมิแอร์แยกได้ และควบคุมเบาะอุ่นกับเบาะระบายอากาศจากบริเวณนี้ได้ด้วย

หลังคากระจกแบ่งเป็น 2 ตอน และมีม่านบังแดดให้ ไม่ได้ปล่อยเป็นกระจกอย่างเดียว เหนือศีรษะยังมีจอหลังแบบพับเก็บ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมให้ความสนใจมาก เพราะผู้โดยสารหลังมีจอของตัวเองโดยไม่ต้องมองผ่านเบาะหน้าไปยังจอกลาง

จอรองรับ AirPlay สำหรับส่งภาพจากอุปกรณ์ขึ้นจอ และมีการสาธิตการเชื่อมต่อภาพผ่านสาย รวมถึงเปิดแอปอย่าง Bilibili ได้ ส่วนที่พักแขนกลางมีช่องวางโทรศัพท์ 2 เครื่องและที่วางแก้ว เบาะหลังปรับเอนได้ พร้อมที่พักเท้าและโหมด Lounge Chair สำหรับนั่งพัก

ถ้ามองจากสิ่งที่ได้ลอง ผมว่าความน่าสนใจของ i6 คือการให้ความสำคัญกับผู้โดยสารหลังอย่างจริงจัง ทั้งพื้นที่นั่ง อุณหภูมิ ความบันเทิง และท่านั่งพัก ไม่ได้มีเพียงจอขนาดใหญ่ด้านหน้าอย่างเดียว

พับเบาะไฟฟ้าแล้วลองนอน พื้นที่ท้ายยาวกว่าที่คิด

แม้หลังคาท้ายรถจะลาดลง แต่พื้นที่ใช้สอยด้านหลังยังยาว เบาะหลังพับด้วยไฟฟ้าได้ และมีช่องเก็บของใต้พื้นขนาดลึกสำหรับแยกสัมภาระอีกชั้น

ผมลองนอนในพื้นที่หลังพับเบาะ โดยความยาวตัวรวมรองเท้าประมาณ 170 ซม. แล้วยังขยับตัวได้โดยศีรษะไม่ชน จึงมองว่าพื้นที่นี้น่าจะรองรับคนสูงประมาณ 180–190 ซม. ได้ และสามารถปูเบาะสำหรับพักผ่อนหรือทำกิจกรรมกับรถได้

ประสบการณ์ตรงส่วนนี้ทำให้เห็นว่าอรรถประโยชน์ของ i6 ไม่ได้อยู่แค่จำนวนที่นั่ง แต่รวมถึงการเปลี่ยนห้องโดยสารเป็นพื้นที่พักด้วยครับ

แบตเตอรี่และการชาร์จของ i6

สำหรับ i6 ระบุการใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่จาก CATL รองรับการชาร์จ 5C ด้วยกำลังมากกว่า 520 กิโลวัตต์ ส่วน Li Auto มีสถานีชาร์จมากกว่า 4,100 แห่งในประเทศจีน

มุมมองบั้นท้ายเฉียงของ Li MEGA
ด้านท้าย Li MEGA พร้อมแถบไฟท้ายพาดยาว ใกล้พื้นที่จัดแสดงชุดชาร์จไฟ

นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ชาร์จทั้ง 2C, 5C และ AC Wall Charger ให้ชมด้วย อย่างไรก็ตาม ตัวเลขกำลังชาร์จสูงสุดเป็นข้อมูลด้านเทคโนโลยี ส่วนเวลาชาร์จและอัตราสิ้นเปลืองของ i6 ในการใช้งานจริงยังต้องรอทดสอบ

มุมมองด้านท้ายตรงของ Li MEGA
มุมมองด้านท้ายตรงของ Li MEGA เผยให้เห็นเสาชาร์จเร็วที่ติดตั้งอยู่ด้านหลัง

ข้อดี

  • แนวคิดรถครอบครัวให้ความสำคัญกับผู้โดยสารทุกแถว เห็นได้จากอุปกรณ์และการจัดพื้นที่ในรถที่ชม
  • L9 มีระบบเสียงที่ผมเคยสัมผัสแล้วรู้สึกโดดเด่น พร้อมจอหลังและอุปกรณ์เพื่อความสบายหลายตำแหน่ง
  • i6 มีพื้นที่วางขาหลังเหลือมากจากการลองนั่ง พร้อมเบาะปรับเอน ที่พักเท้า และโหมด Lounge Chair
  • ผู้โดยสารหลัง i6 มีทั้งจอพับ ตู้เย็น ม่านบังแดด และช่อง USB-C กำลัง 67 วัตต์
  • พื้นที่ท้าย i6 พับเบาะไฟฟ้าได้ มีช่องเก็บของใต้พื้น และรองรับการนอนพักจากที่ผมได้ลอง

ข้อสังเกต

  • L9 ยังไม่มีกำหนดทำตลาดไทยในช่วงที่เราไปชม แม้จะมีเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่น่าสนใจ
  • ช่วงล่างไฮดรอลิกของ L9 และช่วงล่างถุงลมของ i6 ยังต้องทดลองขับเพื่อประเมินความนุ่มและการควบคุมตัวถังจริง
  • L6 ลดรายละเอียดงานตกแต่งจากรุ่นใหญ่ เช่น เบาะที่ไม่ได้ใช้ลาย Diamond Cut
  • การใช้ Head-up Display แทนจอหลังพวงมาลัยเป็นแนวทางที่ควรลองนั่งและปรับตำแหน่งให้เข้ากับความชอบของแต่ละคน
  • แอปความบันเทิง ภาษาไทย และการทำงานของระบบช่วยขับในเวอร์ชันไทยยังต้องติดตามรายละเอียดก่อนตัดสินใจ

สรุป ใครน่าติดตาม Li Auto ก่อนเข้าไทย

ถ้ากำลังมองหา SUV ไฟฟ้าในกลุ่มที่พิจารณา Tesla Model Y, XPeng G6, Deepal S07, ZEEKR 7X, MG IM6, Mercedes-Benz GLC EV, BMW iX3 หรือ Avatr 07 อยู่ Li i6 เป็นอีกคันที่น่าติดตาม โดยเฉพาะคนที่มีสมาชิกครอบครัวนั่งหลังบ่อย และอยากได้พื้นที่เก็บของที่ปรับใช้เป็นพื้นที่พักได้ด้วย

ส่วนคนที่ต้องการ MPV ขนาดใหญ่ Li MEGA รุ่นปี 2026 ก็มีแผนเข้าทำตลาดไทยเช่นกัน สำหรับความคุ้มค่าต้องรอราคาและอุปกรณ์ของรถไทยก่อน แต่จากสิ่งที่ได้สัมผัส ผมมองว่าจุดขายของ Li Auto ชัดเจนมากในเรื่องความสบายของคนทั้งคัน

หลังจากนี้เรายังมีแผนไปชมโรงงาน Li Auto ที่เมืองฉางโจว เพื่อดูเบื้องหลังการผลิตเพิ่มเติม ส่วนความคืบหน้าของ i6 และ Li MEGA ในประเทศไทย รวมถึงรายละเอียดรุ่นปี 2026 ถ้ามีอัปเดต ทีม iMoD Drive จะนำมาเล่าให้ทราบกันอีกครั้งครับ

ติดตามข่าวสารและรีวิวรถยนต์ไฟฟ้าได้ที่ iMoD Drive

ที่มา: คลิป iMoD Official

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Attapon Thaphaengphan

ต้อม - Attapon ผู้ก่อตั้งและบรรณาธิการบริหาร iPhoneMod.net เว็บไซต์ข่าวเทคโนโลยีอันดับ 1 ของไทย ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2551 และ iMoD Drive สื่อรถยนต์ไฟฟ้าครบวงจร คลุกคลีในวงการเทคโนโลยีมากว่า 15 ปี มีความหลงใหลใน Apple, Gadget และนวัตกรรมใหม่ๆ โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าและพลังงานสะอาด เชื่อว่าเทคโนโลยีที่ดีควรเข้าถึงได้ง่ายสำหรับทุกคน