ใน

BYD เตรียมเปิดตัวเครือข่ายชาร์จเร็ว Flash Charging 2.0 ในยุโรปภายในไม่กี่สัปดาห์นี้

มีรายงานว่า BYD วางแผนที่จะติดตั้งเครือข่ายชาร์จไฟอัจฉริยะ “Flash Charging 2.0” ที่มีกำลังไฟสูงถึง 1,500 กิโลวัตต์ (kW) ในทวีปยุโรปภายในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า โดยในระยะแรกสถานีชาร์จเหล่านี้จะรองรับรถยนต์ที่ติดตั้งแบตเตอรี่ Blade Battery รุ่นที่รองรับ การดำเนินการนี้เป็นไปตามแผนการขยายโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จในต่างประเทศที่ BYD เคยประกาศไว้เมื่อเดือนมีนาคม และประจวบเหมาะกับการเปิดตัวรถยนต์รุ่น Denza Z9 GT ในยุโรปวันที่ 8 เมษายน 2026

BYD เตรียมเปิดตัวเครือข่ายชาร์จเร็ว Flash Charging 2.0 ในยุโรปภายในไม่กี่สัปดาห์นี้

ในด้านข้อมูลทางเทคนิค รถยนต์ที่ใช้แบตเตอรี่ Blade Battery รุ่นที่สองของ BYD สามารถชาร์จไฟจาก 10% ถึง 70% ได้ภายในเวลาเพียง 5 นาที และชาร์จจาก 10% ถึง 97% ได้ในเวลา 9 นาที (ตามมาตรฐานการชาร์จของจีน)

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันว่ารถรุ่น Denza Z9 GT ในเวอร์ชันยุโรปจะทำความเร็วได้เท่ากันหรือไม่ ปัจจุบันระบบของ BYD รองรับเฉพาะรุ่น Denza Z9 GT เท่านั้น ซึ่งหากเปรียบเทียบกับคู่แข่งในยุโรป รถยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่รองรับการชาร์จกระแสตรง (DC) สูงสุดที่ 400 กิโลวัตต์

ในขณะที่เครือข่าย Ionity มีเครื่องชาร์จ 350 กิโลวัตต์กว่า 5,000 จุด และกำลังติดตั้งเครื่องชาร์จ Alpitronic ขนาด 600 กิโลวัตต์ที่อัปเกรดเป็น 1,000 กิโลวัตต์ได้ ดังนั้นหากสถานี 1,500 กิโลวัตต์ของ BYD ติดตั้งสำเร็จ จะกลายเป็นสถานีชาร์จสาธารณะที่มีกำลังไฟสูงที่สุดในยุโรปทันที

สำหรับตัวรถ Denza Z9 GT มาพร้อมแบตเตอรี่ Blade Battery ขนาด 122 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ให้กำลังสูงสุด 960 แรงม้า มีทั้งระบบขับเคลื่อนล้อหลังและขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) วิ่งได้ไกลสุด 800 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP

ภายในห้องโดยสารติดตั้งระบบเสียง Devialet ที่รองรับ Dolby Atmos ถือเป็นรถรุ่นแรกในยุโรปที่มีระบบเสียงระดับโรงภาพยนตร์ แม้ว่า BYD จะติดตั้งสถานี Flash Charging ไปแล้วหลายพันแห่งในจีน แต่รายละเอียดการติดตั้งในยุโรปยังไม่มีการประกาศตัวเลขที่ชัดเจน

ในส่วนของตำแหน่งทางการตลาด Denza Z9 GT มีคู่แข่งสำคัญคือ Zeekr 001 แม้จะยังไม่มีการประกาศราคาอย่างเป็นทางการในยุโรป แต่การที่ผู้บริโภคจะยอมรับเครือข่ายของ BYD นั้น ขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของจุดบริการ ความสามารถในการรองรับรถยนต์รุ่นอื่นๆ และการพิสูจน์ความเร็วในการชาร์จว่าจะทำได้จริงตามที่เคลมไว้หรือไม่

ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมมองว่า การรุกตลาดครั้งนี้คือการต่อยอดกลยุทธ์โครงสร้างพื้นฐานระดับโลกของ BYD เพื่อสร้างทางเลือกในการชาร์จไฟความเร็วสูงที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของตนเอง แข่งกับเครือข่ายสลับแบตเตอรี่ (Battery Swap) ของ Nio โดย BYD เลือกที่จะควบคุมทั้งตัวรถและอุปกรณ์ชาร์จด้วยตัวเอง เพื่อให้มั่นใจในประสิทธิภาพก่อนที่จะขยายผลไปสู่การใช้งานในวงกว้างต่อไป

ที่มา carnewschina

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Sakura P.