ใน ,

BYD เผยโฉม Song Ultra EV รถ SUV ไฟฟ้าตัวแรงรุ่นใหม่ เตรียมเขย่าตลาด B-Class

ในขณะที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกกำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือด BYD ยักษ์ใหญ่จากจีนยังคงเดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้สร้างความฮือฮาด้วยการเผยโฉมสมาชิกใหม่ในตระกูลที่ขายดีที่สุดอย่าง Song Ultra EV รถ SUV ไฟฟ้าที่ผสมผสานทั้งความหรูหรา สมรรถนะที่แรงขึ้น และเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อเตรียมสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับรถยนต์ในเซกเมนต์ B-Class ต่อไป

BYD เผยโฉม Song Ultra EV รถ SUV ไฟฟ้าตัวแรงรุ่นใหม่ เตรียมเขย่าตลาด B-Class

BYD ได้เผยภาพตัวอย่างแรกของ Song Ultra EV ซึ่งจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดในซีรีส์ Song ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง โดยคุณ Lu Tian หัวหน้าฝ่ายขายของผลิตภัณฑ์ตระกูล Dynasty ของ BYD ได้แชร์ภาพผ่าน Weibo เมื่อวันพุธที่ผ่านมา พร้อมระบุว่านี่คือรถ SUV พลังงานไฟฟ้าล้วนในระดับ B-Class รุ่นแรกของไลน์อัปนี้

แม้จะยังไม่มีรายละเอียดเชิงลึกถูกเปิดเผยออกมามากนัก แต่รถรุ่นนี้ได้ผ่านการจดทะเบียนกับกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน (MIIT) ไปเมื่อเดือนที่แล้ว เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดตัววางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

ในด้านขนาดตัวถัง Song Ultra EV มีความยาว 4,850 มม. กว้าง 1,910 มม. และสูง 1,670 มม. โดยมีระยะฐานล้ออยู่ที่ 2,840 มม. ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับรุ่น Song L EV พบว่ารุ่น Ultra มีขนาดตัวรถยาวกว่าและสูงกว่าเล็กน้อย แต่มีฐานล้อที่สั้นกว่า

ขุมพลังของ Song Ultra EV มาพร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลังด้วยมอเตอร์เดี่ยวที่ทรงพลัง ให้กำลังสูงสุดถึง 270 kW และทำความเร็วสูงสุดได้ 210 กม./ชม. ซึ่งถือว่าแรงกว่า Song L EV รุ่นปัจจุบันที่มีพละกำลังมอเตอร์ให้เลือกอยู่ที่ 150 และ 230 kW

นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกในการติดตั้งระบบ LiDAR เพื่อรองรับระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ God’s Eye ของ BYD ซึ่งจะช่วยให้รถสามารถขับเคลื่อนอัตโนมัติในเมือง (Urban NOA) ได้อีกด้วย

สำหรับเรื่องราคา แม้จะยังไม่มีการประกาศราคาของ Song Ultra EV ออกมา แต่หากเทียบกับรุ่น Song L EV รุ่น Smart Driving Edition จะมีราคาเริ่มต้นที่ 189,800 – 249,800 หยวน หรือประมาณ 900,000 – 1,185,000 บาท

ทั้งนี้ ซีรีส์ Song ถือเป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดของ BYD โดยในปี 2025 ที่ผ่านมา มียอดขายรวมถึง 788,003 คัน คิดเป็น 17.12% ของยอดขายทั้งหมดของเครือ BYD แม้ว่ายอดขายในเดือนธันวาคมจะลดลงเหลือ 55,169 คัน ซึ่งลดลงจากปีก่อนหน้ากว่า 55% ก็ตาม

ที่มา cnevpost

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Sakura P.