ใน

ดีเดย์ 1 เมษา! จีนบังคับใช้ระบบติดตามแบตเตอรี่แห่งชาติ คุมเข้มวงจรปิดรีไซเคิล

จีนได้เปิดตัวแพลตฟอร์มระดับชาติเพื่อติดตามข้อมูลแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งดำเนินการไปพร้อมกับการบังคับใช้กฎระเบียบใหม่ว่าด้วยการรีไซเคิลและการใช้ประโยชน์จากแบตเตอรี่ของยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ตามรายงานจากสำนักข่าว CCTV

ดีเดย์ 1 เมษา! จีนบังคับใช้ระบบติดตามแบตเตอรี่แห่งชาติ คุมเข้มวงจรปิดรีไซเคิล

แพลตฟอร์มดังกล่าวเปิดตัวสู่สาธารณะเมื่อวันที่ 31 มีนาคม หลังจากผ่านช่วงทดลองใช้งานมาตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม โดยอยู่ภายใต้กรอบการทำงานของ “มาตรการชั่วคราวเพื่อการรีไซเคิลและการใช้ประโยชน์จากแบตเตอรี่ NEV”

ระบบติดตามวงจรชีวิตแบตเตอรี่

ระบบนี้จะกำหนด “เอกลักษณ์ดิจิทัล” (Digital Identity) ที่ไม่ซ้ำกันให้กับแบตเตอรี่แต่ละก้อน ทำให้สามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้แบบเรียลไทม์ตลอดวงจรชีวิต ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต การขาย การบำรุงรักษา การเปลี่ยนแบตเตอรี่ การถอดแยกชิ้นส่วน ไปจนถึงการนำกลับมาใช้ใหม่

ระบบใหม่นี้ได้รวบรวมข้อมูลทั่วทั้งซัพพลายเชนและเข้ามาแทนที่ระบบติดตามเดิม โดยมีการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและขยายขอบเขตข้อมูลให้กว้างขึ้น เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐสามารถตรวจสอบเส้นทางของแบตเตอรี่ได้อย่างต่อเนื่องผ่านฐานข้อมูลส่วนกลาง

การรายงานข้อมูลและขอบเขตอุตสาหกรรม

แพลตฟอร์มนี้ครอบคลุมผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่, ผู้ผลิตรถยนต์พลังงานใหม่, ผู้นำเข้า, บริษัทซ่อมบำรุง, ผู้ให้บริการสลับแบตเตอรี่ (Battery Swap) และวิสาหกิจรีไซเคิล โดยทุกบริษัทมีหน้าที่ต้องอัปโหลดข้อมูลการผลิต การติดตั้ง การขาย การตัดวงจร และการนำกลับมาใช้ใหม่

โครงสร้างการรายงานนี้จะสร้างกลไกการจัดการแบบ “วงจรปิด” เพื่อควบคุมดูแลแบตเตอรี่ นอกจากนี้ แพลตฟอร์มยังมีฟังก์ชันวิเคราะห์การติดตาม ประเมินความรับผิดชอบขององค์กร และสนับสนุนงานวิจัยในอุตสาหกรรมด้วย

ทั้งนี้ มีรายงานเพิ่มเติมว่าจีนจะเริ่มบังคับให้รายงาน Carbon Footprint ของแบตเตอรี่ในปี 2026 ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การหาวัตถุดิบไปจนถึงการรีไซเคิล

หน่วยงานรัฐจะใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อตรวจตราแบบเรียลไทม์ เฝ้าระวังความเสี่ยง และจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันไม่ให้แบตเตอรี่ที่ใช้แล้วหลุดเข้าไปในช่องทางที่ไม่เหมาะสมหรือไม่ได้รับอนุญาต อีกทั้งยังช่วยแก้ปัญหาข้อมูลกระจัดกระจายและความล่าช้าในการตรวจสอบ

โปรเจกต์นี้ได้รับการประสานงานโดยกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ (MIIT) โดยมีศูนย์เทคโนโลยีและการวิจัยยานยนต์แห่งจีน (CATARC) เป็นผู้สนับสนุนด้านเทคนิคและเป็นผู้ดูแลระบบ ซึ่งในงานเปิดตัวที่เมืองเทียนจินมีองค์กรและสถาบันนานาชาติเข้าร่วมกว่า 500 แห่ง

ที่มา carnewschina

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Sakura P.