Geely เปิดตัวระบบช่วยขับเจนใหม่ G-ASD ที่ CES 2026 พร้อมก้าวสู่การขับอัจฉริยะระดับ L3
Geely ผู้ผลิตรถยนต์เจ้าใหญ่จากจีน ได้ประกาศเปิดตัวระบบช่วยขับยุคใหม่อย่าง G-ASD เป็นทางการในงาน CES 2026 ที่ลาสเวกัส ระบบนี้ถูกออกแบบให้พร้อมรองรับการขับขี่อัตโนมัติระดับ L3 และเป็นเทคโนโลยีที่ถูกนำไปใช้งานจริงแล้วในรถยนต์หลายรุ่นของแบรนด์ Lynk & Co

ระบบ G-ASD ได้รับการพัฒนาโดยบริษัทในเครือของ Geely ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Mercedes-Benz นับเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่างค่ายรถยุโรปและจีนในด้านเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะ
Afari Technology ผู้อยู่เบื้องหลังระบบช่วยขับของ Geely
ระบบช่วยขับของ Geely พัฒนาโดย Afari Technology แบรนด์ตั้งอยู่ในเมืองฉงชิ่ง (ชื่อภาษาจีนคือ Qianli Technology) เป็นบริษัทในเครือของ Lifan Group ที่ Geely เป็นเจ้าของ ที่เน้นกลยุทธ์ “AI + Auto” โดยเฉพาะ
ก่อนหน้านี้ Mercedes-Benz ได้เข้าถือหุ้น 3% ใน Afari Technology ด้วยมูลค่า 1.34 พันล้านหยวน (ประมาณ 6,700 ล้านบาท) หรือคิดเป็น 192 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6,900 ล้านบาท) สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในเทคโนโลยีของบริษัทดังกล่าว
จาก G-Pilot สู่ G-ASD ยุคใหม่ของระบบช่วยขับ
ระบบช่วยขับรุ่นแรกของ Afari Technology ใช้ชื่อว่า G-Pilot (Haohan Pilot) โดยมีให้เลือกถึง 5 ระดับ ได้แก่ H1, H3, H5, H7 และ H9 ที่แตกต่างกันทั้งด้านฮาร์ดแวร์ และระดับการใช้งานของ AI

วันที่ 6 มกราคม Geely ได้ประกาศก้าวเข้าสู่ยุค 2.0 ของระบบช่วยขับ เน้นการยกระดับสถาปัตยกรรมเทคโนโลยีใหม่ และเปลี่ยนชื่อระบบเป็น G-ASD
G-ASD และหัวใจสำคัญอย่าง World Action Model (WAM)
G-ASD ย่อมาจาก “Geely Afari Smart Driving” จุดเด่นสำคัญคือการนำ World Action Model (WAM) มาใช้ ซึ่งเป็นโมเดลพฤติกรรมของโลกที่มีความสามารถในการสะท้อนตัวเอง และพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง
WAM ทำงานบนระบบ Full-domain AI 2.0 ของ Geely เป็นสถาปัตยกรรมแบบแพลตฟอร์ม และมาตรฐานเดียวกัน ช่วยให้ระบบมีความยืดหยุ่น ประสบการณ์การใช้งานอัตโนมัติที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น และการทำงานร่วมกันของผลิตภัณฑ์ในเครือ
World Action Model ช่วยให้รถเข้าใจระยะทาง ความเร็ว พฤติกรรมของวัตถุ และบริบททางสังคมในลักษณะใกล้เคียงมนุษย์มากขึ้น เพิ่มความ “เหมือนมนุษย์” ในการตัดสินใจสำหรับระบบช่วยขับมากขึ้น
ใช้ข้อมูลรอบด้าน และพลัง AI ขนาดใหญ่
WAM สามารถดึงข้อมูลจากหลายแหล่ง ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจากเว็บ ข้อมูลเฉพาะด้าน ข้อมูลการขับขี่อัตโนมัติ ข้อมูลการโต้ตอบภายในห้องโดยสาร และข้อมูลจากระบบ CAN bus จากนั้นฮาร์ดแวร์จะประมวลผลผ่านโมเดลภาษาขนาดใหญ่

ระบบสามารถสั่งการได้ครอบคลุมทั้งการควบคุมระบบส่งกำลัง แชสซี ระบบตัวถัง และอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงระบบภายในห้องโดยสาร เพราะโมเดลบนคลาวด์มีพารามิเตอร์มากกว่า 100 พันล้านพารามิเตอร์
ฮาร์ดแวร์ยังคงเดิม แต่ศักยภาพสูงขึ้น
ระบบ G-ASD ที่เปิดตัวในงาน CES 2026 ใช้ฮาร์ดแวร์ชุดเดียวกับ G-Pilot รุ่นก่อนหน้า ตัวอย่างเช่น
-
G-ASD H7 ใช้เซนเซอร์ 31 ตัว และชิป Nvidia Drive Thor ให้พลังประมวลผล 700 TOPS
-
G-ASD H9 ใช้ Thor SoC จำนวน 2 ตัว รวมพลังประมวลผล 1,400 TOPS
Geely ตั้งเป้าเปิดใช้งานฟังก์ชัน L3 บนทางหลวง และ L4 ในความเร็วต่ำ ภายในปีนี้ เพื่อรองรับการใช้งาน Robotaxi (แท็กซี่ไร้คนขับ)
เริ่มใช้งานจริงแล้วใน Lynk & Co
G-ASD เวอร์ชันแรกถูกนำมาใช้งานใน Lynk & Co 900 SUV ผ่านการอัปเดต OTA เวอร์ชัน 2.2.0 โดยฟีเจอร์เด่นคือ D2D Parking ที่ช่วยให้รถขับเองได้ในลานจอดรถใต้ดิน ขับข้ามชั้น ทางลาดวงเวียน รวมถึงการจดจำด่านทางหลวง และที่จอดรถได้อัตโนมัติ ตอนนี้รถของ Lynk & Co รุ่นอื่น ๆ ก็เริ่มนำระบบนี้ไปใช้งานแล้วเช่นกัน
ที่มา : Carnewschina
