ใน

Tesla เผยยอดส่งมอบไตรมาส 1 ปี 2026 ที่ 358,000 คัน เหลือรถค้างสต็อกกว่า 50,000 คัน

Tesla ได้ประกาศผลการดำเนินงานด้านการผลิตและจัดส่งรถยนต์ประจำไตรมาสที่ 1 ปี 2026 โดยยืนยันยอดส่งมอบอยู่ที่ 358,023 คัน ซึ่งน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์ใน Wall Street คาดการณ์ไว้ที่ 365,645 คัน (ขาดไปประมาณ 7,600 คัน)

Tesla เผยยอดส่งมอบไตรมาส 1 ปี 2026 ที่ 358,000 คัน เหลือรถค้างสต็อกกว่า 50,000 คัน

สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่ายอดที่พลาดเป้า คือช่องว่างระหว่างจำนวนรถที่ผลิตได้กับยอดขายจริง โดยในไตรมาสนี้ Tesla ผลิตรถยนต์ออกมาได้ถึง 408,386 คัน แต่ส่งมอบได้เพียง 358,023 คัน หมายความว่ามีรถยนต์เหลือค้างอยู่ในสต็อกเพิ่มขึ้นกว่า 50,000 คันภายในไตรมาสเดียว

สรุปตัวเลขการผลิตและส่งมอบไตรมาส 1/2026

จากตารางข้อมูลระบุว่า Model 3 และ Model Y ผลิตได้ 394,611 คัน และส่งมอบได้ 341,893 คัน ส่วนรุ่นอื่นๆ (Other Models) ผลิตได้ 13,775 คัน และส่งมอบได้ 16,130 คัน รวมทั้งสิ้นผลิตได้ 408,386 คัน และส่งมอบได้ 358,023 คัน

หากเทียบกับไตรมาสที่ 1 ของปี 2025 ยอดส่งมอบเพิ่มขึ้น 6.3% (จากเดิม 336,681 คัน) แต่ตัวเลขนี้อาจดูดีเกินจริง เพราะในช่วงต้นปี 2025 Tesla ได้หยุดสายการผลิต Model Y เพื่อปรับปรุงเป็นรุ่นใหม่ Juniper ทำให้ฐานยอดขายปีที่แล้วต่ำกว่าปกติ แต่ถ้าเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (Q4 2025) ที่ทำได้ 418,227 คัน จะพบว่ายอดตกลงถึง 14.4% ซึ่งเป็นการลดลงที่รุนแรงกว่าปกติ

ปัญหาความต้องการสินค้าและสต็อกรถยนต์

ปัจจุบัน Tesla กำลังเผชิญกับปัญหาสต็อกสะสม รถยนต์ส่วนใหญ่ที่เหลือค้างเป็นรุ่น Model 3/Y ซึ่งผลิตเกินยอดขายไปเกือบ 53,000 คัน สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่า Tesla กำลังมีปัญหาด้านความต้องการของตลาด (Demand) มากกว่าจะเป็นปัญหาเรื่องการขนส่ง เพราะในอดีต Tesla มักจะผลิตรถตามคำสั่งซื้อและแทบไม่มีรถค้างสต็อกเลย

สถานการณ์ของรุ่นอื่นๆ และธุรกิจพลังงาน

ในส่วนของรุ่นอื่น ๆ ซึ่งรวมถึง Cybertruck และรุ่นที่เลิกผลิตไปแล้วอย่าง Model S และ Model X พบว่ายอดส่งมอบสูงกว่ายอดผลิต เนื่องจากมีการระบายรถ Model S และ X ที่ค้างสต็อกอยู่ออกไปจนเกือบหมด ส่วน Cybertruck นั้นยังคงเป็นสินค้าเฉพาะกลุ่ม (Niche product) ด้วยยอดขายประมาณ 13,000 – 16,000 คันต่อไตรมาส

นอกจากนี้ ธุรกิจจัดเก็บพลังงาน (Energy Storage) ก็มียอดตกลงอย่างน่าตกใจ โดยติดตั้งไปได้เพียง 8.8 GWh ลดลงถึง 38% จากไตรมาสก่อนหน้า และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 14.4 GWh ซึ่งธุรกิจนี้เคยเป็นจุดแข็งเพียงอย่างเดียวที่ยังเติบโตในช่วงที่ยอดขายรถยนต์ซบเซา

ผลลัพธ์นี้ทำให้ Tesla ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากต่อเนื่อง จากที่เคยทำยอดสูงสุดได้ 1.81 ล้านคันในปี 2023 และลดลงเรื่อยมาจนเหลือ 1.636 ล้านคันในปี 2025 หาก Tesla ยังทำยอดขายได้เท่ากับไตรมาสนี้ไปตลอดทั้งปี ยอดรวมจะอยู่ที่ประมาณ 1.43 ล้านคัน ซึ่งห่างไกลจากเป้าหมายที่นักวิเคราะห์ตั้งไว้ที่ 1.69 ล้านคันอย่างมาก

ทั้งนี้ Tesla จะรายงานผลประกอบการทางการเงินฉบับเต็มในวันพุธที่ 22 เมษายน 2026 หลังปิดตลาดหุ้น

ที่มา electrek

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Sakura P.