Tesla กำลังปรับตัวครั้งใหญ่ด้วยการตีตัวออกห่างจากชื่อแบรนด์ที่โด่งดัง (และอื้อฉาว) ที่สุดชื่อหนึ่งของบริษัท โดยในการปล่อยซอฟต์แวร์อัปเดตเวอร์ชัน 2026.2.9 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา บริษัทได้เริ่มเปลี่ยนชื่อฟีเจอร์หลักหลายรายการในระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่
Tesla ถอดชื่อ ‘Autopilot’ ออกในการอัปเดตซอฟต์แวร์ใหม่
ตามบันทึกการอัปเดตอย่างเป็นทางการ การเปลี่ยนชื่อครั้งนี้เป็นเพียง “การปรับเปลี่ยนข้อความ” เท่านั้น โดย Tesla ระบุว่า “การเปลี่ยนแปลงนี้อัปเดตเฉพาะชื่อของฟีเจอร์และข้อความในตัวรถเท่านั้น ไม่ได้เปลี่ยนพฤติกรรมการทำงานของฟีเจอร์แต่อย่างใด” จุดที่น่าสนใจคือฟีเจอร์เดิมที่ชื่อ “Navigate on Autopilot” ได้ถูกเปลี่ยนเป็น “Navigate on Autosteer” และตัวฮาร์ดแวร์ที่เคยเรียกว่า “FSD Computer” ก็ได้รับการเปลี่ยนชื่อใหม่อย่างเป็นทางการว่าเป็น “AI Computer”

นอกจากนี้ Tesla ยังปรับปรุงหน้าจอการใช้งาน (UI) เพื่อสร้างภาพจำใหม่ภายใต้ชื่อ “Self-Driving” แทนที่ Autopilot เดิม ตัวอย่างที่ชัดเจนคือเมื่อผู้ขับขี่เข้าควบคุมรถด้วยตัวเอง ข้อความแจ้งเตือนจะเปลี่ยนเป็น “ยกเลิกการทำงาน Self-Driving เกิดอะไรขึ้น?” รวมถึงเมนูหลักในตั้งค่าที่เคยใช้ชื่อ “Autopilot” ก็ถูกเปลี่ยนเป็น “Self-Driving” ทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนชื่อครั้งนี้ดูเหมือนจะยังไม่ครอบคลุมทุกส่วนของระบบ ซึ่งอาจสร้างความสับสนให้ผู้ใช้งานได้ เพราะในเมนู Speed Profile ยังคงใช้คำว่า “Full Self-Driving” และในส่วนของสถิติการใช้งานยังคงใช้ตัวย่อ “FSD (Supervised)” อยู่ ซึ่ง Tesla คงต้องตามอัปเดตให้เหมือนกันทั่วทั้งระบบในอนาคต
ที่มาของการเผชิญหน้ากับกฎหมาย
การเปลี่ยนชื่อแบรนด์ครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นลอย ๆ แต่มาจากประวัติการปะทะกับหน่วยงานกำกับดูแลที่มองว่าชื่อ “Autopilot” และ “Full Self-Driving” ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด ล่าสุดหน่วยงาน DMV ของรัฐแคลิฟอร์เนียได้กล่าวหา Tesla ว่าโฆษณาเกินจริง ซึ่งเพื่อเลี่ยงโทษแบนการขายรถในรัฐบ้านเกิดเป็นเวลา 60 วัน Tesla จึงต้องยอมถอดชื่อ Autopilot ออกจากการขายรถใหม่ และเปลี่ยนไปใช้คำว่า “Full Self-Driving (Supervised)” แทน

แม้ว่าปัจจุบัน Tesla กำลังฟ้องร้อง DMV ของแคลิฟอร์เนียเพื่อคัดค้านข้อหาโฆษณาเกินจริงนี้ แต่การเปลี่ยนแปลงในซอฟต์แวร์แสดงให้เห็นว่าบริษัทเลือกที่จะ “เพลย์เซฟ” ไว้ก่อน ไม่ใช่แค่ในสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ในเยอรมนีเมื่อปี 2023 ก็เคยมีคดีทำนองนี้มาแล้ว และเมื่อเดือนที่ผ่านมา Tesla ก็ได้ยกเลิกตัวเลือก Autopilot สำหรับการสั่งจองรถใหม่ในสหรัฐฯ และแคนาดา โดยรถใหม่จะมาพร้อมกับระบบ Traffic Aware Cruise Control (TACC) เท่านั้น
การเปลี่ยนแปลงใน FSD ที่ไม่ได้ระบุไว้
นอกจากการเปลี่ยนชื่อแล้ว ผู้ใช้งาน FSD v14 กำลังเริ่มได้รับซอฟต์แวร์เวอร์ชัน 2026.2 เป็นครั้งแรก ดูเหมือนว่า FSD v14 จะกลายเป็นเวอร์ชันมาตรฐานสำหรับทุกคนที่สมัครใช้บริการ ซึ่งช่วยให้รถทุกคันในระบบใช้เครือข่ายประสาท (Neural Network) ชุดเดียวกัน เพื่อมุ่งหน้าไปสู่ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติที่ไม่ต้องมีการควบคุมจากมนุษย์ในอนาคต

เส้นทางสู่ยานยนต์ไร้คนขับ
แม้ชื่อ Autopilot จะค่อยๆ จางหายไป แต่เป้าหมายของ Tesla ในการสร้างระบบไร้คนขับแบบ 100% ยังคงเดิม การเปลี่ยนชื่อฮาร์ดแวร์เป็น “AI Computer” เป็นการย้ำจุดยืนว่ารถของพวกเขาคือ “หุ่นยนต์ติดล้อ” ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์มากกว่าจะเป็นเพียงการตั้งโปรแกรมแบบเดิมๆ นี่อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการรีแบรนด์ภาพลักษณ์ครั้งใหญ่ของ Tesla จากบริษัทผลิตรถยนต์สู่บริษัทด้าน AI และหุ่นยนต์
ที่มา notateslaapp
