ใน

Tesla บุกญี่ปุ่น! จ่อเปิดตัวระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ FSD เต็มรูปแบบปี 2026

Tesla เตรียมขยายระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติเต็มรูปแบบ หรือ Full Self-Driving (FSD) เข้าสู่ประเทศในเอเชียเพิ่มเติม โดยมีประเทศหนึ่งที่ดูเหมือนจะพร้อมเป็นพิเศษสำหรับการเปิดตัวครั้งแรกนี้

Tesla บุกญี่ปุ่น! จ่อเปิดตัวระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ FSD เต็มรูปแบบปี 2026

การเปิดตัว FSD ในอีกหนึ่งประเทศภายในปีนี้ ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญของ Tesla ในการขยายโปรแกรมช่วยขับขี่ไปทั่วโลก แม้ว่าที่ผ่านมาจะติดปัญหาด้านกฎระเบียบของแต่ละท้องถิ่น แต่สถานการณ์ในหลายภูมิภาคเริ่มส่งสัญญาณไปในทางที่ดีขึ้น

โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น Tesla พร้อมที่จะเปลี่ยนโฉมการเดินทางบนท้องถนนด้วยเทคโนโลยี FSD ภายในปี 2026 โดยคุณ Richi Hashimoto ประธานบริษัทในเครือของ Tesla ประจำประเทศญี่ปุ่น ได้ประกาศแผนงานที่ทะเยอทะยานนี้ ซึ่งต่อยอดมาจากความสำเร็จในการให้พนักงานทดลองใช้จริงในปี 2025 และได้รับคำวิจารณ์เชิงบวกจากสื่อมวลชน ทั้งนี้ การทดสอบเริ่มจากรุ่น Model 3 ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2025 และเพิ่งขยายมายังรุ่น Model Y เมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา

เมื่อหน่วยงานกำกับดูแลอนุมัติ Tesla จะสามารถเปิดใช้งานระบบ FSD ผ่านการอัปเดตซอฟต์แวร์ทางไกล (Over-the-Air – OTA) ให้กับรถจำนวนกว่า 40,000 คันที่วิ่งอยู่บนถนนในญี่ปุ่นได้ทันที ซึ่งญี่ปุ่นถือเป็นพื้นที่ทดสอบที่เหมาะสมมาก เนื่องจากมีระเบียบการจราจรที่เคร่งครัดและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยสูง

คุณ Hashimoto กล่าวว่า “เราตั้งเป้าที่จะเริ่มใช้งานจริงในปี 2026 และกำลังทุ่มเททุกอย่างเท่าที่ทำได้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้” ความมุ่งมั่นนี้สอดคล้องกับการบริหารของคุณ Hashimoto ที่ช่วยพลิกฟื้นยอดขายของ Tesla ให้เติบโตขึ้น

ในปี 2025 Tesla ทำสถิติส่งมอบรถในญี่ปุ่นได้สูงถึง 10,600 คัน ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ 90% จากปีก่อนหน้า และเป็นครั้งแรกที่มียอดขายเกิน 10,000 คันต่อปี โดยกลยุทธ์เปลี่ยนจากการขายออนไลน์เพียงอย่างเดียว มาเป็นการเพิ่มโชว์รูมจริงถึง 29 แห่งในห้างสรรพสินค้าที่มีคนพลุกพล่าน พร้อมการฝึกอบรมพนักงาน และข้อเสนอทางการเงินที่น่าสนใจที่เริ่มใช้ในเดือนมกราคม 2026 นอกจากนี้ยังมีแผนขยายเครือข่ายสถานีชาร์จ Supercharger ให้มากกว่า 1,000 จุดภายในปี 2027

ความสำเร็จในญี่ปุ่นสะท้อนภาพรวมการเติบโตทั่วโลกของ Tesla เช่นในยุโรป โรงงาน Giga Berlin ผลิตรถได้มากกว่า 200,000 คันในปี 2025 แม้จะมีการหยุดพักชั่วคราว และส่งออกไปยัง 30 กว่าตลาด ส่วนในเอเชีย โรงงาน Giga Shanghai ยังคงเป็นขุมพลังหลัก โดยในจีนมียอดส่งมอบในเดือนมกราคม 2026 เพิ่มขึ้น 9% เป็นจำนวน 69,129 คัน และคาดว่าจะมีรุ่นใหม่ที่ราคาจับต้องง่ายกว่าเดิมออกมาปลายปีนี้

ที่มา teslarati

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Sakura P.