ใน

XPENG เปิดตัว VLA 2.0 เจนใหม่ ท้าชน Tesla FSD ในศึกไร้คนขับระดับโลก

XPENG Motors ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน กำลังเร่งเครื่องท้าทายเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติขั้นสูงของ Tesla อย่างเต็มตัว ด้วยการเตรียมเปิดตัวระบบ VLA (Vision-Language-Action) รุ่นที่ 2 ไปทั่วโลกภายในเดือนนี้

XPENG เปิดตัว VLA 2.0 เจนใหม่ ท้าชน Tesla FSD ในศึกไร้คนขับระดับโลก

ความเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์นี้ถูกวางตำแหน่งให้เป็นคู่แข่งโดยตรงกับระบบ FSD (Full Self-Driving) ของ Tesla ส่งผลให้สถาบันการเงินชั้นนำระดับโลกหลายแห่ง เช่น Morgan Stanley และ Bank of America ประกาศแนะนำให้ “ซื้อ” หุ้นของบริษัท ซึ่งสะท้อนถึงการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการแข่งขันในภาคส่วนระบบขับขี่อัจฉริยะ

การประกาศนี้มีขึ้นหลังจากงาน “Second Generation VLA Media Experience Day” เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2026 ที่ผ่านมา ซึ่งมีการแสดงสมรรถนะที่น่าประทับใจของตัวรถ โดย Morgan Stanley ได้ยกย่องนวัตกรรมล่าสุดของ XPENG ว่าเป็น “การก้าวกระโดดครั้งสำคัญ”

และคาดการณ์ว่าในอนาคต Tesla จะต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากบริษัทจีนอย่าง XPENG ที่มีศักยภาพในการท้าชิงเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติในตลาดโลก ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของนักวิเคราะห์ทางการเงินที่เชื่อว่าผู้ผลิต EV จากจีนกำลังลดช่องว่างทางเทคโนโลยีกับยักษ์ใหญ่จากตะวันตกได้อย่างรวดเร็ว

VLA ของ XPENG: ผู้ท้าชิงโดยตรงของ Tesla FSD

XPENG มีกำหนดจะเปิดตัว VLA รุ่นที่ 2 อย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม 2026 พร้อมแผนการรุกตลาดโลก โดยบริษัทตั้งเป้าหมายชัดเจนว่าจะ “เร่งบรรลุเป้าหมายในการมีศักยภาพเทียบเท่ากับ Tesla FSD เวอร์ชันล่าสุด” ภายในปี 2026 นี้ กรอบเวลาที่รวดเร็วนี้แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจในเทคโนโลยีที่บริษัทพัฒนาขึ้นเอง โดยระบบ VLA มีกำหนดจะเริ่มทดสอบวิ่งบนถนนจริงทั่วโลกในเร็ว ๆ นี้ และวางแผนจะเริ่มส่งมอบให้ลูกค้าทั่วโลกในปี 2027

Hui Peng รองประธานฝ่ายการตลาดและการขายของ XPENG Motors ได้แสดงความมั่นใจอย่างมากต่อความได้เปรียบในการแข่งขัน โดยระบุว่าบริษัทมีรากฐานที่แข็งแกร่งและมีจุดเด่นในด้านระบบขับขี่อัจฉริยะ (Intelligent Driving) และห้องโดยสารอัจฉริยะ (Smart Cockpit) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จในอนาคต เขาย้ำว่า XPeng ไม่เกรงกลัวต่ออิทธิพลของ Tesla และมั่นใจว่าจะสามารถคว้าชัยชนะได้ด้วยโซลูชันทางเทคโนโลยีและประสบการณ์การใช้งานที่เหนือชั้น

กระแสตอบรับเชิงบวกจากสถาบันการเงินสะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับในความก้าวหน้าของ XPENG โดยนอกจาก Morgan Stanley และ Bank of America แล้ว ทาง HSBC ก็แนะนำให้ “ซื้อ” เช่นกัน

ยิ่งไปกว่านั้น JPMorgan ยักษ์ใหญ่ด้านการลงทุน เพิ่งเพิ่มสัดส่วนการถือครองหุ้นใน XPeng จาก 6.38% เป็น 7.04% ซึ่งแสดงให้เห็นว่านักลงทุนสถาบันเชื่อมั่นในแนวโน้มการเติบโตระยะยาว

การทดสอบบนถนนทั่วโลกและการส่งมอบในปี 2027 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะทำให้เทคโนโลยีจากจีนและสหรัฐฯ ได้พิสูจน์ฝีมือกันบนเวทีโลกอย่างแท้จริง ซึ่งผลลัพธ์ของการแข่งขันนี้จะเป็นตัวกำหนดความพึงพอใจของผู้บริโภคและกรอบกฎหมายเกี่ยวกับรถยนต์ไร้คนขับในอนาคต

ที่มา selfdrivingcars360

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Sakura P.