ใน , ,

พรีวิว Li Auto L9 Livis รถ SUV เรือธงสุดฉลาด ชิป AI พัฒนาเอง พร้อมช่วงล่างไฮดรอลิกสุดล้ำ

Li Auto L9 Livis เป็น SUV เรือธงแบบ EREV ขนาดใหญ่ 3 แถว 6 ที่นั่ง ที่นำชิป AI พัฒนาเองมาจับคู่กับช่วงล่างไฮดรอลิก 800 โวลต์ ผมพาไปสำรวจตั้งแต่ดีไซน์ ห้องโดยสาร ไปจนถึงความสบายของเบาะทั้ง 3 แถว พร้อมเล่าประสบการณ์ลองหน้าจอ ระบบ 5D Cinema และระบบช่วยขับ แม้รถรุ่นนี้ยังไม่มีกำหนดจำหน่ายในไทย

พรีวิว Li Auto L9 Livis รถ SUV เรือธงสุดฉลาด ชิป AI พัฒนาเอง พร้อมช่วงล่างไฮดรอลิกสุดล้ำ

เวลาพูดถึง SUV สำหรับครอบครัว เรามักดูทั้งพื้นที่นั่ง ความสะดวก และความสบายระหว่างเดินทาง แต่ Li Auto L9 Livis เพิ่มอีกเรื่องเข้ามาให้สนใจ นั่นคือการนำซอฟต์แวร์ ชิปที่พัฒนาเอง และช่วงล่างที่ควบคุมตัวถังได้ มาออกแบบให้ทำงานร่วมกัน

Li Auto ก่อตั้งในปี 2015 เป็นบริษัทเทคโนโลยีด้านรถยนต์ในกลุ่มเดียวกับที่หลายคนคุ้นชื่ออย่าง XPeng และ NIO โดย L Series เป็นรถ EREV ตั้งแต่ L6, L7, L8 จนถึง L9 ซึ่งเป็นรุ่นสูงสุด ส่วนรถยนต์ไฟฟ้ามีทั้ง Li MEGA และ i6 วันนี้ผมจะพาไปรู้จัก L9 Livis ว่าความพิเศษของเรือธงคันนี้อยู่ตรงไหนบ้างครับ

ดีไซน์ภายนอกยังคงเอกลักษณ์ แต่ปรับรายละเอียดให้ทันสมัย

L9 Livis เป็น Full-size SUV แบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง ซึ่งเปิดตัวที่งานปักกิ่งช่วงต้นปี ชื่อ Livis มาจาก Li รวมกับ vis ที่มาจาก vision เพื่อสื่อถึงความสามารถด้าน AI ผู้ช่วยอัจฉริยะ และเทคโนโลยีของรถ

Li Auto L9 Livis มุมมองด้านข้างและท้ายรถ
Li Auto L9 Livis ตัวถัง Full-size SUV ทูโทนพร้อมแถบไฟท้ายพาดยาว

รูปทรงยังดูเป็น Li Auto ชัดเจน เพราะสืบทอดแนวทางดีไซน์จาก Li ONE ตั้งแต่ปี 2018 ไม่ได้เปลี่ยนหน้าตาจนจำไม่ได้ แต่ปรับองค์ประกอบให้ดูทันสมัยขึ้น โดยเฉพาะ Light Bar ด้านหน้าที่ยังคงเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์

บริเวณด้านหน้ามี Position Light ไฟที่เกี่ยวข้องกับระบบขับขี่ กล้อง ช่อง Air Curtain และช่องรับอากาศที่เปิดได้อัตโนมัติ รถคันนี้ยังมีเครื่องยนต์สำหรับปั่นไฟ จึงต้องจัดการทั้งระบบไฟฟ้าและการระบายอากาศของเครื่องยนต์ไปพร้อมกัน

ประตูทั้ง 4 บานเป็นไฟฟ้า มี Ambient Light ช่วยบริเวณทางเข้า รวมถึงบันไดไฟฟ้าสำหรับขึ้นลงรถ ตอนที่ผมขึ้นไปบันไดไม่ได้กางออก ทำให้ต้องยกขาค่อนข้างสูง พอเจอสถานการณ์นี้ก็เข้าใจเลยว่าทำไม SUV ขนาดนี้จึงต้องมีบันไดช่วยขึ้นรถ

ประตูข้างเปิดออกของ Li Auto L9 Livis
ประตูบานข้างแบบไฟฟ้าเปิดกว้างพร้อมบันไดข้างช่วยขึ้นลง

ช่วงล่างไฮดรอลิก 800 โวลต์ จุดเด่นที่มากกว่าการปรับสูงต่ำ

รถ Li Auto หลายรุ่นใช้ช่วงล่างถุงลมที่เรียกว่า Magic Carpet แต่ L9 Livis ขยับมาใช้เทคโนโลยีช่วงล่างไฮดรอลิก 800 โวลต์ พร้อมระบบไฟฟ้าควบคุมการทำงาน โดยใช้กล้องและเรดาร์มองสภาพถนนล่วงหน้าแล้วปรับช่วงล่างให้เหมาะสม

Li Auto สาธิตไว้ 2 สถานการณ์ที่เห็นภาพชัด กรณีแรกคือขับผ่านแอ่งบนถนน ล้อจะเคลื่อนขึ้นลงตามพื้น แต่ตัวถังพยายามรักษาระดับ ต่างจากรถที่หัวทิ่มลงแล้วเงยขึ้น ส่วนอีกกรณีเป็นพื้นสูงต่ำสลับซ้ายขวา ซึ่งระบบจะลดการโยกของตัวถังขณะที่ล้อยังขยับตามผิวทาง

ผู้ผลิตระบุว่าช่วงล่างสร้างแรงยกได้มากถึง 10,000 นิวตันต่อล้อ เทคโนโลยีลักษณะนี้เป็นสิ่งที่เราเห็นในรถหรูอย่าง NIO ET9 ด้วย ไม่ได้มีไว้ปรับความสูงอย่างเดียว แต่ใช้ควบคุมการเคลื่อนตัวของรถได้ละเอียดขึ้น

อีกฟังก์ชันคือ Sand Mode ที่สั่งให้ช่วงล่างยืดและยุบเพื่อช่วยให้รถออกจากทราย คล้ายลักษณะการขยับตัวรถที่ผมเคยเห็นใน Mercedes รวมถึงสามารถยกล้อขึ้นเพื่อช่วยในการเปลี่ยนล้อได้ด้วย

ผมมองว่าจุดน่าสนใจคือการใช้ช่วงล่างแก้สถานการณ์ได้หลายแบบ ตั้งแต่รักษาตัวถังเมื่อผ่านพื้นต่างระดับ ไปจนถึงช่วยเมื่อรถติดทราย อย่างไรก็ตาม ความนุ่มและการเก็บแรงสะเทือนระหว่างเดินทางจริงยังต้องรอทดสอบให้ละเอียดกว่านี้ครับ

ห้องโดยสารด้านหน้า เน้น Quiet Luxury และเบาะพักผ่อน

พอเข้ามาด้านใน แนวทางของ L9 Livis คือ Quiet Luxury ภายนอกไม่ได้พยายามประกาศความหรูมากนัก แต่ใช้รายละเอียดของวัสดุภายในสร้างความรู้สึกแทน ทั้งเบาะลายเย็บ Diamond Cut หมอนรองคอนุ่ม ไม้จริง และ Ambient Light

เบาะนั่งด้านหน้าและพวงมาลัย Li Auto L9 Livis
ห้องโดยสารตอนหน้าตกแต่งหนังพรีเมียมลาย Diamond Cut และพวงมาลัยทรง D-shape

จากที่ผมลองสัมผัส หนังให้ความรู้สึกพรีเมียม ส่วนบริเวณเสาและเพดานใช้วัสดุผิวสัมผัสคล้ายผ้า Alcantara ตกแต่งในโทนดำ รายละเอียดเล็ก ๆ อย่างกระจกบริเวณ Sun Visor ก็มีไฟที่ปรับได้ทั้งความสว่างและอุณหภูมิสี

เบาะด้านหน้ามีระบบอุ่น ระบายอากาศ และนวด พร้อมปรับเป็น Zero Gravity Seat ด้วยปุ่มเดียว พอกดแล้วเบาะจะเอนและยกส่วนรองขาขึ้น ช่วยให้เหยียดตัวพักได้ยาวขึ้น เหมาะกับจังหวะที่จอดพักหรือรอชาร์จรถ และมีปุ่มรีเซตกลับสู่ตำแหน่งเดิมโดยไม่ต้องไล่ปรับทีละส่วน

ส่วนตัวผมชอบตรงที่การพักผ่อนไม่ต้องจัดเบาะหลายขั้นตอน เพราะการกดปุ่มเดียวแล้วให้เบาะปรับต่อเนื่องจนพร้อมนอน ทำให้ฟังก์ชันนี้หยิบมาใช้งานได้ง่ายจริง

ประตูไฟฟ้าปิดได้จากปุ่ม และถ้าอยู่ด้านหน้าก็ใช้การเหยียบเบรกเพื่อปิดประตูได้ ไม่จำเป็นต้องเอื้อมมือไปหาปุ่มที่บานประตูทุกครั้ง

พวงมาลัย D-shape ปรับให้ดูเรียบขึ้นจากรุ่นก่อน พร้อมนำจอ LED บนพวงมาลัยออก แล้วเปลี่ยนไปแสดงข้อมูลผ่าน Head-up Display แทน ทำให้บริเวณพวงมาลัยดูคลีนขึ้น

หน้าจอเชื่อมต่อกัน พร้อมเสียง 33 ลำโพงและ 5D Cinema

หน้าจอด้านหน้าเปลี่ยนจากลักษณะแบ่งการแสดงผลเป็น 2 ส่วน มาเป็นภาพที่เชื่อมต่อกันเหมือนหน้าจอแผ่นเดียว ฝั่งใกล้คนขับใช้ดูแผนที่ การตั้งค่ารถ ข้อมูลเลน และลมยาง ส่วน Passenger Display ฝั่งผู้โดยสารเลือกเปิดเพื่อใช้งานความบันเทิง หรือปิดให้แสดงเพียงนาฬิกาได้

หน้าจอแสดงผลคู่ตอนหน้า Li Auto L9 Livis
หน้าจอคู่แนวนอนขนาดใหญ่เชื่อมต่อกันบนแผงแดชบอร์ดด้านหน้า

ตอนลองสัมผัสและเลื่อนเมนู ผมรู้สึกว่าการตอบสนองลื่นไหลค่อนข้างดี เป็นอีกจุดที่สังเกตได้เมื่อเทียบกับ i6 ที่ผมเคยไปสัมผัสมา ส่วนการเปิดวิดีโอแบบ Wide Screen ก็ให้ภาพกว้างคล้ายกำลังนั่งดูจอโรงภาพยนตร์

ระบบเสียงให้ลำโพงมา 33 ตัว รองรับ Dolby Atmos และหน้าจอรองรับ Dolby Vision จึงไม่ได้เน้นเฉพาะขนาดภาพ แต่รวมถึงประสบการณ์เสียงรอบตัวผู้โดยสารด้วย

มุมมองห้องโดยสารด้านหน้าจากด้านหลัง Li Auto L9 Livis
มุมมองคอนโซลหน้าและระบบจอภาพมุมกว้างมองจากห้องโดยสารตอนหลัง

ก่อนหน้านี้ผมได้ลองระบบ 5D Cinema ซึ่งใช้ภาพและเสียงรอบทิศทางร่วมกับการขยับตัวรถ ช่วงล่างจะช่วยโยกหรือยกตัวถังตามเนื้อหา ทำให้การชมไม่ได้มีแค่ภาพบนจอ แต่รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวไปด้วย

จุดนี้ผมว่าเป็นการนำช่วงล่างมาใช้งานได้น่าสนใจ เพราะอุปกรณ์ที่ปกติทำหน้าที่ดูแลการขับขี่ กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของความบันเทิงตอนจอดรถได้ด้วยครับ

ฟังก์ชันต่าง ๆ ควบคุมผ่านหน้าจอและแอปได้ รวมถึงมีแว่นตาของ Li Auto ที่เชื่อมกับแอปเพื่อสั่งงานรถ เช่น ขยับรถ จอดรถ หรือเรียกรถมาหา เป็นตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่าแบรนด์พัฒนาทั้งซอฟต์แวร์และอุปกรณ์ประกอบไปพร้อมกัน

ด้านความสะดวกมีม่านหลังคาด้านหน้าและด้านหลัง ช่องเก็บของ พอร์ต USB Type-C สำหรับชาร์จและเชื่อมต่อระบบ DVR ซึ่งมีการใช้อุปกรณ์เก็บข้อมูล Lexar ส่วนที่วางแก้วด้านหน้ารองรับ 2 แก้วและปิดฝาเก็บให้เรียบร้อยได้เมื่อไม่ได้ใช้งาน

เบาะแถว 2 แบบ Captain Seat ปรับพักผ่อนได้พร้อมเพิ่มความเป็นส่วนตัว

แถว 2 เป็น Captain Seat แยกซ้ายขวา มีชุดควบคุมบริเวณที่วางแขน และมีปุ่มปิดประตูใกล้ตัวผู้โดยสาร จึงไม่ต้องเอื้อมไปที่บานประตูหลังจากนั่งลงแล้ว

ปุ่มควบคุมเบาะนั่งบนที่วางแขน Li Auto L9 Livis
แผงปุ่มปรับฟังก์ชันเบาะนั่งไฟฟ้าติดตั้งบริเวณที่วางแขนแถว 2

Zero Gravity Seat ของแถวนี้กดใช้งานได้ด้วยปุ่มเดียวเช่นกัน โดยระบบจะเลื่อนเบาะด้านหน้าออกไปก่อน แล้วจึงปรับเบาะและส่วนรองขาให้พร้อมพักผ่อน เป็นความสะดวกที่ได้มาแม้ตัวรถจะเป็น SUV ไม่ใช่ MPV

ปุ่มปรับตำแหน่งเบาะด้านข้าง Li Auto L9 Livis
ปุ่มควบคุมการปรับเอนและเลื่อนตำแหน่งเบาะนั่งไฟฟ้าด้านข้างฐานเบาะ

เรื่องความเป็นส่วนตัวมีทั้งม่านด้านข้างและกระจกปรับความเข้มได้ 3 ระดับ ผู้โดยสารจึงเลือกได้ว่าจะเปิดรับแสงหรือเพิ่มความเป็นส่วนตัวมากแค่ไหน นอกจากนี้ยังมีเบาะอุ่น เบาะนวด และปุ่มรีเซตตำแหน่งเบาะ

เบาะนั่ง Captain Seat แถว 2 Li Auto L9 Livis
เบาะแถว 2 แบบ Captain Seat พร้อมหมอนรองศีรษะปักชื่อรุ่น Livis

คอนโซลกลางด้านหลังมีหน้าจอควบคุม ปรับแอร์แยกซ้ายขวาได้ และใช้จัดการความบันเทิงบน Rear Display เมื่อเปิดจอขึ้นมาผมรู้สึกว่าภาพคมชัดดี รวมกับเสียงรอบคันแล้วเหมาะกับการนั่งดูเนื้อหาระหว่างพักบนรถ

ตอนลองเลื่อนเบาะแถว 2 ไปด้านหลังสุด ผมประเมินพื้นที่วางขาได้ราว 5 กำปั้น ส่วนรองน่องก็ปรับได้ แต่แน่นอนว่าการจัดพื้นที่ต้องคิดถึงคนแถว 3 ด้วย หากมีผู้โดยสารครบทุกแถวก็ควรแบ่งระยะให้เหมาะกัน

แถวนี้มีโต๊ะทั้งฝั่งซ้ายและขวา ควบคุมเบาะข้างเคียงได้ และปรับที่วางแขนด้วยไฟฟ้า ส่วนม่านหลังคาสั่งเปิดปิดได้ทั้งด้วยเสียงและปุ่มควบคุม ทำให้ผู้โดยสารจัดพื้นที่รอบตัวได้โดยไม่ต้องรบกวนคนด้านหน้า

เบาะแถว 3 ลองนั่งจริง ยังมีพื้นที่เข่าและปรับเอนได้

ผมลองย้ายเข้ามานั่งแถว 3 เพื่อดูว่าพื้นที่ใช้งานเป็นอย่างไร เบาะมีปุ่มปรับเอนด้านข้าง พอลองเอนจนสุดก็รู้สึกว่าปรับได้ค่อนข้างมาก ไม่ได้เป็นเบาะที่บังคับให้นั่งหลังตั้งตลอดเวลา

ผมสูง 165 ซม. เมื่อนั่งโดยให้คนแถว 2 อยู่ในตำแหน่งที่ยังสบาย พื้นที่บริเวณเข่าของผมเหลือประมาณ 1 กำปั้น สำหรับสรีระของผมจึงยังนั่งได้ค่อนข้างสบาย แต่ระยะนี้ก็ควรพิจารณาควบคู่กับความสูงของผู้ใช้งานจริงด้วย

แถว 3 มีเบาะอุ่น พอร์ต USB กระจกข้างขนาดใหญ่ และช่องแอร์ที่ปรับให้ผู้โดยสารแถวนี้ได้ ส่วนพนักพิงศีรษะรองรับการพับเมื่อเก็บเบาะ ช่วยให้จัดพื้นที่ท้ายรถได้สะดวกขึ้น

พื้นที่สัมภาระ ปรับท้ายรถให้ต่ำลงเพื่อช่วยยกของ

ฝาท้ายเปิดปิดด้วยไฟฟ้าและมีเรดาร์บริเวณด้านหลัง ภายในมีปุ่มสั่งพับเบาะจากท้ายรถได้ หากเดินทางกัน 4 คนก็พับเบาะท้ายให้เรียบเพื่อเพิ่มพื้นที่วางสัมภาระได้เลย ไม่ต้องเดินไปปรับจากด้านข้างทีละตำแหน่ง

มุมท้ายรถ Li Auto L9 Livis
ดีไซน์ด้านท้ายรถ Li Auto L9 Livis พร้อมสัญลักษณ์ชื่อรุ่น Livis

ใต้พื้นยังมีช่องเก็บของอีกส่วน แต่ไม่ได้ลึกมากเท่าที่พบในรถยนต์ไฟฟ้า ใช้เก็บสายชาร์จหรือของชิ้นเล็กได้ และมีปุ่มปรับท้ายรถให้ต่ำลงเพื่อช่วยเวลายกของเข้าออก ซึ่งมีประโยชน์กับรถที่ตัวถังค่อนข้างสูงแบบนี้

บริเวณท้ายรถมีช่องจ่ายไฟและรองรับ V2L ด้วย แม้เป็น EREV ก็ยังนำพลังงานจากแบตเตอรี่มาใช้งานกับอุปกรณ์ภายนอกได้

แบตเตอรี่ ระยะทาง และระบบ EREV เจเนอเรชันที่ 3

L9 Livis ใช้มอเตอร์และแบตเตอรี่ขับเคลื่อนร่วมกับเครื่องยนต์ปั่นไฟ โดยระบบปั่นไฟของ Li Auto พัฒนามาถึงเจเนอเรชันที่ 3 แล้ว แบรนด์อธิบายว่ามีการปรับทั้งประสิทธิภาพการเปลี่ยนน้ำมันเป็นไฟฟ้า และ NVH หรือเรื่องเสียง ความสั่นสะเทือน และความกระด้าง ให้ใกล้เคียงรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น

  • เครื่องยนต์ปั่นไฟขนาด 1.5 ลิตร
  • ถังน้ำมันความจุ 60 ลิตร
  • แบตเตอรี่ความจุมากกว่า 70 kWh
  • ระยะทางไฟฟ้าล้วนมากกว่า 420 กม. ตามมาตรฐาน CLTC
  • ระยะทางรวมเมื่อใช้น้ำมันอยู่ระดับพันกลาง ๆ กม. (ไม่ระบุมาตรฐาน)

ตัวเลขระยะทางข้างต้นเป็นข้อมูลที่แบรนด์ให้มา ส่วนผลการใช้น้ำมัน อัตราสิ้นเปลืองไฟฟ้า ระยะทางที่วิ่งได้จริง และเวลาชาร์จ ยังต้องรอการทดสอบเพิ่มเติมก่อนนำมาประเมินการใช้งานระยะยาว

ชิป AI พัฒนาเอง และประสบการณ์ลองระบบช่วยขับ

อีกเรื่องสำคัญของ L9 Livis คือชิป MAHE M100 ที่ Li Auto พัฒนาขึ้นเอง โดยรถรองรับเทคโนโลยี VLA 2.0 ระบบ NOA และ Automated Parking ครอบคลุมทั้งการช่วยขับและการจอดอัตโนมัติ

ผมได้ลองขับรถคันนี้มาในวันก่อนหน้า และสิ่งที่สังเกตได้คือการตอบสนองของระบบขับขี่อัตโนมัติค่อนข้างดี อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์ครั้งนี้ยังเป็นการลองใช้งานช่วงหนึ่ง ไม่ได้ครอบคลุมทุกสภาพถนนหรือทุกสถานการณ์

สำหรับผม ความน่าสนใจของการทำชิปเองคือแบรนด์สามารถพัฒนาฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ควบคู่กันได้ Li Auto จึงอยู่ในกลุ่มแบรนด์ที่เลือกทำเรื่องนี้ เช่นเดียวกับ XPeng, NIO และ Tesla แทนที่จะพัฒนาเฉพาะตัวรถหรือซอฟต์แวร์เพียงด้านเดียว

ข้อดี

  • ช่วงล่างไฮดรอลิก 800 โวลต์รองรับหลายฟังก์ชัน ทั้งควบคุมตัวถัง Sand Mode การยกล้อ และการทำงานร่วมกับ 5D Cinema
  • เบาะหน้าและแถว 2 ปรับ Zero Gravity Seat ด้วยปุ่มเดียว พร้อมปุ่มรีเซต ช่วยให้เปลี่ยนจากท่านั่งเป็นท่าพักได้สะดวก
  • ห้องโดยสารใช้ไม้จริงและวัสดุที่ผมสัมผัสแล้วรู้สึกพรีเมียม โดยยังคงดีไซน์เรียบแบบ Quiet Luxury
  • ความบันเทิงมีทั้งจอด้านหน้า จอหลัง ลำโพง 33 ตัว Dolby Atmos และ Dolby Vision พร้อมหน้าจอที่ผมลองแล้วรู้สึกลื่นไหล
  • แถว 3 มีเบาะปรับเอน เบาะอุ่น ช่องแอร์ และพอร์ต USB โดยการลองนั่งของผมยังเหลือพื้นที่เข่าประมาณ 1 กำปั้น
  • ระบบช่วยขับที่ได้ลองตอบสนองค่อนข้างดี และมีทั้ง NOA กับ Automated Parking

ข้อสังเกต

  • ตัวรถค่อนข้างสูง หากบันไดไฟฟ้าไม่กางออกจะต้องก้าวขึ้นมากกว่าปกติ อย่างที่ผมเจอตอนขึ้นรถ
  • พื้นที่แถว 2 และแถว 3 ต้องจัดร่วมกัน ระยะวางขาราว 5 กำปั้นของแถว 2 เป็นตอนเลื่อนเบาะไปหลังสุด
  • พื้นที่เข่าแถว 3 ที่เล่าเป็นประสบการณ์ของผมซึ่งสูง 165 ซม. ผู้โดยสารที่สูงกว่านี้ควรลองนั่งด้วยตัวเอง
  • ช่องเก็บของใต้พื้นท้ายรถไม่ลึกมาก เหมาะกับสายชาร์จและของชิ้นเล็กมากกว่าสัมภาระชิ้นใหญ่
  • ความนิ่งของช่วงล่างเมื่อผ่านแอ่งและพื้นสลับระดับเป็นการสาธิตของแบรนด์ ส่วนความนุ่ม ระยะทางจริง อัตราสิ้นเปลือง และเวลาชาร์จยังต้องทดสอบเพิ่มเติม
  • L9 Livis ยังไม่มีกำหนดจำหน่ายในประเทศไทย จึงยังไม่ใช่ตัวเลือกที่ซื้อในไทยได้ทันที

มุมมองหลังพรีวิวและโอกาสทำตลาดในไทย

ผมมองว่า L9 Livis น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการ SUV ครอบครัว 6 ที่นั่ง แต่ให้ความสำคัญกับความสบายและเทคโนโลยีด้วย จุดที่เห็นชัดจากการลองครั้งนี้คือเบาะพักผ่อนที่ใช้งานง่าย ความบันเทิงหลายรูปแบบ และระบบช่วยขับที่ตอบสนองได้ค่อนข้างดี ส่วนการตัดสินความคุ้มค่าคงต้องรอดูเงื่อนไขการจำหน่ายในไทยก่อน

แนวทางทำตลาดไทยของ Li Auto จะเริ่มจากรถยนต์ไฟฟ้าอย่าง Li MEGA และอาจตามด้วย i6 ขณะที่ L Series ยังไม่มีกำหนดเข้ามา ผมเองอยากเห็นรถกลุ่มนี้ในไทย และได้พูดคุยกับทางแบรนด์ถึงความสำคัญของ MPV รวมถึงมุมมองผู้ใช้ไทยต่อรถยนต์ไฟฟ้าและ EREV ไปด้วย

ถ้ามีความคืบหน้าเรื่อง L9 Livis หรือการทำตลาดของ Li Auto ในประเทศไทย ทีมงาน iMoD Drive จะมาอัปเดตให้ทราบกันอีกครั้งครับ

มุมมองด้านหน้าเฉียง All-New Li L9 Livis
มุมมองด้านหน้าเฉียงของ All-New Li L9 Livis ดีไซน์สีทูโทนพร้อมล้ออัลลอยขนาดใหญ่ มากกว่า
ป้าย Livis หน้าพื้นที่จัดแสดง Li L9 Livis
ป้ายประชาสัมพันธ์ Li L9 Livis 5D Cabin Experience ด้านหน้ารถคันจริงกลางแจ้ง มากกว่า
หน้ารถ Li L9 Livis สองสีทูโทนกลางแจ้ง
มุมมองด้านหน้าตรงของ All-New Li L9 Livis ตัวถังสีทูโทนดำตัดทองในงานกลางแจ้ง มากกว่า
ทีมงาน iMoD ถ่ายภาพร่วมกับ Li L9 Livis
ทีมงาน iMoD ยืนถ่ายภาพคู่กับรถ Li L9 Livis ภายในพื้นที่จัดแสดง มากกว่า
ด้านหน้าตรง Li L9 Livis พร้อมแถบไฟ LED
ด้านหน้าตรง Li L9 Livis โชว์แถบไฟหน้า LED แนวยาวและเซนเซอร์ LiDAR มากกว่า
แผงแดชบอร์ดและหน้าจอกลางของ Li L9 Livis
คอนโซลหน้า เบาะคู่หน้า และหน้าจอสัมผัสระบบ Infotainment ของ Li L9 Livis มากกว่า
แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Attapon Thaphaengphan

ต้อม - Attapon ผู้ก่อตั้งและบรรณาธิการบริหาร iPhoneMod.net เว็บไซต์ข่าวเทคโนโลยีอันดับ 1 ของไทย ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2551 และ iMoD Drive สื่อรถยนต์ไฟฟ้าครบวงจร คลุกคลีในวงการเทคโนโลยีมากว่า 15 ปี มีความหลงใหลใน Apple, Gadget และนวัตกรรมใหม่ๆ โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าและพลังงานสะอาด เชื่อว่าเทคโนโลยีที่ดีควรเข้าถึงได้ง่ายสำหรับทุกคน