ใน , ,

รู้จัก Leapmotor B03X ครอสโอเวอร์ไฟฟ้าไซซ์เมือง ชูเบาะ Magic Seats และช่องเก็บของหน้า 105 ลิตร เข้าไทย 2026 นี้

รถขนาดกะทัดรัดจะขนของได้แค่ไหน? Leapmotor B03X ชวนมองคำถามนี้ผ่านเบาะ Magic Seats ที่ยกฐานเบาะหลังขึ้นได้ พร้อมช่องเก็บของหน้า 105 ลิตร ในตัวถังยาว 4,270 มม. และมีแบตเตอรี่ให้เลือก 2 ขนาด เรามาดูกันครับว่าคันนี้จัดพื้นที่ไว้อย่างไร แต่ต้องบอกก่อนนะว่านี่เป็นสเปคจากต่างประเทศ ทีมงาน iMoD Drive ยังไม่ได้สเปคทางการของไทยมา ยังไงมาชมข้อมูลตัวรถที่น่าสนใจกันก่อนครับ

รู้จัก Leapmotor B03X ครอสโอเวอร์ไฟฟ้าไซซ์เมือง ชูเบาะ Magic Seats และช่องเก็บของหน้า 105 ลิตร เข้าไทย 2026 นี้

เวลาต้องขับรถเข้าเมือง เราอาจอยากได้รถที่จอดง่าย แต่พอถึงวันซื้อของเข้าบ้านก็อยากมีพื้นที่เพิ่มขึ้นอีกหน่อย Leapmotor B03X เป็นครอสโอเวอร์ไฟฟ้าที่วางแนวคิดไว้ระหว่างสองความต้องการนี้ โดยเน้นขนาดตัวถังสำหรับเมืองควบคู่กับห้องโดยสารที่ปรับเปลี่ยนการใช้งานได้

Leapmotor B03X สี Acorn Brown จอดอยู่หน้าร้านค้า
Leapmotor B03X ครอสโอเวอร์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดสำหรับใช้งานในเมือง

เรื่องที่มองว่าน่าสนใจจึงไม่ใช่แค่ระยะทางต่อการชาร์จ แต่เป็นการแบ่งพื้นที่เก็บของทั้งหน้า หลัง และบริเวณเบาะผู้โดยสาร ซึ่งทำให้รถคันเดียวรองรับสัมภาระต่างรูปทรงได้มากขึ้น

ตัวถังยาว 4,270 มม. แต่ไม่ได้ฝากการขนของไว้แค่ท้ายรถ

 B03X มีรัศมีวงเลี้ยว 5 เมตร โดยเน้นความคล่องตัวในการขับและจอดในเมือง ตัวเลขนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับจังหวะกลับรถหรือเลี้ยวในพื้นที่จำกัด ส่วนความสะดวกเมื่อต้องเข้าที่จอดแคบจริงยังต้องลองกับรถอีกครั้ง

  • ความยาว 4,270 มม.
  • ความกว้าง 1,810 มม.
  • ความสูง 1,635 มม.
  • ฐานล้อ 2,605 มม.
  • ระยะห่างจากพื้น 175 มม.
  • รัศมีวงเลี้ยว 5 เมตร

มิติเหล่านี้ช่วยให้เห็นขอบเขตของรถก่อนเทียบกับช่องจอดที่บ้าน โดยเฉพาะความกว้างและความยาว ส่วนฐานล้อเป็นอีกองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับการจัดพื้นที่ผู้โดยสาร แต่ความสบายในการนั่งยังต้องสัมผัสรถจริง

จุดที่สะดุดตากว่าขนาดตัวถังคือ GIGA BOX ช่องเก็บของด้านหน้าความจุ 105 ลิตรที่ล้างทำความสะอาดได้ ลองนึกถึงการแยกของที่เปื้อนออกจากกระเป๋าหรือสัมภาระท้ายรถ ก็จะเห็นประโยชน์ของพื้นที่อีกส่วนนี้ได้ง่ายขึ้น

ท้ายรถมีความจุ 510 ลิตร และขยายเป็น 1,545 ลิตรเมื่อพับเบาะหลัง หมายความว่าวันใช้งานทั่วไปยังมีพื้นที่เก็บของด้านหลัง ส่วนวันที่ต้องขนของชิ้นใหญ่ก็เปลี่ยนพื้นที่นั่งให้เป็นพื้นที่บรรทุกได้

พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถ Leapmotor B03X พร้อมการพับเบาะหลัง
ห้องเก็บสัมภาระท้ายรถ Leapmotor B03X ขยายพื้นที่ได้เมื่อพับเบาะหลังแบบแยกส่วน

ภายนอกใช้มือจับประตูแบบกึ่งซ่อน ราวหลังคา และไฟหน้า LED อัตโนมัติ พร้อมลายไฟเอกลักษณ์ HAHA Lights โดย Leapmotor บอกว่ารูปทรงมือจับประตูและล้ออัลลอยออกแบบโดยคำนึงถึงแรงต้านอากาศด้วย ราวหลังคายังเป็นอีกทางเลือกในการจัดพื้นที่สำหรับสัมภาระนอกห้องโดยสาร

Magic Seats เปิดพื้นที่แนวตั้ง ไม่ใช่แค่พับเบาะให้ราบ

ความอเนกประสงค์ของ B03X ไม่ได้จบที่การพับพนักพิง เพราะ Magic Seats สามารถยกเบาะรองนั่งแถวหลังขึ้น เพื่อเปิดพื้นที่สำหรับของทรงสูงได้ด้วย เป็นวิธีจัดห้องโดยสารที่ต่างจากการเพิ่มพื้นที่ท้ายรถเพียงอย่างเดียว

เบาะหลัง Magic Seats ของ Leapmotor B03X ยกพับขึ้นในแนวตั้ง
เบาะ Magic Seats แถวหลังของ Leapmotor B03X พับยกขึ้นเพื่อเปิดพื้นที่วางของทรงสูง

ส่วนตัวผมชอบตรงที่รถมีทางเลือกให้จัดของตามรูปทรง ไม่ใช่ต้องพยายามวางทุกอย่างนอนราบเสมอไป ถ้ามีสิ่งของที่ควรตั้งตรง พื้นที่บริเวณเบาะหลังก็อาจตอบโจทย์กว่าห้องเก็บสัมภาระครับ

เบาะหน้าปรับเอนไปด้านหน้าและด้านหลังได้ ส่วนเบาะหลังพับไปด้านหน้าเพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุกหรือปรับเป็นพื้นที่พักผ่อน อีกทั้งพนักพิงหลังยังแบ่งพับแบบ 4/6 ทำให้เลือกเก็บที่นั่งบางส่วนไว้พร้อมกับเพิ่มที่วางของได้

Leapmotor ระบุว่าห้องโดยสารมีตำแหน่งนั่งสูงและพื้นราบ เพื่อช่วยเรื่องการเข้าออกและการใช้งานประจำวัน พร้อมช่องเก็บของ 33 จุด ตัวเลขนี้มีความหมายกับของชิ้นเล็กที่ใช้บ่อย ตั้งแต่สมาร์ตโฟนไปจนถึงเครื่องดื่ม ซึ่งไม่จำเป็นต้องกองรวมไว้ในช่องเดียว

บริเวณคอนโซลมีที่วางแก้วคู่ ช่องเก็บของกลางอเนกประสงค์ ที่วางสมาร์ตโฟน และแท่นชาร์จไร้สายด้านหน้า ส่วน NFC Card ใช้ล็อกและปลดล็อกรถได้โดยไม่ต้องหยิบสมาร์ตโฟน เหมาะกับจังหวะที่ต้องการพกกุญแจขนาดเล็กหรือส่งต่อการใช้งานรถให้คนในบ้าน

Life กับ Design ต่างกันที่สิ่งที่ได้ใช้ทุกวัน

B03X แบ่งชุดอุปกรณ์เป็น Life และ Design โดย Life มีทางเลือก Pro และ ProMax ส่วน Design แสดงไว้กับ ProMax การเลือกคันนี้จึงต้องดูทั้งขนาดแบตเตอรี่และระดับอุปกรณ์ ไม่ใช่มองชื่อชุดขับเคลื่อนอย่างเดียว

Life มีแอร์อัตโนมัติ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหุ้ม Eco-Leather ปรับได้ 4 ทิศทาง เบาะผ้า Currant Black และเบาะคนขับปรับมือ 6 ทิศทาง พร้อมจอผู้ขับขี่ 8.8 นิ้ว จอกลาง 14.6 นิ้ว ความละเอียด 2.5K และลำโพง 6 ตัว

Design เพิ่มเบาะ Eco-Leather ที่มีการรับรอง OEKO-TEX100 เลือกสี Currant Black หรือ Oat Gray ได้ พร้อมเบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง ระบบอุ่นเบาะหน้า ระบบอุ่นพวงมาลัย และที่วางแขนกลางเบาะหลังพร้อมที่วางแก้ว เวลาต้องสลับคนขับ การปรับเบาะไฟฟ้าก็เป็นความสะดวกที่ได้ใช้งานต่างจากวัสดุหุ้มเบาะโดยตรง

อุปกรณ์ที่เพิ่มใน Design ยังมีล้ออัลลอย 18 นิ้ว กระจกมองข้างพับไฟฟ้าและพับอัตโนมัติเมื่อล็อกรถ ที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ เซนเซอร์จอดด้านหน้า กล้องมองรอบคัน 360 องศา ลำโพง 12 ตัว และไฟ Ambient Light 64 สี สำหรับการถอยเข้าซองจอด กล้องรอบคันเป็นความต่างระหว่างชุดอุปกรณ์ที่ควรให้ความสำคัญพอ ๆ กับของตกแต่ง

แผงคอนโซลหน้าและไฟ Ambient Light ใน Leapmotor B03X
ห้องโดยสาร Leapmotor B03X ตกแต่งด้วยไฟ Ambient Light พร้อมหน้าจอกลางแบบลอยตัว

ระบบเสียง 12 ลำโพงมีการปรับจูนตำแหน่งเสียงร้องเพื่อสร้างมิติเสียงด้านหน้าผู้ฟังตามคำอธิบายของแบรนด์ แต่คุณภาพเสียงจริงยังต้องลองฟังด้วยเพลงและระดับเสียงที่แต่ละคนใช้ประจำ

อุปกรณ์อื่นที่มีในรายการ ได้แก่ Heat Pump กระจกมองข้างปรับไฟฟ้าพร้อมระบบไล่ฝ้า กระจกไฟฟ้าหน้าและหลัง ระบบไล่ฝ้ากระจกหลัง ปั๊มเติมลมยาง ระบบตรวจวัดแรงดันลมยางโดยตรง และ V2L สำหรับจ่ายไฟออกไปใช้งานภายนอก เหมาะจะพิจารณาหากมีอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ต้องใช้ระหว่างเดินทาง

สีตัวถังมี Acorn Brown, Berry Blue, Tundra Grey, Galaxy Silver, Seaweed Green และ Rime Beige จึงมีทั้งโทนสีเรียบและสีที่เพิ่มบุคลิกให้รถ โดยต้องพิจารณาคู่กับสีห้องโดยสารของระดับอุปกรณ์ที่เลือก

Pro หรือ ProMax เลือกจากระยะทางและรูปแบบการชาร์จ

ทั้งสองรุ่นใช้มอเตอร์ PMS ขับเคลื่อนล้อหลัง แต่ต่างกันที่กำลัง แบตเตอรี่ ระยะทาง และกำลังรับไฟ DC ผู้ผลิตระบุระยะทาง 292 กม. WLTP สำหรับ Pro และ 382 กม. WLTP สำหรับ ProMax ซึ่งเป็นข้อมูลสำหรับเทียบรุ่นภายใต้มาตรฐานเดียวกัน ไม่ใช่ระยะทางที่ควรคาดหวังเท่ากันทุกสภาพการขับ

  • Pro: กำลังสูงสุด 130 kW หรือ 176 PS แรงบิด 200 Nm แบตเตอรี่ 39.8 kWh ระยะทาง 292 กม. WLTP และรับไฟ DC สูงสุด 100 kW
  • ProMax: กำลังสูงสุด 145 kW หรือ 197 PS แรงบิด 200 Nm แบตเตอรี่ 53.0 kWh ระยะทาง 382 กม. WLTP และรับไฟ DC สูงสุด 133 kW
  • ทั้งสองรุ่น: รองรับ AC สูงสุด 11 kW ความเร็วสูงสุด 160 กม./ชม. และอัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. 8.6 วินาที
  • ช่วงล่างหน้า McPherson และหลัง Torsion Beam เบรกหน้าเป็นดิสก์มีช่องระบายความร้อน ส่วนด้านหลังเป็นดิสก์
  • ยางหน้าและหลังขนาด 215/50 R18
สเปกมอเตอร์และระบบขับเคลื่อนของ Leapmotor B03X รุ่น Pro
รายละเอียดระบบขับเคลื่อน แบตเตอรี่ และการชาร์จของ Leapmotor B03X รุ่น Pro

จุดนี้ ProMax น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการระยะเผื่อระหว่างการชาร์จมากขึ้น เพราะแบตเตอรี่ใหญ่ขึ้นและระยะทาง WLTP เพิ่มขึ้น ขณะที่อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ของทั้งคู่ยังเท่ากัน จึงไม่ควรเลือกจากตัวเลขกำลังเพียงอย่างเดียวครับ

สเปกแพลตฟอร์มและแบตเตอรี่ของ Leapmotor B03X รุ่น ProMax
สเปกทางเทคนิคของ Leapmotor B03X รุ่น ProMax ที่มาพร้อมแบตเตอรี่และระยะทางที่เพิ่มขึ้น

สำหรับการชาร์จ Leapmotor ให้เวลาของแต่ละรูปแบบไว้ต่างกัน ซึ่งช่วยให้เห็นว่าการเสียบปลั๊กทั่วไป การติด Wallbox และการเข้าตู้ DC มีลักษณะการใช้งานคนละแบบ

  • Mode 2 แบบ AC เฟสเดียวสูงสุด 3 kW: Pro ใช้เวลา 7 ชั่วโมง และ ProMax ใช้เวลา 9 ชั่วโมง
  • Mode 3 ผ่านสถานีชาร์จหรือ Wallbox แบบ AC สูงสุด 11 kW: Pro ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 30 นาที และ ProMax ใช้เวลา 3 ชั่วโมง 10 นาที
  • Mode 4 แบบ DC: Pro แสดงเวลา 16 นาที และ ProMax แสดงเวลา 17 นาที

เวลาชาร์จเหล่านี้เป็นค่าที่ Leapmotor แสดงไว้ ส่วนการวางแผนแวะชาร์จระหว่างเดินทางยังต้องพิจารณาระดับแบตเตอรี่ กำลังของตู้ และสภาพการใช้งานร่วมกัน โดยเวลาชาร์จจริงกับอัตราสิ้นเปลืองจริงยังต้องรอทดสอบ

รถมีโหมดขับขี่ 3 โหมด พร้อม Comfortable Stop และ Auto Hold โดย Auto Hold ช่วยค้างรถเมื่อหยุดนิ่ง ลดภาระการเหยียบเบรกค้างในบางจังหวะ ส่วนลักษณะการออกตัว การหยุดรถ และความนุ่มของช่วงล่างยังต้องลองบนถนนจริงก่อนให้ความเห็น

จอกลางและแอปช่วยเตรียมรถ ก่อนออกจากบ้าน

จอผู้ขับขี่ LCD 8.8 นิ้วแสดงความเร็ว ระยะทาง สถานะแบตเตอรี่ และข้อมูล ADAS แบบเรียลไทม์ ส่วนจอกลางลอยตัว 14.6 นิ้ว ความละเอียด 2.5K รองรับ Apple CarPlay, Android Auto และ Online Navigation จึงเลือกใช้แผนที่ เพลง และข้อความผ่านรูปแบบที่คุ้นเคยได้

พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันและหน้าจอผู้ขับขี่ขนาด 8.8 นิ้ว Leapmotor B03X
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันและหน้าจอแสดงข้อมูลผู้ขับขี่แบบดิจิทัลขนาด 8.8 นิ้วใน Leapmotor B03X

ขนาดจอกลางมีความหมายกับพื้นที่แสดงแผนที่และเมนู แต่ความสะดวกในการแตะใช้งานขณะขับยังต้องลองจริง นอกจากนี้ รถรองรับ OTA สำหรับอัปเดตซอฟต์แวร์จากระยะไกลโดยไม่ต้องนำรถเข้าศูนย์บริการเพื่ออัปเดตทุกครั้ง

หน้าจอกลางสัมผัสขนาด 14.6 นิ้ว และเบาะโดยสารด้านหลัง Leapmotor B03X
หน้าจอกลางสัมผัสขนาด 14.6 นิ้ว ความละเอียด 2.5K และวัสดุหุ้มเบาะในห้องโดยสาร Leapmotor B03X

Leapmotor App ใช้ตรวจระดับแบตเตอรี่ ระยะทางคงเหลือ เลขไมล์ ตำแหน่งรถ ความผิดปกติ และสถานะประตู หน้าต่าง รวมถึงแอร์ได้ พร้อมควบคุมแอร์ล่วงหน้า ล็อกหรือปลดล็อกรถ ใช้กุญแจ Bluetooth และตั้งเวลาชาร์จ ลองนึกถึงวันที่รถจอดกลางแดด การเปิดแอร์ก่อนเดินไปถึงรถเป็นฟังก์ชันที่เห็นประโยชน์ได้ทันที

ฟังก์ชันแอปยังครอบคลุมการอุ่นแบตเตอรี่ล่วงหน้า ควบคุมกระจกไฟฟ้า ฝาท้ายไฟฟ้า ระบบอุ่นพวงมาลัย ม่านบังแดด ส่งจุดหมายไปยังระบบนำทาง ค้นหาตำแหน่งรถ และเตรียมอุณหภูมิเบาะ โดยการใช้งานต้องสอดคล้องกับอุปกรณ์ที่ติดตั้งในรถแต่ละรุ่นด้วย

ด้านความปลอดภัยมีถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง ครอบคลุมคู่หน้า ด้านข้างหน้า ถุงลมกลาง และม่านถุงลมด้านข้าง พร้อมระบบปลดล็อกประตูอัตโนมัติหลังการชน ส่วนชุดตรวจจับมี Front-view Monocular Camera กล้องรอบคัน 4 ตัว Ultrasonic Radar 4 ตัว และเรดาร์คลื่นมิลลิเมตรด้านหลัง 2 ตัว

ADAS ทั้ง 21 ฟังก์ชันครอบคลุม ACC ควบคุมความเร็วพร้อมรักษาระยะห่าง, LCC ประคองรถกลางเลน, LKA ช่วยรักษาเลน, ELKA ช่วยรักษาเลนฉุกเฉิน และ LDW เตือนออกนอกเลน รวมถึง ISA ช่วยเรื่องความเร็ว และ TJA ช่วยขับในสภาพจราจรติดขัด สำหรับคนที่เจอรถชะลอสลับหยุดบ่อย ระบบกลุ่มนี้มีหน้าที่ช่วยลดภาระ แต่ผู้ขับยังต้องควบคุมและเฝ้าระวังการขับขี่

กลุ่มเตือนและลดความเสี่ยงการชนประกอบด้วย FCW เตือนการชนด้านหน้า, RCW เตือนการชนด้านหลัง, AEBS เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ, BSD เตือนจุดอับสายตา, DOW เตือนการเปิดประตู, RCTA เตือนรถตัดผ่านด้านหลัง และ RCTB ช่วยเบรกเมื่อมีความเสี่ยงขณะถอย ส่วน FCTA และ FCTB ดูแลการเตือนและเบรกกรณีรถตัดผ่านด้านหน้า

อีกส่วนคือ DDAW เตือนความเหนื่อยล้าและการเสียสมาธิ, ADDW เตือนการเสียสมาธิขั้นสูง, HOD ตรวจจับการจับพวงมาลัย, ALC ช่วยเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ และ FVDW เตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนตัว ระบบไฟยังมีไฟสูงต่ำอัตโนมัติ ไฟหน้า LED แบบแยกส่วน ไฟ Daytime Running Lights ไฟตัดหมอกหลัง ไฟท้าย และไฟเบรก LED

สิ่งที่น่าสนใจและเงื่อนไขที่ผมอยากดูให้ครบก่อนเลือก

ถ้าให้ผมเลือกประเด็นเด่นของ B03X จะมี 5 เรื่อง คือ ตัวถังที่เน้นใช้งานในเมือง, Magic Seats ที่เปิดพื้นที่วางของทรงสูง, ช่องเก็บของหน้า 105 ลิตรที่ล้างได้, พื้นที่ท้ายรถที่ขยายด้วยการพับเบาะ และทางเลือกแบตเตอรี่ที่ทำให้เลือกตามรูปแบบการเดินทางได้ ทั้งหมดเชื่อมกับเรื่องเดียวกันคือทำให้รถขนาดไม่ใหญ่รับงานประจำวันได้หลายแบบ

ส่วนข้อสังเกตมี 5 เรื่องเช่นกัน ได้แก่ กล้อง 360 องศาอยู่ใน Design, เบาะไฟฟ้าและระบบอุ่นเบาะหน้าต้องเลือก Design, ลำโพง 12 ตัวกับไฟ Ambient Light เป็นอุปกรณ์ที่เพิ่มตามระดับรุ่น, การเลือก ProMax ไม่ได้ทำให้อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ต่างจาก Pro และฟังก์ชันสั่งงานผ่านแอปต้องดูคู่กับอุปกรณ์ของรถคันที่จะซื้อ โดยเฉพาะคนที่ต้องการอุปกรณ์บางอย่างเป็นหลัก ควรเริ่มเลือกจากตรงนั้นก่อน

สำหรับการพิจารณาในไทย ผมมองว่าเรื่องที่ควรรอดูต่อคือชุดอุปกรณ์ที่จะทำตลาดและราคา เพราะจุดน่าสนใจของ B03X อยู่ที่การจัดพื้นที่ควบคู่กับความสะดวกในแต่ละรุ่น หากมีความคืบหน้าในไทย เราจะนำมาอัปเดตเพื่อให้เห็นชัดขึ้นว่าครอสโอเวอร์ที่เน้นขนของได้หลายวิธีคันนี้เหมาะกับชีวิตประจำวันของใครบ้างครับ

รู้จัก Leapmotor B03X ครอสโอเวอร์ไฟฟ้าไซซ์เมือง ชูเบาะ Magic Seats และช่องเก็บของหน้า 105 ลิตร เข้าไทย 2026 นี้

ที่มา: Leapmotor

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Attapon Thaphaengphan

ต้อม - Attapon ผู้ก่อตั้งและบรรณาธิการบริหาร iPhoneMod.net เว็บไซต์ข่าวเทคโนโลยีอันดับ 1 ของไทย ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2551 และ iMoD Drive สื่อรถยนต์ไฟฟ้าครบวงจร คลุกคลีในวงการเทคโนโลยีมากว่า 15 ปี มีความหลงใหลใน Apple, Gadget และนวัตกรรมใหม่ๆ โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าและพลังงานสะอาด เชื่อว่าเทคโนโลยีที่ดีควรเข้าถึงได้ง่ายสำหรับทุกคน