Zeekr แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมในเครือ Geely Auto ได้เปิดตัว Zeekr 8X อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นรถ SUV ขุมพลังไฮบริดรุ่นที่สองของแบรนด์ เพื่อมุ่งเน้นการขยายฐานลูกค้าในตลาดระดับไฮเอนด์
เปิดตัว Zeekr 8X SUV ในจีน ไฮบริดตัวแรง 1,400 แรงม้า วิ่งไกลกว่า 1,416 กม. เริ่ม 1.7 ล้านบาท
Zeekr 8X ถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม SEA-S ของ Geely และใช้ระบบแรงดันไฟฟ้าสูงถึง 900V ตัวรถมาพร้อมแบตเตอรี่แบบ Ternary Lithium ขนาด 55 หรือ 70 กิโลวัตต์ชั่วโมง ให้ระยะทางการขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนสูงสุด 410 กิโลเมตร (มาตรฐาน CLTC) และเมื่อใช้งานร่วมกับน้ำมันจะสามารถขับขี่ได้ไกลสูงสุดถึง 1,416 กิโลเมตร

นอกจากนี้ยังรองรับการชาร์จไวระดับ 6C ซึ่งสามารถชาร์จไฟจาก 20% ถึง 80% ได้ภายในเวลาเพียง 9 นาทีเท่านั้น
ขุมพลังของ Zeekr 8X ใช้เครื่องยนต์ 2.0 เทอร์โบที่ออกแบบมาเพื่อระบบไฮบริดโดยเฉพาะ ให้กำลังสูงสุด 205 กิโลวัตต์ โดยในรุ่นมอเตอร์คู่ จะมีพละกำลังรวมถึง 660 กิโลวัตต์ ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ใน 3.7 วินาที

ส่วนรุ่นท็อปอย่าง Yaoying edition มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 3 มอเตอร์ระดับเมกะวัตต์ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในกลุ่มรถไฮบริด โดยให้กำลังสูงสุดถึง 1,030 กิโลวัตต์ (1,400 แรงม้า) สามารถทำความเร็ว 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 2.96 วินาที

ด้านเทคโนโลยีความปลอดภัย Zeekr 8X เป็นรุ่นแรกที่ติดตั้งระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ G-ASD (Geely Afari Smart Driving) รุ่นใหม่ล่าสุด โดยรุ่นมาตรฐานจะใช้ชิป Nvidia Drive Thor-U หนึ่งตัวทำงานร่วมกับ LiDAR ระยะไกล
ส่วนรุ่น Yaoying edition จะอัปเกรดเป็นชิป Thor-U สองตัว พร้อมเซนเซอร์รอบคันถึง 43 จุด (รวม LiDAR 5 ตัว) เพื่อการตรวจจับสภาพแวดล้อมแบบรอบทิศทาง

Zeekr ประกาศราคาพิเศษช่วงเปิดตัวเริ่มต้นที่ 329,800 หยวน (ประมาณ 1,760,000 บาท) เพื่อดึงดูดผู้ซื้อ ซึ่งราคานี้ต่ำกว่าราคาช่วง Pre-sales ที่ตั้งไว้เมื่อเดือนก่อนถึง 47,000 หยวน (ประมาณ 250,000 บาท) หรือลดลงถึง 12.47%

การเปิดตัวครั้งนี้เดินตามรอยความสำเร็จของรุ่นพี่อย่าง Zeekr 9X ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนกันยายน 2025 และทำยอดส่งมอบได้เกิน 10,000 คันในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ยอดขายรวมของแบรนด์ Zeekr ทะลุ 30,000 คันต่อเดือนเป็นครั้งแรก
โดยในเดือนมีนาคมที่ผ่านมามียอดส่งมอบอยู่ที่ 29,318 คัน เติบโตขึ้นถึง 90% เมื่อเทียบกับปีก่อน ทั้งนี้ Jerry Gan ซีอีโอของ Geely Auto Group เผยว่ากำลังเร่งพัฒนาเวอร์ชันสำหรับขายทั่วโลก และคาดว่าจะส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศได้เร็วที่สุดในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้
ที่มา cnevpost
