ใน , ,

Mercedes-Benz S-Class 2027 รถต้นแบบ เทคโนโลยีใหม่บอกรถคันอื่นให้ปรับช่วงล่างตามเส้นทางได้ ยังคงความหรูที่เป็นเอกลักษณ์

Mercedes-Benz S-Class 2027 รถต้นแบบ เทคโนโลยีใหม่บอกรถคันอื่นให้ปรับช่วงล่างตามเส้นทางได้ ยังคงความหรูที่เป็นเอกลักษณ์

Mercedes-Benz S-Class เรียกได้ว่าแทบจะเป็นรถที่คงความเป็นเอกลักษณ์การออกแบบมาได้ยาวนานแบบ “เต็งหนึ่ง” ก็ว่าได้​ S-Class แทบจะเป็นภาพจำในฐานะรถซีดานหรูขนาดใหญ่ ชื่อ Sonderklasse ที่แปลตรงตัวว่า “คลาสสุดพิเศษ” ตอกย้ำว่ารถรุ่นนี้ต้องรักษามาตรฐานทุกด้านเอาไว้ให้ได้ในทุกยุคสมัย

ก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการช่วงปลายเดือนมกราคมนี้ ทาง Mercedes ได้เชิญสื่อทดลองนั่ง S-Class รุ่นปรับโฉม และผลลัพธ์ก็เป็นไปตามที่สื่อทุกคนคาด มันยังคงให้ประสบการณ์ที่หรูหรา นุ่มนวล และนิ่งสมกับเป็น S-Class

สิ่งที่เปิดเผยได้ในตอนนี้

เนื่องจากรถยังไม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ รถต้นแบบที่นำมาให้สื่อทดสอบถูกพรางด้วยกราฟฟิคลายสีทอง แต่เรายังพอมองเห็นรายละเอียดหลายจุดได้ชัดเจน โดยเฉพาะไฟหน้า และไฟท้ายที่ได้รับลายไฟ Daytime Running Light รูปดาวสามแฉก ตามแนวทางใหม่ของแบรนด์เหมือน CLA EV รุ่นล่าสุด รวมถึงลายดาวที่กระจังหน้า

โดยรวมรูปลักษณ์ของ S-Class ใหม่ได้กลิ่นอายใกล้เคียงรุ่นปัจจุบัน ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะเส้นสายตัวถังเดิมยังดูสง่างาม และร่วมสมัยได้ไร้กาลเวลา

ขุมพลังใน S-Class

Mercedes เปิดเผยว่ามีอย่างน้อย 3 รุ่นย่อย แต่ยังไม่ยืนยันว่ารุ่นไหนจะวางขายในตลาดไหนบ้าง ทุกรุ่นมาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4MATIC เกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ และระบบไฟฟ้า 48V

รุ่นเริ่มต้นคือ S500 ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบเรียง 3.0 ลิตร อัดอากาศด้วยซูเปอร์ชาร์จและเทอร์โบ ให้กำลัง 442 แรงม้า แรงบิด 600 นิวตันเมตร และสามารถเพิ่มแรงบิดเป็น 640 นิวตันเมตร ในช่วงสั้น ๆ ได้ด้วย Overboost Mode

รุ่นถัดมาคือ S580e รุ่นปลั๊กอินไฮบริด PHEV เครื่องยนต์ 6 สูบเรียง พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า​แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ขึ้น ให้กำลังรวม 576 แรงม้า มากกว่ารุ่นก่อนหน้าที่ 73 แรงม้า

ส่วนรุ่นท็อปที่ไม่ใช่ AMG คือ S580 ใช้เครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ 4.0 ลิตร ที่ปรับปรุงใหม่ ให้กำลัง 530 แรงม้า แรงบิด 750 นิวตันเมตร ปรับปรุงเรื่องทางเดินไอดี ไอเสีย ระบบหัวฉีด และไฮไลต์สำคัญคือการใช้เพลาข้อเหวี่ยงแบบ Flat-plane crankshaft

ประสบการณ์นั่งโดยสาร เน้นความนุ่มเป็นหลัก

Mercedes ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการขับแบบสปอร์ต เน้นไปที่คุณภาพการขับขี่และการนั่งที่นุ่มนวลเป็นหลัก

S-Class ทุกรุ่นติดตั้งช่วงล่างถุงลม Airmatic เป็นมาตรฐาน สามารถอัปเกรดเป็น E-Active Body Control แบบไฟฟ้า-ไฮดรอลิก ทั้ง 2 ระบบมาพร้อมเทคโนโลยี iDamping ใช้สื่อสารระหว่างรถผ่านระบบ MB.OS รถแต่ละคันจะส่งข้อมูลสภาพถนนขึ้นคลาวด์ เพื่อให้รถคันอื่นที่ตามมาเตรียมปรับช่วงล่างล่วงหน้าได้

ด้วยจำนวนรถ Mercedes รุ่นใหม่จำนวนมากในพื้นที่ Sindelfingen ระบบนี้จึงทำงานอย่างเต็มที่ ไม่ว่าพื้นถนนจะเป็นอย่างไร ตัวรถก็ยังลอยผ่านไปอย่างนุ่มเงียบ แทบไม่มีอาการโคลง หรือโยนหน้า-หลังให้รู้สึก

แม้จะไม่ได้ทดสอบเรื่องอัตราเร่งเต็มรูปแบบ แต่การใช้งานในเมือง เครื่อง V8 ก็ให้แรงดึงที่มาเนียน ๆ อย่างต่อเนื่อง การเปลี่ยนเกียร์แทบไม่รู้สึกเนียนสมกับรถระดับเรือธง

เปิดตัวปลายมกราคม ราคายังสูงตามคาด

Mercedes-Benz S-Class 2027 จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงปลายเดือนมกราคม และผลิตที่โรงงาน Sindelfingen ส่วนราคายังไม่ประกาศ แต่เพื่อเป็นข้อมูลอ้างอิง รุ่นปี 2026

  • S500 เริ่มต้นที่ 120,750 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4,350,000 บาท)

  • S580 ราคา 131,950 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4,750,000 บาท)

ดังนั้น S-Class ยังคงเป็นรถหรูระดับผู้บริหาร ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่แทบไม่เคยเปลี่ยนไปเลย

ที่มา : Carbuzz

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Nuttanon P.