Nvidia และ Horizon Robotics ครองตลาดชิป ระบบขับอัจริยะ ADAS ในจีน ปี 2025
ตลาดชิปประมวลผลสำหรับระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ในจีนปี 2025 ถือว่ามีการแข่งขันที่ดุเดือดไม่น้อย หลัก ๆ มีแบรนด์อย่าง Horizon Robotics และ Nvidia เป็น 2 ผู้เล่นหลักที่ครองส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มเทคโนโลยีสำคัญ จากข้อมูลจาก Gaogong Industry Institute (GGII)

GGII เป็นบริษัทวิจัยตลาดและสื่อในประเทศจีน เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และหุ่นยนต์
ส่วนแบ่งตลาดกล้องหน้าและชิปประมวลผล ADAS
ในปี 2025 Horizon Robotics ครองส่วนแบ่งตลาดถึง 47.66% ในกลุ่มโซลูชัน ADAS แบบกล้องหน้าที่รวมการประมวลผล และชิปควบคุมโดเมนขนาดเล็ก
โดย Horizon Robotics ร่วมกับ Mobileye ครองส่วนแบ่งตลาดรวมกันประมาณ 75% ผู้ผลิตอันดับ 3 ถึง 5 มีส่วนแบ่งตลาดรวมกันน้อยกว่า 20% หมายความว่ากลุ่มผู้นำเจ้าตลาดถูกคุมโดยแบรนด์ใหญ่ไม่กี่เจ้า
ในปีเดียวกัน ตลาดรถยนต์นั่งในประเทศจีน (ไม่รวมนำเข้าและส่งออก) ที่ติดตั้งกล้องหน้า ADAS จากโรงงาน มีจำนวนรวม 8.9245 ล้านคัน คิดเป็นอัตราการเข้าถึงตลาด 38.83%

ชิปประมวลผล Urban NOA ขยายตัวสู่ตลาดแมส
เทคโนโลยีระบบขับขี่อัจฉริยะ Urban NOA (Navigation on Autopilot สำหรับการใช้งานในเมือง) กำลังเริ่มนำไปใช้ในรถระดับกลาง และระดับเริ่มต้นมากยิ่งขึ้น จากปกติจะได้เฉพาะรถพรีเมียมระดับสูงเท่านั้น นี่กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการเติบโตของแพลตฟอร์มชิปประมวลผล ADAS
ตัวอย่างชัดที่สุดคือแบรนด์ BYD ที่นำระบบ ADAS แบบใช้กล้องในระดับเริ่มต้นไปติดตั้งในรถรุ่นเริ่มต้นของแบรนด์ อย่าง Seagull และ Dolphin
ในปี 2025 รถยนต์นั่งในประเทศจีนที่ติดตั้งระบบ Urban NOA จากโรงงาน มีจำนวน 2.0709 ล้านคัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 155.83% และมีอัตราการเข้าถึงตลาด 15.18%

Nvidia ครองตลาดชิป Urban NOA
ในตลาดชิปประมวลผล Urban NOA, Nvidia ครองส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 49.36% ขณะที่ Nvidia, Huawei และ Horizon Robotics รวมกันครองส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 90% ของตลาดทั้งหมด
แม้ว่าผู้ผลิตรถยนต์บางรายจะพยายามพัฒนาแพลตฟอร์มประมวลผล รวมถึงอัลกอริทึมของตัวเอง แต่การเลือกใช้ของจากผู้ให้บริการเจ้าอื่น ๆ ยังคงเป็นแนวทางหลักในการเร่งการผลิตได้ และการใช้งานระบบ Urban NOA ในเชิงพาณิชย์
ข้อมูลจาก GGII ระบุว่า ในปี 2025 อัตราการใช้งานแพลตฟอร์มที่พัฒนาเองในรถยนต์ที่ผลิตเพื่อจำหน่ายจริง มีสัดส่วนน้อยกว่า 5% เท่านั้น
ที่มา : Carnewschina
