ใน

ทุกเรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับ New Tesla Roadster ซูเปอร์คาร์ไฟฟ้าที่โลกตั้งตารอ ก่อนเปิดตัว 15 ต.ค. นี้

ในที่สุดช่วงเวลานี้ก็มาถึงจนได้ รถสปอร์ตเจเนอเรชันที่ 2 อย่าง Tesla Roadster ที่ถูกเลื่อนการเปิดตัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า กำลังจะกลายเป็นความจริงในเดือนตุลาคม 2026 นี้ ซึ่งนับเป็นเวลาเกือบหนึ่งทศวรรษ หลังจากที่ซีอีโออย่าง Elon Musk ได้เปิดตัวรถต้นแบบสปอร์ตสองประตูสีแดงคันจริงบนเวที ราวกับการเล่นกลช่วงท้ายงานเปิดตัวรถบรรทุก Semi

ทุกเรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับ New Tesla Roadster ซูเปอร์คาร์ไฟฟ้าที่โลกตั้งตารอ ก่อนเปิดตัว 15 ต.ค. นี้

ย้อนกลับไปที่ Roadster รุ่นแรกซึ่งเริ่มวางจำหน่ายในปี 2008 รถรุ่นนั้นได้สร้างชื่อให้ Tesla กลายเป็นผู้เล่นรายสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ แม้ว่าบรรดาค่ายรถยักษ์ใหญ่ในยุคนั้นจะไม่เชื่อมั่นก็ตาม

จากนั้นความสำเร็จของ Roadster รุ่นแรกก็นำไปสู่การกำเนิดของ Model S และประวัติศาสตร์หน้าใหม่ก็เริ่มต้นขึ้น

ความจริงแล้ว Tesla อาจจะไม่ได้จำเป็นต้องมี Roadster รุ่นใหม่ขนาดนั้น แต่มันจะเป็นการประกาศศักดาครั้งสำคัญ ปัจจุบัน Tesla มีผลงานทางธุรกิจที่ดีมากอยู่แล้ว และรถอย่าง Roadster ก็ไม่ใช่รถยนต์ประเภท Mass Production จึงไม่ได้ส่งผลต่อตัวเลขทางการเงินของบริษัทมากมายนัก

แต่ในแง่ของความท้าทายด้านวิศวกรรม ถือว่าเป็นสิ่งที่คุ้มค่าที่จะลอง อย่างไรก็ตาม หลังจากการเลื่อนเปิดตัวนับครั้งไม่ถ้วนและคำสัญญาที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง ทำให้เกิดเครื่องหมายคำถามตัวโต ๆ ถึงอนาคตของรถคันนี้

คำสัญญาของ Tesla เมื่อปี 2017

Roadster 2.0 ปรากฏตัวแบบเซอร์ไพรส์ในเดือนพฤศจิกายน 2017 โดยเป็นหมัดเด็ดปิดท้ายงานเปิดตัว Semi ในฐานะ “One More Thing” ทันทีที่รถสปอร์ตสีแดงสดแล่นขึ้นมาบนเวที ตัวเลขสเปกทางเทคนิคสุดโหดดังนี้

  • แรงบิดมหาศาลถึง 7,376 ปอนด์-ฟุต
  • อัตราเร่ง 0–96 กม./ชม. (0–60 ไมล์/ชม.) ในเวลาเพียง 1.9 วินาที (หากติดตั้งออปชันไอพ่นขับดันของ SpaceX)
  • อัตราเร่ง 0–160 กม./ชม. (0–100 ไมล์/ชม.) ในเวลา 4.2 วินาที
  • วิ่งควอเตอร์ไมล์ได้ในเวลา 8.9 วินาที
  • ความเร็วสูงสุดมากกว่า 400 กม./ชม. (250+ ไมล์/ชม.)
  • แบตเตอรี่ความจุ 250 kWh
  • ระยะทางวิ่งไกลถึง 997 กิโลเมตร (620 ไมล์) ต่อการชาร์จ
  • มอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว

หากสเปกเหล่านี้เป็นจริง Roadster จะกลายเป็นหนึ่งในรถที่เร็วที่สุดในโลก ชนะได้แม้กระทั่ง Bugatti Tourbillon ไฮเปอร์คาร์มูลค่าหลายร้อยล้านบาทที่ใช้เครื่องยนต์ V16 พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว

คำเคลมที่เริ่มหลุดโลกขึ้นเรื่อย ๆ

เมื่อเวลาผ่านไป สเปกที่ดูบ้าระห่ำอยู่แล้วกลับฟังดูเหลือเชื่อยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อ Elon Musk ได้เคยเปรยไว้ว่า Roadster เจเนอเรชันที่สองนี้อาจทำอัตราเร่ง 0–96 กม./ชม. ได้ต่ำกว่า 1 วินาที ซึ่งจะทำให้กลายเป็นรถที่เร็วที่สุดในโลก ทุบสถิติ 1.55 วินาทีของ McMurtry Speirling ที่ใช้พัดลมขนาดใหญ่ดูดตัวรถให้ติดกับพื้นถนน

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีคำอวดอ้างชวนฝันอีกว่า Roadster คันใหม่นี้จะสามารถ “บินได้” ด้วยความช่วยเหลือของระบบไอพ่นขับดันขนาดเล็กจาก SpaceX นอกจากนี้ยังมีระบุเรื่องแบตเตอรี่ความจุ 200 kWh และระยะทางขับขี่จริง 620 ไมล์ ซึ่งตามความเป็นจริงแล้ว สเปกทั้งสองอย่างนี้ทำได้ยากมากด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน เพราะตัวรถ Roadster นั้นมีขนาดกะทัดรัดเกินกว่าจะยัดแบตเตอรี่ลูกใหญ่ขนาดนั้นลงไปได้

ส่วนความเคลื่อนไหวล่าสุด Tesla ได้จดสิทธิบัตรระบบพัดลม ซึ่งตามทฤษฎีแล้วสามารถช่วยเพิ่มแรงกด (Downforce) ให้กับตัวรถ โดยการดูดอากาศใต้ท้องรถส่งตรงไปยังดิฟฟิวเซอร์ด้านหลังเพื่อลดแรงต้านอากาศ ซึ่งในภาพสิทธิบัตรมีลักษณะคล้ายพัดลมเคสคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งอยู่บริเวณกันชนท้าย

รูปร่างหน้าตาของ New Tesla Roadster จะเป็นอย่างไร?

ทุกคนคุ้นตากับรถต้นแบบเวอร์ชันปี 2017 เป็นอย่างดีจากการจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ยานยนต์ Petersen และตามคลิปวิดีโอต่าง ๆ อย่างไรก็ดี Tesla อาจจะปรับดีไซน์ใหม่ให้เข้ากับทิศทางการออกแบบในปัจจุบัน เหมือนกับที่ Semi, Model Y และ Model 3 เพิ่งได้รับการปรับลุคที่เน้นเส้นสายล้ำยุคสไตล์ Cyberpunk

และมีทีเซอร์ภาพล่าสุดบนเว็บไซต์ของ Tesla ที่ดูเหมือนภาพกลับหัวของบั้นท้ายรถ เผยให้เห็นแถบไฟ LED พาดแนวยาว สปอยเลอร์หรือปีกหลังขนาดใหญ่ และกระแสลมที่พ่นระบายออกมาจากด้านล่าง

ราคาค่าตัว

Tesla ไม่เคยประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ แต่พวกเขาก็เปิดรับเงินมัดจำล่วงหน้าไปแล้วตั้งแต่ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.75–1.8 ล้านบาท) ไปจนถึง 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8.75–9 ล้านบาท) โดยยอดมัดจำก้อนหลังนั้นเปิดสำหรับรุ่น Founder’s Series ซึ่งไม่เคยถูกสร้างขึ้นจริง แต่ก็เชื่อกันว่าราคาระดับนี้คือราคาจำหน่ายจริงที่ Tesla เล็งเอาไว้ในใจ

วันเปิดตัวและกำหนดการผลิตจริง

เดิมที Tesla ตั้งเป้าไว้ว่าจะผลิต Roadster เจเนอเรชันสองนี้ภายในปี 2020 แต่ด้วยสถานการณ์วุ่นวายต่าง ๆ ทั่วโลกในช่วงเวลานั้น ทำให้แผนการต้องล้มเลิกไป จากนั้นวันเปิดตัวก็ถูกเลื่อนซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนหลายคนคิดว่า Tesla คงทิ้งโปรเจกต์นี้ไปแล้ว

แต่ตอนนี้ พวกเขากลับมาพร้อมกับกำหนดการเปิดตัวใหม่ในวันที่ 15 ตุลาคม 2026 ซึ่งยังคงต้องจับตาดูกันต่อไป และถึงแม้จะเปิดตัวจริง ก็ยังไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าจะเริ่มเดินสายการผลิตได้เมื่อไร แต่หากเริ่มผลิตจริง ยอดการผลิตก็น่าจะมีจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับรุ่นแมสอย่าง Model 3 หรือ Model Y

Tesla จำเป็นต้องมี Roadster รุ่นใหม่?

คำตอบคือไม่ได้จำเป็นขนาดนั้น แต่ถ้าสร้างขึ้นมาได้จริงก็คงจะเจ๋งไม่น้อย โดยเฉพาะกับสารพัดสเปกสุดล้ำที่เคยเคลมเอาไว้ ทว่าในเวลานี้ ความคาดหวังของผู้คนลดน้อยถอยลงไปมากแล้ว

หากการเปิดตัวครั้งใหม่เป็นเพียงแค่การคุยโวเกินจริงอีกครั้ง ก็อาจจะยิ่งบั่นทอนความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ของแบรนด์ลงไปอีก หวังเราคงจะได้เห็นการเปิดตัวจริงตามกำหนดอีกไม่กี่วันนี้

ที่มา insideevs

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Sakura P.