ใน

OMODA & JAECOO เขย่าวงการ Beijing Auto Show เปิดตัวหุ่นยนต์ AiMOGA ปฏิวัติโลกการเดินทางสู่อนาคต

ล้ำไปอีกขั้น! เมื่อ OMODA & JAECOO ไม่ได้สร้างแค่รถยนต์ แต่กำลังปฏิวัติโลกด้วยกองทัพหุ่นยนต์อัจฉริยะ AiMOGA ในงาน Beijing Auto Show 2026 พร้อมฉลองความสำเร็จยอดขาย 1 ล้านคันทั่วโลก สู่การสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงเทคโนโลยีเข้ากับชีวิตจริงอย่างสมบูรณ์แบบ

OMODA & JAECOO เขย่าวงการ Beijing Auto Show เปิดตัวหุ่นยนต์ AiMOGA ปฏิวัติโลกการเดินทางสู่อนาคต

เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2026 งานมหกรรมยานยนต์นานาชาติปักกิ่งครั้งที่ 19 ได้เปิดฉากขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ โดยแบรนด์ OMODA & JAECOO ได้นำรถยนต์รุ่นหลักอย่าง OMODA 4 และ OMODA 7 มาจัดแสดง พร้อมกับการเปิดตัวหุ่นยนต์จาก AiMOGA Robotics ซึ่งเป็นโครงการที่พัฒนาร่วมกันระหว่าง OMODA & JAECOO และทีม AiMOGA

โดยมีการนำหุ่นยนต์หลากหลายรูปแบบมาโชว์ เช่น หุ่นยนต์ตำรวจอัจฉริยะ, หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (ลักษณะคล้ายมนุษย์) ชื่อว่า Mornine และหุ่นยนต์สี่ขาชื่อว่า Argos การจัดแสดงครั้งนี้เน้นให้เห็นถึงการทำงานร่วมกันระหว่างรถยนต์และหุ่นยนต์อัจฉริยะที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตจริงได้

โดยในงานนี้มีนักธุรกิจจากนานาชาติเข้าเยี่ยมชมบูธกว่า 4,000 คน และคาดว่าจะมีถึง 2,500 คนที่จะเดินทางไปศึกษาดูงานต่อที่เมืองอู๋หู (Wuhu) เพื่อหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ

ความสำเร็จของ AiMOGA Robotics เกิดจากการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีและทรัพยากรของ OMODA & JAECOO โดย AiMOGA เป็นบริษัทหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์แห่งแรกของโลกที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากสหภาพยุโรป (EU) ทั้งในส่วนของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์

ปัจจุบันได้ขยายธุรกิจไปแล้วกว่า 30 ประเทศ และใช้งานในสถานการณ์จริงกว่า 100 รูปแบบ ความได้เปรียบของแบรนด์มาจาก 4 ด้านหลัก คือ การวิจัยและพัฒนา (R&D), ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain), เครือข่ายระดับโลก และนวัตกรรมร่วมกัน

โดยใช้ระบบของ OMODA & JAECOO ช่วยให้เปลี่ยนจากแนวคิดเป็นต้นแบบได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงการมีเครือข่ายตลาดใน 69 ประเทศ ทำให้สามารถขยายตัวสู่ระดับสากลได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีห้องปฏิบัติการนวัตกรรมถึง 31 แห่ง ครอบคลุมเทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น การควบคุมการเคลื่อนที่และการโต้ตอบระหว่างมนุษย์และหุ่นยนต์

สำหรับหุ่นยนต์ตำรวจอัจฉริยะ AiMOGA ที่นำมาโชว์นั้น ได้มีการใช้งานจริงแล้วในหลายเมืองทั่วประเทศจีน เช่น การจัดการจราจรหน้าโรงเรียน และการรักษาความปลอดภัยในงานกิจกรรมต่างๆ ปัจจุบันกำลังเจรจาความร่วมมือกับอีกกว่า 50 เมือง หุ่นยนต์นี้มีความสามารถในการตรวจตราอัตโนมัติ จดจำการกระทำผิดกฎจราจร และประสานงานสัญญาณไฟ

ซึ่งช่วยลดภาระของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มาก ส่วนหุ่นยนต์สี่ขา Argos ก็ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยมียอดส่งมอบเมื่อปีที่แล้วมากกว่า 1,000 ตัว นิยมนำไปใช้เป็นเพื่อนคลายเหงาในบ้าน แสดงโชว์ในโชว์รูม และรักษาความปลอดภัยในชุมชน

ทางด้านเทคโนโลยี AiMOGA Robotics ได้นำเทคโนโลยีจากรถยนต์อัจฉริยะของ OMODA & JAECOO มาปรับใช้กับหุ่นยนต์ ไม่ว่าจะเป็นระบบห้องโดยสารอัจฉริยะหรือระบบช่วยขับขี่ ทำให้หุ่นยนต์สามารถเข้าใจสภาพแวดล้อมได้แม่นยำในระดับเซนติเมตร หลบหลีกสิ่งกีดขวางได้เอง และมองเห็นภาพ 3 มิติได้อย่างครบถ้วน ส่วนเรื่องพลังงาน ได้ใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่แบบ Solid-state จาก Chery (บริษัทแม่) ทำให้หุ่นยนต์สามารถทำงานต่อเนื่องได้ยาวนาน

งานปักกิ่งออโต้โชว์ครั้งนี้ยังตรงกับวาระครบรอบ 3 ปีของ OMODA & JAECOO ซึ่งมียอดขายสะสมทั่วโลกทะลุ 1 ล้านคันไปแล้ว ถือเป็นแบรนด์รถยนต์ที่ทำสถิติแตะ 1 ล้านคันได้เร็วที่สุดในโลก โดยปัจจุบันมีโชว์รูมตัวแทนจำหน่ายถึง 1,364 แห่งใน 69 ตลาดหลักทั่วโลก เฉลี่ยแล้วมีการบุกตลาดใหม่ทุกๆ 16 วัน และเปิดร้านใหม่ทุกๆ วัน ซึ่งเป้าหมายต่อไปของทั้ง OMODA & JAECOO และ AiMOGA คือการผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะเข้ากับชีวิตประจำวันของผู้ใช้งาน เพื่อรับใช้โลกแห่งความเป็นจริงต่อไป

ข่าวประชาสัมพันธ์ OMODA & JAECOO ประเทศไทย

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Sakura P.