ใน

1 ถังวิ่งได้ 700 กม.! ทดสอบ Honda City 2026 e:HEV RS บนถนนจริง พร้อมฟีเจอร์ใหม่ที่ให้มาครบ

 

Honda City โฉมปี 2026 ใหม่ ได้รับการปรับปรุงรูปลักษณ์ให้ดูสปอร์ตและสดใหม่ยิ่งขึ้นโดยหลังจากประกาศราคาอย่างเป็นทางการซึ่งปรับลดลงจากรุ่นเดิมประมาณ 50,000 บาท ทำให้ได้รับกระแสตอบรับอย่างดี จนมียอดจองแตะระดับ 10,000 คัน และบางรุ่นมียอดคิวรอส่งมอบ (Backorder) นานถึง 3 เดือน โดยในไลน์อัปยังมีให้เลือกทั้งรุ่น 4 ประตู Sedan และ 5 ประตู Hatchback รวมถึงเครื่องยนต์เบนซินเพียวและระบบไฮบริด e:HEV

1 ถังวิ่งได้ 700 กม.! ทดสอบ Honda City 2026 e:HEV RS บนถนนจริง พร้อมฟีเจอร์ใหม่ที่ให้มาครบ

มิติตัวรถและขนาด

  • ความยาว: 4,553 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง: 1,748 มิลลิเมตร
  • ความสูง: 1,467 มิลลิเมตร
  • ระยะฐานล้อ (Wheelbase): 2,589 มิลลิเมตร
  • ระยะต่ำสุดถึงพื้น (Ground Clearance): 135 มิลลิเมตร

ระบบขับเคลื่อน ล้อ และยาง

  • เครื่องยนต์: ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร ทำงานร่วมกับระบบมอเตอร์ไฟฟ้า e:HEV
  • ขนาดล้อ: ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่สีดำตัดสีรมดำ ขนาด 16 นิ้ว
  • ขนาดยาง: Dunlop Enasave EC300+ ขนาด 185/60 R16 ทั้งล้อหน้าและล้อหลัง

สมรรถนะ ถังน้ำมัน และอัตราสิ้นเปลือง

  • ความจุถังน้ำมัน: 40 ลิตร
  • อัตราสิ้นเปลือง (ตามสเปกเคลม): สูงสุดประมาณ 27.8 กิโลเมตร/ลิตร
  • อัตราสิ้นเปลืองจากการใช้งานจริงในคลิป
    • ขับขี่ในเมืองช่วงรถติด: ทำได้ประมาณ 17–18 กิโลเมตร/ลิตร
    • ขับขี่ทางไกลความเร็วคงที่ (100–110 กม./ชม.): ทำได้ประมาณ 20 กว่ากิโลเมตร/ลิตร
    • ระยะทางวิ่งต่อถัง: ขับจริงได้เกิน 700 กิโลเมตรต่อ 1 ถังได้อย่างสบาย

ดีไซน์และอุปกรณ์ภายนอก

  • กระจังหน้า: ดีไซน์ใหม่เน้นความสปอร์ต ตกแต่งด้วยสีดำ Gloss Black พร้อมโลโก้ Honda สีรมดำเข้ากับตัวรถ
  • ชุดไฟหน้า: ไฟหน้า LED รมดำ พร้อมโปรเจกเตอร์ 1 ลูก มีระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (AHB)
  • ไฟ Daytime Running Light (DRL): สลับการทำงานกับไฟเลี้ยว โดยเวลากลางวันจะติดเฉพาะในโคม แต่เวลากลางคืน เส้นไฟจะเชื่อมต่อลากยาวจากฝั่งขวาไปจดฝั่งซ้ายเพิ่มความโดดเด่น
  • กระจกมองข้าง: สีดำ Gloss Black พร้อมไฟเลี้ยว ติดตั้งกล้อง 360 องศา และกล้อง Honda LaneWatch
  • ระบบล็อกประตู: มือจับประตู Keyless สีดำ Gloss Black ทั้ง 4 บาน
  • สเกิร์ตและสโปเลอร์: ติดตั้งสเกิร์ตข้าง และสปอยเลอร์หลังดีไซน์ใหม่ให้ดูใหญ่และเต็มยิ่งขึ้น
  • ไฟท้าย: ดีไซน์โคมโปร่งใส แต่น่าเสียดายที่ไฟเลี้ยวยังคงเป็นหลอดไส้
  • ฝาท้าย: เปิดแบบ Manual โดยกดที่ปุ่มใต้โลโก้ด้านหลัง ด้านใต้ห้องเก็บสัมภาระมีชุดอุปกรณ์ปะยางและห่วงลากจูง

ดีไซน์และฟังก์ชั่นภายในห้องโดยสาร

ห้องโดยสารตอนหน้า

  • หน้าจอเครื่องเสียง: จอสัมผัสขนาด 10 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย พร้อมไฟเส้น LED เล่นแอนิเมชันตามไฟเลี้ยวและการแจ้งเตือน
  • ชุดหน้าจอมาตรวัด: หน้าจอแสดงผลดิจิทัลฝั่งซ้าย (แสดง Power Flow/สถานะระบบ) คู่กับเข็มไมล์อนาล็อกฝั่งขวา
  • พวงมาลัย: หุ้มหนังทรงสปอร์ต ปรับระดับได้เฉพาะขึ้น-ลง (ดึงเข้า-ออกไม่ได้) พร้อมปุ่มควบคุมมัลติมีเดีย ระบบสั่งงานด้วยเสียง แป้น Paddle Shift สำหรับปรับระดับการหน่วงชะลอความเร็ว (Regeneration) ปุ่มเปิดกล้อง LaneWatch และปุ่มเปิดกล้อง 360 องศา
  • ระบบแอร์และช่องเชื่อมต่อ: แอร์หมุนปรับอุณหภูมิ, พอร์ต USB Type-A จำนวน 2 ช่อง, ช่องจ่ายไฟ Power Outlet 12V (180W)
  • คอนโซลกลาง: ช่องวางแก้วน้ำ (เหมาะกับแก้วกาแฟทั่วไป), แท่นชาร์จไร้สาย (Wireless Charger) 15W, ปุ่มเบรกมือไฟฟ้า (EPB) พร้อม Auto Brake Hold และปุ่ม ECON โหมด
  • กระจกมองหลัง: ระบบตัดแสงอัตโนมัติ

ห้องโดยสารตอนหลัง

  • เบาะนั่ง: หุ้มหนังเดินด้ายสีแดงพร้อมตกแต่งแถบสีแดง มีการบุนุ่มหุ้มหนังขยับมาถึงแผงข้างประตูเพื่อช่วยซับแรงกระแทกบริเวณหัวไหล่ผู้โดยสาร
  • สิ่งอำนวยความสะดวก: ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง 2 ช่อง และพอร์ต USB Type-C 2 ช่อง
  • จุดยึดคาร์ซีท: มีจุดยึด ISOFIX ซึ่งรองรับการติดตั้งคาร์ซีทขนาดใหญ่ได้โดยไม่เบียดพื้นที่ตรงกลางมากเกินไป
  • ข้อสังเกตเบาะหลัง: ที่พักแขนตรงกลางเบาะหลังถูกตัดออกไป [06:38] และกระจกหน้าต่างหลังไม่ใช่ระบบ Auto (ระบบ Auto มีเฉพาะบานฝั่งคนขับ)

ประสบการณ์การขับขี่และระบบความปลอดภัย

ฟีลลิ่งการขับขี่และช่วงล่าง

  • ความนุ่มนวล: ช่วงล่างถูกเซตมาให้เหมาะกับการใช้งานประจำวัน (Daily Use) ให้ความนุ่มนวล ซับแรงกระแทกจากฝาท่อและลูกระนาดได้ดีขึ้น ลดอาการตึงตังจากรุ่นก่อน
  • การเก็บเสียง: ย่านความเร็วต่ำเก็บอาการได้ดี แต่เมื่อใช้ความเร็วบนถนนคอนกรีตจะมีเสียงนอยส์ (Noise) เข้ามาในห้องโดยสารพอสมควร
  • การทำงานของระบบ ไฮบริด: ในความเร็วต่ำ ตัวรถจะใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ (EV Mode) เป็นหลัก ระบบจัดการพลังงานปั่นไฟกลับเข้าแบตเตอรี่ได้เร็ว และรักษาปริมาณแบตเตอรี่ไม่ให้ต่ำกว่า 3 ขีดอยู่เสมอ
  • การขับขี่ความเร็วสูง: ที่ความเร็ว 100 กม./ชม. ขึ้นไป ตัวรถจะเริ่มรู้สึกเบา ต้องใช้น้ำหนักในการควบคุมพวงมาลัยมากขึ้น

ระบบช่วยขับขี่ Honda Sensing และเทคโนโลยีความปลอดภัย

  • Adaptive Cruise Control (ACC): ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมตั้งระยะห่างจากคันหน้าได้ 4 ระดับ
  • Lane Keeping Assist System (LKAS): ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน ทำงานที่ความเร็ว 70 กม./ชม. ขึ้นไป และจะยกเลิกการทำงานเมื่อความเร็วลดลงต่ำกว่า 65 กม./ชม.
  • กล้องรอบคัน 360 องศา & Honda LaneWatch: ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการมองเห็น

สรุปจุดเด่นจากรีวิว

  • งานดีไซน์: ชุดหน้า RS ใหม่ พร้อมไฟ DRL ลากเชื่อมกันในเวลากลางคืน ดูสวยงามและสปอร์ตขึ้นชัดเจน
  • ความประหยัดน้ำมัน: ขับใช้งานจริงทำระยะทางได้เกิน 700 กม. ต่อถังได้อย่างสบาย
  • ช่วงล่างนั่งสบาย: ซับแรงกระแทกได้นุ่มนวล เหมาะกับการเป็นรถใช้งานประจำวัน
  • ความคุ้มค่า: ราคาปรับลดลงจากรุ่นเดิมราว 50,000 บาท ทำให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น
แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Sakura P.