ใน ,

GWM เปิดตัว Haval H10 เอสยูวี PHEV 590 แรงม้า เริ่มต้นเพียง 1.04 ล้านบาท

Haval GWM H10 รถยนต์เอสยูวีขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ที่มาพร้อมตัวถังยาวกว่า 5.3 เมตร และพละกำลังสูงถึง 590 แรงม้า ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศจีน ด้วยราคาเริ่มต้น 201,800 หยวน (ประมาณ 1,045,000 บาท) โดย Great Wall Motor (GWM) ตั้งเป้าเข้ามาท้าชนในเซกเมนต์นี้อย่างเต็มตัว ซึ่งการมาของน้องใหม่รุ่นนี้มีราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่ารุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD) ของ BYD Ti7 แถมยังให้สเปกที่เหนือกว่าอีกด้วย

GWM เปิดตัว Haval H10 เอสยูวี PHEV 590 แรงม้า เริ่มต้นเพียง 1.04 ล้านบาท

สำหรับรถยนต์ครอสโอเวอร์ GWM H10 ถือเป็นสมาชิกใหม่ล่าสุดของแบรนด์ Haval ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีประเด็นเรื่องชื่อรุ่นที่ค่อนข้างสับสน โดยทางผู้บริหาร GWM ได้เคยเปิดให้ชาวเน็ตบนโซเชียลมีเดีย Weibo ร่วมกันโหวตตั้งชื่อให้กับรถยนต์เรือธงรุ่นนี้ และชื่อ Haval GWM H10 ก็เป็นผู้ชนะการโหวต อย่างไรก็ตาม ในภายหลังดูเหมือนว่าผู้บริหารจะตัดสินใจว่าไม่ควรรวมชื่อแบรนด์ Haval ไว้ข้างหน้า GWM ในชื่อรุ่น

ส่งผลให้ในพิธีเปิดตัวอย่างเป็นทางการ คำว่า Haval จึงถูกตัดออกไป และตามประกาศอย่างเป็นทางการของ GWM รถรุ่นนี้จะมีชื่อเรียกว่า GWM H10 เท่านั้น แต่เราก็ยังสามารถเห็นตราสัญลักษณ์ Haval ติดอยู่ตามจุดต่างๆ เช่น ด้านหน้ารถ, ล้อแม็ก และพวงมาลัย รวมถึงรถรุ่นนี้ยังวางจำหน่ายผ่านเครือข่ายโชว์รูมของ Haval ทำให้ชื่ออย่างเป็นทางการแบบเต็มๆ ที่คนคุ้นเคยจึงยังคงเป็น Haval GWM H10 นั่นเอง

ในส่วนของตัวรถ GWM H10 เป็นรถเอสยูวีโครงสร้างตัวถังแบบโมโนค็อก (Monocoque) ที่พัฒนายืนอยู่บนแพลตฟอร์มโมดูลาร์ GWM One (Guiyuan)

จุดเด่นที่สำคัญที่สุดของแชสซีนี้คือการรองรับระบบขับเคลื่อนได้ถึง 5 รูปแบบ ได้แก่ เครื่องยนต์สันดาป (ICE), ไฮบริด (HEV), ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV), ไฟฟ้า 100% (BEV) และเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน (FCEV) ซึ่งรุ่นที่เปิดตัวนี้เป็นระบบปลั๊กอินไฮบริด แต่ในอนาคต Haval ก็สามารถนำเสนอทางเลือกขุมพลังอื่นๆ เหมาะสมกับแต่ละภูมิภาคหรือแต่ละกลุ่มตลาดได้เช่นกัน

ด้านงานออกแบบ Haval GWM H10 เป็นเอสยูวีทรงบึกบึน มาพร้อมไฟหน้าทรงเหลี่ยมขนาดใหญ่, ซุ้มล้อกว้าง, มือจับประตูแบบดั้งเดิม และหลังคาเรียบขนานไปกับพื้น ในรุ่นเริ่มต้นจะเป็นห้องโดยสารแบบ 5 ที่นั่ง มีมิติตัวถัง ยาว 5,138 มม. กว้าง 2,050 มม. สูง 1,970 มม. และระยะฐานล้อ 3,000 มม.

นอกจากนี้ยังมีรุ่น 6 ที่นั่ง ที่ขยายความยาวตัวถังเพิ่มขึ้นเป็น 5,299 มม. (ราว 5.3 เมตร) ที่น่าสนใจคือ H10 มีความแข็งแกร่งต่อการบิดตัวของตัวถังสูงถึง 40,861 นิวตันเมตร/องศา ซึ่งสูงกว่าค่าความแข็งแกร่งของรถสปอร์ตอย่าง Porsche 911 (รหัส 992) เสียอีก

สำหรับรุ่น 6 ที่นั่ง มีมุมไต่อยู่ที่ 24 องศา และมุมจากอยู่ที่ 25 องศา ส่วนรุ่น 5 ที่นั่งที่มีตัวถังสั้นกว่า จะมีมุมจากสูงถึง 30 องศา มีระยะต่ำสุดถึงพื้น (Ground Clearance) อยู่ที่ 220 มม.

ฝาท้ายเปิดออกด้านข้างพร้อมยางอะไหล่ขนาดจริงติดตั้งอยู่ด้านนอก มีน้ำหนักรถเปล่าอยู่ที่ระหว่าง 2,510 ถึง 2,570 กิโลกรัม ขึ้นอยู่กับรูปแบบห้องโดยสาร และรองรับน้ำหนักบรรทุกสูงสุดได้ถึง 3,120 กิโลกรัม

ภายในห้องโดยสารของ GWM H10 จัดเต็มด้วยเทคโนโลยี ติดตั้งหน้าจอแสดงผลกลางขนาด 15.6 นิ้ว เสริมด้วยหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ LCD ขนาด 10.25 นิ้ว และหน้าจอแสดงผลบนกระจกหน้า (Head-up Display) ขนาดใหญ่ถึง 29 นิ้ว ไม่เพียงเท่านั้น

ยังมีหน้าจอเพดานสำหรับผู้โดยสารตอนหลังขนาด 17.3 นิ้ว รวมถึงเบาะนั่งแถวที่ 1 และแถวที่ 2 ในรุ่น 6 ที่นั่ง ที่มาพร้อมระบบอุ่นเบาะ, ระบบระบายอากาศ และระบบนวดตัว ดื่มด่ำกับระบบเสียงคุณภาพสูงผ่านลำโพง 21 ตำแหน่ง และยังมีตู้เย็นขนาด 7.7 ลิตร ติดตั้งมาให้อีกด้วย

ด้านระบบความปลอดภัยและการขับขี่ GWM H10 มาพร้อมระบบช่วยขับขี่ Coffee Pilot 3.0 ที่ทำงานร่วมกับเซนเซอร์รอบคันถึง 27 จุด รวมถึง LiDAR ที่ติดตั้งอยู่บนหลังคา รองรับฟังก์ชั่น Navigate On Autopilot (NOA) ซึ่งช่วยให้รถสามารถขับเคลื่อนด้วยตัวเองจากจุดเริ่มต้นไปยังจุดหมายปลายทางได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ขับขี่ก็ยังคงต้องคอยเฝ้าระวังและควบคุมสถานการณ์อยู่เสมอ

สำหรับขุมพลัง GWM H10 ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 123 กิโลวัตต์ (165 แรงม้า) ทำงานร่วมกับเกียร์ 4-speed DHT และมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว โดยมอเตอร์หน้าให้กำลัง 100 กิโลวัตต์ (134 แรงม้า) และมอเตอร์หลังให้กำลัง 220 กิโลวัตต์ (295 แรงม้า) รวมพละกำลังทั้งระบบสูงสุดถึง 440 กิโลวัตต์ (590 แรงม้า)

สามารถทำความเร็วจาก 0 ถึง 100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 4.9 วินาที และมีระบบล็อกเฟืองท้ายแบบอิเล็กทรอนิกส์-กลไกที่เพลาหลัง

แบตเตอรี่มีความจุ 42.8 kWh ช่วยให้ GWM H10 สามารถวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ไกลสูงสุด 232 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน CLTC) อีกทั้งยังรองรับการชาร์จไวแบบ DC สูงสุด 120 kW ชาร์จเพียง 15 นาที ก็เพิ่มระยะทางวิ่งได้อีก 126 กิโลเมตร

เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งอย่าง BYD Ti7 (Fang Cheng Bao Ti7) ซึ่งเป็นเอสยูวีขนาด 5 เมตร ขับเคลื่อน 4 ล้อ แบตเตอรี่มีความจุ 35.6 kWh วิ่งไฟฟ้าได้ 190 กม. และรองรับการชาร์จ DC เพียง 72 kW เท่านั้น

นอกจากเรื่องสเปกแล้ว GWM H10 ยังเปิดตัวด้วยราคาที่ถูกกว่า BYD Ti7 รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ เล็กน้อย โดยมีราคาช่วงโปรโมชั่นจำกัดเวลาอยู่ที่ 201,800 – 223,800 หยวน (ประมาณ 978,000 – 1,085,000 บาท) จากราคาขายปกติ (MSRP) ที่ 209,800 – 231,800 หยวน (ประมาณ 1,017,000 – 1,124,000 บาท) แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า GWM ตั้งใจส่งรุ่นนี้มาท้าชนกับ BYD Ti7 ที่ทำยอดขายในประเทศจีนไปได้ถึง 94,417 คัน ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026

ที่มา carnewschina

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Sakura P.