Xpeng เปิดตัว G7 EREV ครอสโอเวอร์อัจฉริยะรุ่นล่าสุดที่ลบความกังวลเรื่องระยะทาง เพราะวิ่งได้ไกลทะลุ 1,700 กิโลเมตร มาพร้อมเทคโนโลยีชาร์จไวและระบบขับขี่อัตโนมัติขั้นสุด ในราคาที่จับต้องได้เริ่มต้นไม่ถึงล้านบาท มาชมสเปคเบื้องต้นกัน
Xpeng G7 EREV เปิดตัวในจีน วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วน 400 กม. วิ่งรวม 1,704 กม. ในราคาเริ่มต้นประมาณ 935,000 บาท
Xpeng G7 EREV รถครอสโอเวอร์รุ่นใหม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศจีน โดยชูจุดเด่นเรื่องระยะทางการขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วน (BEV Range) ที่ไกลถึง 400 กิโลเมตร ในราคาเริ่มต้น 195,800 หยวน (หรือประมาณ 935,000 บาท) หากรวมการทำงานทั้งไฟฟ้าและเครื่องยนต์จะสามารถวิ่งได้ระยะทางรวมสูงสุดถึง 1,704 กิโลเมตร โดยรุ่นนี้มาพร้อมระบบแรงดันไฟฟ้าสูง 800V และรองรับการชาร์จเร็วระดับ 5C

การเปิดตัวครั้งนี้ ยังมาพร้อมกับ Xpeng G7 รุ่นอัปเกรดปี 2026 ที่เป็นไฟฟ้าล้วน (BEV) ด้วย โดยทั้งสองรุ่นยังมีดีไซน์และขนาดตัวถังเท่ากับรุ่นก่อนหน้า ตัวรถมีความยาว 4,918 มม. กว้าง 1,925 มม. และสูง 1,655 มม. มีระยะฐานล้อ 2,890 มม. และพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถกว้างขวางถึง 779 ลิตร

อัปเกรดห้องโดยสาร
ภายในห้องโดยสารจัดเต็มด้วยเทคโนโลยี ทั้งหน้าจอสัมผัสขนาด 15.6 นิ้ว, กระจกมองหลังแบบดิจิทัลหน้าจอ 9 นิ้ว, หน้าจอแสดงผล AR-HUD ขนาดใหญ่ 87 นิ้ว และยังมีจอสำหรับผู้โดยสารตอนหลังขนาด 8 นิ้ว นอกจากนี้ยังมีจุดชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย 2 ตำแหน่งที่คอนโซลกลาง และอีก 1 ตำแหน่งที่พนักวางแขนเบาะหลัง

ความสะดวกสบายอื่น ๆ ประกอบด้วย เบาะนั่งคู่หน้าแบบ Zero-gravity ที่ปรับเอนได้สบายเป็นพิเศษ พร้อมระบบระบายอากาศ ระบบทำความร้อน และระบบนวดทั้ง 4 ที่นั่ง หลังคาซันรูฟขนาดใหญ่ 2.17 ตารางเมตร เพดานบุด้วยหนังกลับ Microfiber ลำโพง 20 ตัว รอบทิศทาง 7.1.4 ช่องเก็บของในรถ 38 จุด และระบบตัดเสียงรบกวนอัจฉริยะ (ENC+RNC)
สมรรถนะและสเปกเครื่องยนต์ Xpeng G7 EREV
ใช้เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร (148 แรงม้า) ทำหน้าที่ปั่นไฟลงแบตเตอรี่ขนาด 55.8 kWh ส่วนการขับเคลื่อนใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวที่เพลาล้อหลัง ให้กำลัง 292 แรงม้า เมื่อรวมกับถังน้ำมันขนาด 60 ลิตร ทำให้วิ่งได้ไกลถึง 1,704 กิโลเมตร และยังมีระบบช่วงล่างแบบปรับความหนืดอัตโนมัติ (CDC) อีกด้วย

รุ่น EREV นี้มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย คือ G7 EREV Max Tech และ G7 EREV Max Flagship ราคาอยู่ระหว่าง 195,800 – 205,800 หยวน (ประมาณ 935,000 – 983,000 บาท) มาพร้อมชิป Nvidia Drive Orin 2 ตัว เป็นมาตรฐาน แต่ลูกค้าสามารถเลือกอัปเกรดระบบช่วยขับขั้นสูงเพิ่มเติมได้ ดังนี้
- ระบบ Ultra SE: ใช้ชิป Turing AI 2 ตัว ให้กำลังการประมวลผล 1,500 TOPS รองรับโมเดล VLA รุ่น 2 (ราคาประมาณ 57,300 บาท)
- ระบบ Ultra ADAS: ใช้ชิป Turing AI 3 ตัว เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด 2,250 TOPS (ราคาประมาณ 95,600 บาท)
Xpeng ยังเปิดตัวโมเดล VLA รุ่นที่ 2 ที่ผสานการมองเห็น การเข้าใจภาษา และการตัดสินใจเข้าด้วยกัน ช่วยให้รถเข้าใกล้ระบบขับขี่อัตโนมัติระดับ L4 มากขึ้น โดยจะเริ่มติดตั้งในรถล็อตแรกเดือนมีนาคมนี้
Xpeng เน้นย้ำว่ารถแท็กซี่ไร้คนขับของแบรนด์ที่ติดตั้งซอฟต์แวร์ VLA รุ่นที่ 2 ได้ผ่านการทดสอบจากหน่วยงานภายนอกแล้ว และกำลังจะเริ่มทดสอบบนถนนสาธารณะ ในระหว่างงาน ประธาน Xpeng ประกาศว่าปี 2026 จะเป็นจุดเริ่มต้นที่แท้จริงของการขับขี่อัตโนมัติอย่างเต็มรูปแบบในประเทศจีนและสหรัฐอเมริกา
เทคโนโลยี Xpeng ที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือ ระบบปฏิบัติการ AIOS 6.0 ในห้องโดยสาร ที่มีแผนที่นำทางแบบ 3D ทั่วประเทศจีน ระบบสั่งการด้วยเสียงอัจฉริยะ และศูนย์รวมเกมจาก Tencent Cloud Games ซึ่งระบบสามารถแนะนำเส้นทาง หรือช่วยตอบข้อความมือถือได้อัตโนมัติ ซึ่ง Xpeng อ้างว่านี่คือแผนที่นำทาง 3 มิติระบบแรกของอุตสาหกรรมที่สามารถใช้งานได้ทั่วประเทศจีน
ที่มา carnewschina
