วิจัยเผย รถ EV มือสอง ประหยัดค่าใช้จ่ายรวมมากที่สุดในระยะยาว
งานวิจัยล่าสุดจาก University of Michigan เผยแพร่ในวารสาร Environmental Research Letters ระบุว่า “รถยนต์ไฟฟ้า EV มือสอง” ถือเป็นทางเลือกที่ประหยัดค่าใช้จ่ายรวมมากที่สุดในระยะยาว

รถ EV มือสอง ประหยัดที่สุดในระยะยาว
ถ้าดูจากอายุการใช้งานรถ 10 ปี รถ EV มือสอง ถือว่ามีต้นทุนรวมในการครอบครองต่ำที่สุด เมื่อเทียบกับรถสันดาป (ICE) รถไฮบริด (HEV) และรถปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ในทุกประเภทรถ
ตัวอย่างจาก รถ SUV ไฟฟ้าขนาดกลาง อายุการใช้งานประมาณ 3 ปี สามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายรวมได้เฉลี่ยราวประมาณ 455,000 บาท เมื่อเทียบกับ รถ SUV ขนาดกลาง เครื่องยนต์สันดาป ซึ่งมือสองประหยัดไปได้เพียง 105,000 บาท เท่านั้น

Maxwell Woody ผู้เขียนหลักของงานวิจัย ได้เขียนว่า ค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางเป็นสัดส่วนใหญ่เป็นอันดับ 2 ของงบประมาณ แต่ 70% ของการซื้อรถทั้งหมดเป็นรถมือสอง และรถ EV มือสองกลับมีต้นทุนการเป็นเจ้าของต่ำที่สุดในทุกกลุ่มรถ
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ EV มือสองคุ้มค่า
งานวิจัยชี้ว่า ข้อได้เปรียบหลักของรถ EV มือสองมาจาก 2 ปัจจัยสำคัญ :
-
รถ EV มีอัตราการเสื่อมราคาสูงในช่วง 2–3 ปีแรก ทำให้ราคา EV มือสองลดลงมาก
-
ผู้ใช้ EV ส่วนใหญ่ชาร์จไฟที่บ้านเป็นหลัก ช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานไปได้มาก
นักวิจัยตั้งสมมติฐานว่า ผู้ใช้รถ EV ส่วนใหญ่ชาร์จไฟที่บ้าน 80% และไปชาร์จที่สถานีสาธารณะ 20% โดยถ้าคำนวณค่าไฟบ้านจากช่วงเวลาการใช้งานในอัตราต่าง ๆ ต่ำ ปานกลาง และสูง รวมถึงต้นทุนติดตั้งตู้ชาร์จ Wall Charger ที่บ้านระดับ Level 2 ส่วนการชาร์จนอกบ้าน แบ่งเป็นการชาร์จ Level 2 และ DC Fast Charge อย่างละครึ่ง

แต่หากผู้ใช้งานต้องพึ่งเฉพาะการชาร์จไว้ DC Fast Charge สาธารณะเป็นหลัก ค่าใช้จ่ายพลังงานอาจสูงกว่ารถไฮบริด (HEV) แต่ยังคงถูกกว่ารถสันดาป (ICE)
วิธีการศึกษา และขอบเขตการวิเคราะห์
งานวิจัยเลือกวิเคราะห์รถมือสองที่มีอายุประมาณ 3 ปี พร้อมสมมติอายุการใช้งานรวม 10 ปี หรือถือครองต่ออีก 7 ปี โดยใช้อัตราการขับขี่เฉลี่ยประมาณ 24,000 กม.
มีการวิเคราะห์รถ 4 ประเภท ระบบขับเคลื่อน ได้แก่ สันดาป ICE, ไฮบริด HEV, ปลั๊กอินไฮบริด และ BEV ครอบคลุมรถ 5 กลุ่มตัวถัง อ้างอิงข้อมูลรถมือสองกว่า 260,000 คัน จาก Craigslist รวมถึงค่าเชื้อเพลิง และค่าไฟเฉลี่ยใน 17 เมืองใหญ่ในสหรัฐฯ

ทั้งนี้ รถที่ใช้ในการวิเคราะห์เป็น “รถจำลองเชิงสถิติ” ไม่ใช่รุ่นจริง เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบได้อย่างเป็นธรรมในทุกระบบขับเคลื่อน
EV ใหม่ยังไม่ใช่ตัวเลือกที่ถูกที่สุด
งานวิจัยระบุว่า รถ EV ใหม่ มักไม่ใช่ตัวเลือกที่ประหยัดที่สุดในช่วงการครอบครอง 7 ปี โดยเฉพาะในกลุ่มรถ SUV ขนาดเล็ก และ SUV ขนาดกลาง รวมถีงรถกระบะ เพราะรถ EV ใหม่จะมีต้นทุนรวมสูงที่สุดเมื่อเทียบกับทางเลือกอื่น
แต่เมื่อเปลี่ยนเป็น EV มือสองอายุ 3 ปี ภาพจะเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดยต้นทุนรวมตลอดการใช้งานจะต่ำกว่า ประมาณ 1.4 ล้านบาท สำหรับรถซีดานขนาดเล็ก และต่ำกว่า ประมาณ 2.1 ล้านบาท สำหรับรถกระบะ
Greg Keoleian ผู้เขียนร่วมของงานวิจัย เขียนว่า แม้นี้จะไม่ใช่ข่าวดีสำหรับคนที่กำลังจะซื้อรถ EV คันใหม่ เนื่องจากราคาขายต่อที่ลดฮวบ แต่สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถ EV มือสอง นี่ถือเป็นข้อมูลที่ดีไม่น้อยเลยครับ
ที่มา : Electrek
