ใน , , ,

Tesla เปิดตัว Model Y รุ่นย่อยใหม่ Standard AWD ราคาประหยัดในสหรัฐฯ เริ่ม 1.4 ล้านบาท

Tesla ได้เปิดตัว Model Y รุ่นใหม่ที่ราคาจับต้องได้ง่ายขึ้นในสหรัฐอเมริกา ทำให้ปัจจุบันรถยนต์ไฟฟ้าทรงครอสโอเวอร์รุ่นนี้มีตัวเลือกย่อยรวมทั้งหมดถึง 5 รุ่น เพิ่มความหลากหลายและให้ทางเลือกที่มากขึ้นแก่ผู้บริโภคในการตัดสินใจซื้อ

Tesla เปิดตัว Model Y รุ่นย่อยใหม่ Standard AWD ราคาประหยัดในสหรัฐฯ เริ่ม 1.4 ล้านบาท

เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา Tesla ได้เปิดตัว Model Y รุ่น All-Wheel-Drive ขับเคลื่อนสี่ล้อ โดยตั้งราคาไว้ที่ 41,990 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.4 ล้านบาท) รถรุ่นนี้สามารถวิ่งได้ระยะทาง 294 ไมล์ (ประมาณ 473 กม.) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ทำความเร็วสูงสุดได้ 125 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 201 กม./ชั่วโมง) และเร่งความเร็วจาก 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง ได้ภายใน 4.6 วินาที

รถรุ่นนี้ถือเป็นรุ่นที่ราคาถูกที่สุดเป็นอันดับสองของตระกูล Model Y โดยมีราคาสูงกว่าเพียงรุ่น Model Y Rear-Wheel-Drive ขับเคลื่อนล้อหลัง ซึ่งมีราคาอยู่ที่ 39,990 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.35 ล้านบาท)

การขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ Model Y ในครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่ CEO Elon Musk ยืนยันว่าบริษัทจะยุติการผลิตรุ่น Model S และ Model X เพื่อหลีกทางให้กับสายการผลิตหุ่นยนต์ Optimus ที่โรงงานในเมืองฟรีมอนต์ รัฐแคลิฟอร์เนีย

สำหรับ Model Y All-Wheel-Drive รุ่นใหม่นี้ จัดอยู่ในกลุ่มรุ่น Standard ที่ Tesla เริ่มทำตลาดมาตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยจะไม่มีฟีเจอร์หรูหราหลายอย่างเหมือนที่มีในรุ่น Premium ซึ่งรุ่นพรีเมียมนั้นจะมีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อนล้อหลัง, ขับเคลื่อนสี่ล้อ และรุ่น Performance

การที่ Tesla เพิ่มตัวเลือก Model Y เป็น 5 รุ่นย่อย แสดงให้เห็นว่าบริษัทพยายามนำเสนอรถยนต์รุ่นนี้ให้ครอบคลุมความต้องการที่หลากหลายที่สุด ในขณะที่ Model S และ Model X ถูกยกเลิกไปเพราะ Tesla มองว่าไม่ตอบโจทย์ในอนาคตที่มุ่งเน้นเรื่องระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ การหันมาให้ความสำคัญกับ Model Y ซึ่งเป็นรถรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดจึงดูสอดคล้องกับทิศทางของบริษัท

อย่างไรก็ตาม การยกเลิก Model S และ Model X แล้วแทนที่ด้วยรุ่นย่อยใหม่ของ Model Y อาจไม่ใชสิ่งที่แฟนคลับต้องการเสียทีเดียว เพราะหลายคนยังสงสัยว่า Tesla จะมีรถรุ่นไหนมาแทนที่ความต้องการรถ SUV ขนาดใหญ่สำหรับครอบครัวใหญ่

อย่างไรก็ตาม Tesla ยังคงมุ่งมั่นกับการพัฒนาระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติและเตรียมเปิดบริการ Robataxi โดยในอนาคตจะมี Model 3, Model Y และ Cybercab เป็นตัวชูโรงหลัก ส่วน Cybertruck จะยังคงมีอยู่เพื่อเน้นการใช้งานเฉพาะด้าน เช่น การบรรทุกของ

ที่มา teslarati

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Sakura P.