Tesla เดินหน้าลดความซับซ้อนในการผลิตรถยนต์ ในคำขอสิทธิบัตรใหม่ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2025 ในชื่อ Printed Circuit Glass โดย Tesla ได้นำเสนอวิธีการที่จะช่วยตัดขั้นตอนที่ยุ่งยากที่สุดอย่างหนึ่งในการประกอบรถยนต์ออกไป คือการเดินสายไฟ ในสิทธิบัตรอธิบายถึงระบบที่นำเส้นใยนำไฟฟ้ามาพิมพ์ลงบนกระจกหน้ารถโดยตรง เปลี่ยนให้กระจกกลายเป็นแผงวงจรในตัว
Tesla จดสิทธิบัตร Printed Circuit Glass ผสานระบบไฟฟ้าเข้ากับโครงสร้างกระจกหน้ารถ
หลักการทำงาน
นวัตกรรมหลักคือการเปลี่ยนจากสายไฟที่เป็นเส้นเคเบิล มาเป็นเส้นลวดที่ใช้วิธีการพิมพ์สกรีน (Screen-printed) โดยใช้ “สารนำไฟฟ้า” ที่มีส่วนผสมของเงินและเซรามิก พิมพ์ลงบนกระจกตามรูปแบบที่ต้องการ

จากนั้นจะนำกระจกไปผ่านความร้อนสูงกว่า 600°C เพื่อให้สารนี้หลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกับผิวหน้ากระจก ซึ่งต่างจากเส้นไล่ฝ้าแบบเดิมตรงที่เส้นใยนี้จะมีความต้านทานไฟฟ้าต่ำมาก เพื่อให้ส่งพลังงานและข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่สูญเสียพลังงาน
การยกระดับชุดกล้องและเซ็นเซอร์
เทคโนโลยีนี้จะถูกนำมาใช้จ่ายไฟให้กับชุดเซ็นเซอร์บริเวณด้านบนของกระจกหน้ารถ เช่น กล้อง ADAS, เซ็นเซอร์วัดน้ำฝน, แผ่นทำความร้อนที่ปัดน้ำฝน รวมถึงกระจกมองหลังแบบปรับแสงอัตโนมัติ (Electrochromic) นอกจากนี้ยังช่วยให้ Tesla สามารถติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ ในตำแหน่งที่ดีที่สุดได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการลากสายไฟ ทำให้กล่องพลาสติกขนาดใหญ่หลังกระจกมองหลังมีขนาดเล็กลงหรือหายไปเลย เพราะจะไม่มีช่อสายไฟที่รุงรังอีกต่อไป

ประโยชน์ด้านการใช้งานและการผลิต
นอกจากความสวยงามแล้ว ระบบนี้ยังช่วยลดเสียงรบกวนจากการสั่นสะเทือนของสายไฟในห้องโดยสาร และมีความทนทานสูงมาก โดยผ่านการทดสอบในอุณหภูมิตั้งแต่ -40°C ไปจนถึง 108°C (ประมาณ -40°F ถึง 226°F) โดยไม่เสียหาย และเนื่องจากวงจรถูกพิมพ์ไว้ด้านในกระจกนิรภัย จึงปลอดภัยจากการกัดกร่อน
ในส่วนของการผลิต การใช้กระจกเป็นแผงวงจรจะช่วยให้หุ่นยนต์ทำงานได้ง่ายขึ้นมาก เพราะปกติสายไฟแบบเดิมจะนิ่มและจัดวางยาก แต่กระจกที่เป็นแผงวงจรในตัวจะกลายเป็นชิ้นส่วนแบบ Plug-and-play ที่หุ่นยนต์สามารถติดตั้งและเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าได้ทันทีในขั้นตอนเดียว ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ Unboxed Manufacturing ของ Tesla ที่เน้นความรวดเร็วและใช้แรงงานคนให้น้อยที่สุด
ที่มา notateslaapp
