ใน

Leapmotor เปิดตัวรถไฟฟ้า B10 และ B01 เทคโนโลยี 800V เริ่มต้นไม่ถึง 5 แสนบาท

เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2026 ที่ผ่านมา Leapmotor ได้เปิดตัวรถยนต์รุ่นอัปเกรดใหม่ 2 รุ่น คือ B10 และ B01 โดยไฮไลต์สำคัญคือการนำเทคโนโลยีไฟฟ้าแรงดันสูง 800V มาใช้ในรถยนต์ราคาประหยัดเริ่มต้นเพียงประมาณ 5 แสนบาท ซึ่งทางบริษัทมั่นใจว่าคู่แข่งจะต้องใช้เวลาพัฒนาอีกอย่างน้อยหนึ่งปีกว่าจะตามทัน

Leapmotor เปิดตัวรถไฟฟ้า B10 และ B01 เทคโนโลยี 800V เริ่มต้นไม่ถึง 5 แสนบาท

สำหรับรุ่น Leapmotor B10 (รถ SUV ขนาดกะทัดรัด) มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ประมาณ 495,000 – 624,000 บาท ส่วนรุ่น Leapmotor B01 (รถซีดานขนาดกะทัดรัด) มีราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 475,000 – 594,000 บาท

รถทั้งสองรุ่นมาพร้อมแพลตฟอร์มไฟฟ้าแรงดันสูง 800V แบบ Silicon Carbide (SiC) พร้อมชิปประมวลผล Qualcomm 8650 สำหรับระบบขับขี่อัจฉริยะและเซนเซอร์ LiDAR มาให้เป็นมาตรฐานทุกรุ่นย่อย

ในด้านสมรรถนะ รุ่น B10 วิ่งได้ไกลสูงสุด 610 กม. ส่วนรุ่น B01 วิ่งได้ไกลถึง 670 กม. (มาตรฐาน CLTC) ทั้งคู่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 800V 3C ซึ่งสามารถชาร์จไฟจาก 30% ถึง 80% ได้ในเวลาเพียง 16 นาที

ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้ามีให้เลือก 3 ระดับความแรง ตั้งแต่ 132 kW (177 แรงม้า) ไปจนถึง 185 kW (248 แรงม้า) โดยรุ่น B10 ทำความเร็ว 0-100 กม./ชม. ได้ใน 6.4 วินาที และรุ่น B01 ทำได้ใน 6.1 วินาที

ในส่วนของการออกแบบ Leapmotor B10 เน้นความโค้งมนและมีระบบกระจังหน้าแบบ Active Grille Shutter (AGS) ขนาดตัวรถ 4,515 × 1,885 × 1,655 มม. ส่วนรุ่น B01 เป็นรถซีดานรูปทรงเพรียวลม มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานต่ำเพียง 0.197 Cd ขนาดตัวรถ 4,770 × 1,880 × 1,490 มม. โดยทั้งสองรุ่นมีระยะฐานล้อเท่ากันที่ 2,735 มม.

ด้านเทคโนโลยีในห้องโดยสาร รถทั้งสองรุ่นใช้ชิปประมวลผล Qualcomm 8295 รองรับการสั่งงานด้วย AI และการอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่านระบบออนไลน์ (FOTA) รุ่น B10 มาพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 17.3 นิ้ว ความละเอียด 3K และจอ AR-HUD ขนาด 55 นิ้ว

ส่วนรุ่น B01 จัดเต็มด้วยหน้าจอ 3 ตำแหน่ง รวมถึงจอ AR-HUD ขนาด 50 นิ้ว นอกจากนี้ยังเน้นความปลอดภัยด้วยโครงสร้างเหล็กกล้าความแข็งแรงสูงกว่า 75% และระบบควบคุมแชสซีอัจฉริยะที่ช่วยประคองรถได้ภายใน 0.5 วินาทีหากยางระเบิด

Cao Li รองประธานอาวุโสของ Leapmotor กล่าวอย่างมั่นใจว่า “แม้คู่แข่งจะเริ่มไล่ตามเราตั้งแต่วันนี้ พวกเขาก็อาจจะต้องใช้เวลาถึงปีหน้ากว่าจะตามเทคโนโลยีของเราได้ทัน” โดยรถทั้งสองรุ่นนี้เป็นการอัปเกรดจากรุ่นที่เคยเปิดตัวไปเมื่อปี 2025 ที่ผ่านมา

ที่มา carnewschina

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Sakura P.