แบรนด์ MG ภายใต้เครือ SAIC ได้เปิดเผยว่ารถยนต์ไฟฟ้า MG4 Urban คันที่ 100,000 ได้ออกจากสายการผลิตเรียบร้อยแล้ว หลังจากเปิดตัวมาได้เพียง 8 เดือน โดยรถแฮตช์แบ็กขนาดกะทัดรัดรุ่นนี้เข้ามาทำตลาดแทนที่ MG4 รุ่นเดิมในประเทศจีน และประสบความสำเร็จอย่างมากด้วยยอดขายที่มากกว่า 10,000 คันต่อเดือน ถึง 7 เดือนจากทั้งหมด 9 เดือน ซึ่งถือว่าทำได้ดีกว่ารุ่นก่อนหน้าที่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในจีนนัก
MG4 Urban ทำยอดผลิตครบ 100,000 คัน และความสำเร็จยอดขายในจีนกว่า 10,000 คันต่อเดือน
MG4 Urban ผลิตที่ฐานการผลิตในหนานจิงของ SAIC โดยวางขายควบคู่ไปกับ MG4 รุ่นเดิมในตลาดต่างประเทศ แต่สำหรับในประเทศจีน MG4 รุ่นเดิมที่ขับเคลื่อนล้อหลังมักมียอดขายไม่สูงนัก ทำให้การเปิดตัว MG4 Urban ถูกวางตัวให้เป็น MG4 เจเนอเรชันใหม่ไปเลย

โดยมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 68,800 – 102,800 หยวน (ประมาณ 330,000 – 493,000 บาท) ซึ่งถือว่าราคาลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับรุ่นปี 2022 ที่เคยขายอยู่ที่ 129,800 – 186,800 หยวน (ประมาณ 622,000 – 896,000 บาท)
นอกจากนี้ MG ยังได้ขยายครอบครัวด้วยการเปิดตัว MG 4X ซึ่งเป็นรถ SUV ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด โดยตัวอักษร “X” สื่อถึง “ความเป็นไปได้ที่ไม่สิ้นสุด” สำหรับคนรุ่นใหม่ โดย MG 4X มีขนาดตัวถังยาว 4,500 มม. กว้าง 1,849 มม. และสูง 1,621 มม. ซึ่งยาวกว่าคู่แข่งคนสำคัญอย่าง BYD Atto 3 (หรือ Yuan Plus ในจีน) อยู่ 45 มม.

ความแตกต่างระหว่าง MG4 และ MG4 Urban
MG4 รุ่นเดิม (หรือที่เคยใช้ชื่อว่า MG Mulan) จะเน้นสมรรถนะการขับขี่แบบสปอร์ต ใช้ช่วงล่างหลังแบบ Five-link มีทั้งรุ่นมอเตอร์หลัง 168 แรงม้า ไปจนถึงรุ่นท็อป X-Power ขับเคลื่อนสี่ล้อ 422 แรงม้า ซึ่งตอบโจทย์ตลาดยุโรปที่เน้นความสนุกในการขับขี่ แต่สำหรับผู้บริโภคชาวจีนกลับมองว่าภายในแคบและเทคโนโลยีเริ่มล้าสมัย

ในขณะที่ MG4 Urban ถูกปรับปรุงให้เป็นรถสำหรับคนเมืองมากขึ้น ดีไซน์ภายนอกยังคงความสปอร์ตและมีไฟหน้าที่ชวนให้นึกถึงรุ่น Cyberster แต่ด้านสมรรถนะถูกปรับลดลง โดยเปลี่ยนช่วงล่างหลังเป็นแบบคานแข็ง (Torsion Bar) และใช้มอเตอร์หน้า 161 แรงม้าเพียงแบบเดียว ไม่มีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ

อย่างไรก็ตาม ภายในของ MG4 Urban ถูกปรับให้ถูกใจชาวจีนมากขึ้น ด้วยโทนสีสว่างที่ให้ความรู้สึกโปร่งสบาย เบาะนั่งมีระบบนวด ระบายอากาศ และอุ่นเบาะ พร้อมที่พักขาปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง หน้าจออินโฟเทนเมนต์ขนาดใหญ่ 15.6 นิ้ว ความละเอียด 2.5K รองรับคำสั่งเสียงอัจฉริยะผ่าน AI รุ่น Doubao 3.0

ความน่าสนใจที่สุดคือ MG4 Urban รุ่น “Anxin Edition” เป็นรถ EV รุ่นแรกที่ผลิตจำนวนมากโดยใช้แบตเตอรี่แบบ Liquid-Solid State ซึ่ง MG เคลมว่ามีความปลอดภัยสูงมาก โดยทนความร้อนได้สูงถึง 300 องศาเซลเซียส (จากเดิม 150 องศาฯ) และเมื่อทดสอบการเจาะทะลุ แบตเตอรี่จะเกิดเพียงความร้อนบางส่วนเท่านั้น ไม่เกิดควันหรือไฟลุกท่วม
โดยรุ่นท็อปนี้มีขนาดแบตเตอรี่ 53.9 kWh วิ่งได้ไกล 530 กม. (มาตรฐาน CLTC) พัฒนาโดยความร่วมมือระหว่าง SAIC และ Qingtao Energy
การมาถึงของ MG4 Urban ช่วยกู้สถานการณ์ของ MG ในจีนได้อย่างก้าวกระโดด จากแบรนด์ที่เกือบถูกลืม มียอดส่งมอบเพียง 7,000 คันในเดือนกรกฎาคม 2025 พุ่งขึ้นไปกว่า 20,000 คันในเดือนธันวาคม 2025 และมียอดขายเติบโตขึ้นถึง 123.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ที่มา carnewschina
