ใน

Chery เผยโฉม 2026 Exeed Exlantix ES อัปเกรดชิป Snapdragon ทรงพลัง พร้อมระบบขับขี่อัจฉริยะจาก Robotaxi

แบรนด์ Exeed ในเครือของ Chery ได้เผยโฉมรถยนต์ซีดานรุ่นปี 2026 ในชื่อรุ่น Exlantix ES ออกมาก่อนที่จะเปิดจองล่วงหน้าอย่างเป็นทางการในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ โดยรายงานจากสื่อ Autohome ระบุว่า การปรับปรุงครั้งใหญ่ในรอบนี้จะมุ่งเน้นไปที่ระบบการขับขี่อัจฉริยะและเทคโนโลยีภายในห้องโดยสารเป็นหลัก

Chery เผยโฉม 2026 Exeed Exlantix ES อัปเกรดชิป Snapdragon ทรงพลัง พร้อมระบบขับขี่อัจฉริยะจาก Robotaxi

ดีไซน์ภายนอกส่วนใหญ่ยังคงถอดแบบมาจากรุ่นปัจจุบัน โดยในรุ่น Extended-Range (EREV) ที่ใช้เครื่องยนต์ช่วยขยายระยะทาง จะยังคงใช้กระจังหน้าดีไซน์เฉพาะตัว ส่วนรุ่นไฟฟ้าล้วน (EV) จะมาพร้อมกับระบบไฟ LED ที่ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งรูปแบบเองได้

นอกจากนี้ รถรุ่นปรับปรุงใหม่นี้ยังมีจุดเด่นที่แตกต่างออกไป ได้แก่ กันชนท้ายที่ได้รับการออกแบบใหม่, สปอยเลอร์หลังแบบขยับได้ (Active Rear Spoiler), ช่องดักลมด้านข้างประตูที่มีขนาดใหญ่ขึ้น รวมถึงมีตัวเลือกคาลิปเปอร์เบรกแบบยึดอยู่กับที่ (Fixed Brake Callipers) แบบ 6 ลูกสูบให้เลือกใช้งานด้วย

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดในรุ่นนี้คือการนำระบบช่วยขับขี่ “Falcon 700” มาใช้งาน ซึ่งทาง Exeed เปิดเผยว่าระบบนี้พัฒนามาจากอัลกอริทึมของรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติไร้คนขับ (Robotaxi) โดยทำงานร่วมกับชุดเซนเซอร์รอบคันทั้งหมด 27 ตัว ประกอบด้วย กล้อง 11 ตัว, เรดาร์อัลตราโซนิก 12 ตัว, เรดาร์คลื่นมิลลิเมตร 3 ตัว และอุปกรณ์ไลดาร์ (LiDAR) ที่ติดตั้งอยู่บนหลังคารถอีก 1 ตัว

การจัดเต็มด้านฮาร์ดแวร์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการตรวจจับสภาพแวดล้อม ทั้งสำหรับการขับขี่ในเมือง บนทางหลวง และการนำรถเข้าจอด โดยระบบ LiDAR จะช่วยให้ข้อมูลสภาพแวดล้อมเพิ่มเติมในสภาวะที่ทัศนวิสัยต่ำหรือในสภาพการจราจรที่ซับซ้อน ซึ่งเป็นจุดที่ระบบที่พึ่งพาเฉพาะกล้องเพียงอย่างเดียวอาจมีข้อจำกัดในการทำงาน

ภายในห้องโดยสารของ Exlantix ES ยังคงรักษาการออกแบบที่เน้นความเรียบหรู (Minimalist) เอาไว้ โดยมีแผงหน้าปัดดิจิทัลและหน้าจอสัมผัสส่วนกลางแบบลอยตัว แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือการใช้ชิปประมวลผล Snapdragon 8295P ของ Qualcomm ร่วมกับระบบ Carmind AI ซึ่งเป็นขุมพลังให้กับระบบห้องโดยสารอัจฉริยะ “AI Lingxi” รุ่นใหม่

การอัปเกรดแพลตฟอร์มการประมวลผลนี้ตั้งเป้าหมายเพื่อปรับปรุงระบบการสั่งการด้วยเสียง, ความเร็วในการตอบสนองของระบบ และการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์อัจฉริยะต่าง ๆ

นอกจากนี้ ยังมีการปรับเปลี่ยนฟังก์ชันการใช้งานเพื่อให้สะดวกยิ่งขึ้น เช่น การเพิ่มปุ่มลัด (Shortcut) แบบปุ่มกดจริงบริเวณคอนโซลกลาง, การเปลี่ยนมาใช้ช่องแอร์ที่ปรับด้วยมือแทนการควบคุมผ่านหน้าจอสัมผัสในบางส่วน และมีการออกแบบชิ้นส่วนตกแต่งภายในใหม่ในหลาย ๆ จุด

สำหรับระบบขับเคลื่อน คาดว่าจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยทาง Exeed ยังไม่ได้ประกาศรายละเอียดการปรับเปลี่ยนในส่วนนี้ จึงคาดว่าข้อมูลจำเพาะจะยังคงเหมือนกับรุ่นปัจจุบัน

รุ่น EREV: ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จขนาด 1.5 ลิตรทำหน้าที่ปั่นไฟ จับคู่กับระบบขับเคลื่อนล้อหลังพละกำลัง 195 กิโลวัตต์ หรือระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) มอเตอร์คู่ พละกำลัง 345 กิโลวัตต์ ทั้งสองเวอร์ชันให้ระยะทางการวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนที่ 255 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน CLTC)

ขณะที่รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อในปัจจุบันสามารถวิ่งได้ระยะทางรวมสูงสุดถึง 1,645 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน CLTC)

รุ่น EV (ไฟฟ้าล้วน): ยังคงมีตัวเลือกการกำหนดค่าที่หลากหลาย ตั้งแต่พละกำลัง 185 กิโลวัตต์ ไปจนถึง 353 กิโลวัตต์ โดยมีระยะทางการวิ่งสูงสุดถึง 880 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน CLTC) ขึ้นอยู่กับขนาดแบตเตอรี่และระบบขับเคลื่อน

ซึ่งรุ่น EV สเปกปี 2026 ที่ส่งให้หน่วยงานกำกับดูแลตรวจสอบนั้น มาพร้อมกับชุดแบตเตอรี่ขนาด 97.7 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) และให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 860 กิโลเมตร

ในด้านสมรรถนะ รถรุ่นนี้ใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ “Snow Leopard AWD 2.0” ที่ผสานการกระจายแรงบิดระหว่างล้อหน้าและล้อหลังอย่างชาญฉลาด ร่วมกับระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบปีกนกคู่ (Double-Wishbone) และช่วงล่างด้านหลังแบบมัลติลิงก์ (5-link)

โดย Exeed เคลมว่าสามารถทำอัตราเร่งจาก 0–100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ภายในเวลาเพียง 4.9 วินาที และมีระยะการเบรกจากความเร็ว 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง จนหยุดนิ่งอยู่ที่ 34.8 เมตร

แม้ว่าจะมีการอัปเกรดเทคโนโลยี แต่ยอดขายของ Exlantix ES ก็ยังคงอยู่ในระดับต่ำ โดยเป็นหนึ่งในรุ่นที่มียอดขายน้อยที่สุดของแบรนด์ Exeed ในประเทศจีน ยอดขายในประเทศเดือนเมษายน 2569 อยู่ที่เพียง 31 คัน ลดลงจาก 147 คันในเดือนมีนาคม โดยรถซีดานรุ่นนี้เคยทำผลงานได้ดีที่สุดเมื่อช่วงเดือนมิถุนายน 2568 ด้วยยอดส่งมอบ 2,228 คัน (อ้างอิงข้อมูลจาก China EV DataTracker)

การเปิดตัวรุ่นปรับปรุงปี 2026 นี้เกิดขึ้นในขณะที่ Chery เดินหน้าขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ Exlantix อย่างต่อเนื่องทั้งในตลาดจีนและตลาดต่างประเทศ สำหรับเรื่องราคาและข้อมูลจำเพาะเพิ่มเติม คาดว่าจะมีการประกาศออกมาพร้อมกับการเปิดจองล่วงหน้าในวันที่ 10 มิถุนายนนี้

ที่มา carnewschina

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Sakura P.