สำนักข่าว Nikkei รายงานว่า BYD กำลังเตรียมความพร้อมที่จะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กประเภท K-Car รุ่น Racco ในประเทศญี่ปุ่นช่วงฤดูร้อนปีนี้ โดยในการพัฒนารถยนต์รุ่นนี้ได้ดึงตัว Hirohide Tagawa อดีตวิศวกรจาก Nissan เข้ามาร่วมทีมด้วย
BYD ดึงตัววิศวกรผู้เชี่ยวชาญรถยนต์ K-Car จาก Nissan มุ่งลุยตลาดรถยนต์ไฟฟ้า Racco EV ในญี่ปุ่น
Racco เป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ขนาดกะทัดรัดที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อตอบโจทย์เซกเมนต์ K-Car ของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นกลุ่มรถยนต์ที่มีการควบคุมมาตรฐานอย่างเข้มงวด ทั้งในเรื่องขนาดของตัวรถ กำลังแรงม้า และข้อกำหนดด้านภาษี
แม้จะมีข้อจำกัดมากมาย แต่รถยนต์ประเภท K-Car ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของตลาดรถยนต์ในประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากมีความคล่องตัวสูงในสภาพแวดล้อมเมืองที่แออัด และมีค่าใช้จ่ายในการเป็นเจ้าของที่ต่ำ
ประสบการณ์ 25–30 ปีที่ Nissan และเบื้องหลังการเป็น “ผู้มองการณ์ไกล” แห่งวงการ K-Car
Hirohide Tagawa อดีตนักวางแผนผลิตภัณฑ์และวิศวกรยานยนต์ของ Nissan เคยทำงานร่วมกับบริษัทมาอย่างยาวนานประมาณ 25 ถึง 30 ปี โดยเขาเริ่มงานกับ Nissan ตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1990 และมีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิดกับกลยุทธ์การพัฒนาพัฒนารถยนต์ K-Car ของบริษัทมาหลายเจเนอเรชัน

เขาเป็นที่รู้จักภายในองค์กรในฐานะหนึ่งใน “ผู้มองการณ์ไกลด้านรถยนต์ขนาดเล็ก (Kei Car)” ของ Nissan โดยมีส่วนสำคัญในการวางแผนและพัฒนาผลิตภัณฑ์รถยนต์ขนาดเล็กยอดนิยมหลายรุ่น เช่น Nissan Dayz และ Nissan Sakura รวมถึงโครงการรถยนต์ไฟฟ้า K-Car โดยเฉพาะของ Nissan ด้วย

ทั้งนี้ รถรุ่น Sakura ที่เปิดตัวในปี 2022 ถือเป็นก้าวสำคัญของ Nissan ในการเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า K-Car เพื่อทำตลาดมวลชน (Mass Market) ในขณะที่ตระกูล Dayz ถือเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มรถยนต์ขนาดเล็กที่เป็นแกนหลักในประเทศของบริษัท
ต่อมา Tagawa ได้ลาออกจาก Nissan และได้เข้าไปมีส่วนร่วมในโครงการพัฒนาตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศญี่ปุ่นร่วมกับ BYD Auto Japan ตามรายงานจากอุตสาหกรรมยานยนต์
ความเชี่ยวชาญด้าน K-Car คือหัวใจสำคัญในการบุกตลาดญี่ปุ่นของ BYD
รถยนต์รุ่น Racco ถือเป็นความพยายามครั้งแรกของ BYD ในการก้าวเข้าสู่เซกเมนต์ K-Car ของญี่ปุ่นอย่างเต็มตัว โดยเป็นการวิศวกรรมตัวรถขึ้นมาใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมายของท้องถิ่นโดยเฉพาะ แทนที่จะเป็นการดัดแปลงแพลตฟอร์มรถยนต์ไฟฟ้าระดับโลก (Global EV Platform) ที่มีอยู่เดิม

การพัฒนารถยนต์ K-Car ในประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นศาสตร์ทางวิศวกรรมที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางสูงมาก เนื่องจากจำเป็นต้องเพิ่มประสิทธิภาพพื้นที่ใช้สอย โครงสร้างต้นทุน และการปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเข้มงวดที่สุด ในขณะเดียวกันก็ยังต้องรักษาความสะดวกสบายในการใช้งานท่ามกลางการจราจรที่หนาแน่นในเมืองใหญ่

ประสบการณ์ของ Tagawa ในโครงการรถยนต์ K-Car ที่ยาวนานของ Nissan ทำให้เขาเป็นหนึ่งในวิศวกรกลุ่มน้อยที่มีประสบการณ์ลึกซึ้งในประเภทรถยนต์ที่มีข้อจำกัดทางโครงสร้างมากที่สุดในญี่ปุ่น
การวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์และข้อมูลทางเทคนิค
Racco ถูกออกแบบมาให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับขับขี่ในเมืองขนาดกะทัดรัดที่ปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อมการใช้งานของญี่ปุ่นโดยเฉพาะ โดยมีข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคที่มีการรายงานออกมา ดังนี้

- แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ขนาด 20 kWh
- ระยะทางการขับขี่ประมาณ 180 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน WLTC)
- รองรับการชาร์จเร็วด้วยไฟฟ้ากระแสตรง (DC Fast Charging) สูงสุด 100 kW
- ติดตั้งระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ระดับ L2+ (L2+ Driver Assistance Systems) เป็นมาตรฐาน
นอกจากนี้ ตัวรถยังได้รับการอธิบายว่ามีประตูหลังแบบสไลด์เลื่อน และการออกแบบตัวถังที่สูงโปร่ง เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้าออกและการใช้งานในตรอกซอกซอยที่แคบ รวมถึงพื้นที่จอดรถที่จำกัด ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปในเมืองต่าง ๆ ของญี่ปุ่น

การวางตำแหน่งในตลาดญี่ปุ่นและข้อมูลวิเคราะห์ก่อนหน้านี้
ก่อนหน้านี้ รถยนต์รุ่น Racco ถูกกำหนดให้เป็นตัวรุกของ BYD ในการเข้าสู่เซกเมนต์ K-Car ของญี่ปุ่น โดยมีเป้าหมายที่กลุ่มรถยนต์ขนาดกะทัดรัดตามกฎหมายกำหนด ด้วยการออกแบบที่ปรับปรุงให้เหมาะสมกับท้องถิ่น จากการวิเคราะห์อุตสาหกรรมก่อนหน้านี้ชี้ให้เห็นถึงแรงกดดันด้านการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นในเซกเมนต์รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กของญี่ปุ่น ซึ่งแบรนด์ในประเทศอย่าง Suzuki และ Nissan ยังคงเป็นผู้นำในการผลิตในปริมาณมาก

รายงานก่อนหน้านี้ระบุว่า ราคาเริ่มต้นของ Racco คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 2.5 ล้านเยน (คิดเป็นเงินจีนประมาณ 107,000 หยวน, หรือประมาณ 15,700 ดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเมื่อแปลงเป็นเงินไทยจะอยู่ที่ประมาณ 587,500 บาท ถือเป็นการวางราคาที่อยู่ในกลุ่มระดับราคาเดียวกับรถยนต์ K-Car กระแสหลักในประเทศญี่ปุ่น
Racco ขยายไลน์ผลิตภัณฑ์รถยนต์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดของ BYD ให้เหนือกว่ารุ่น Seagull ซึ่งปัจจุบันเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลขนาดเล็กที่สุดที่ BYD วางจำหน่ายในประเทศจีน ทั้งนี้ จากข้อมูลของ China Ev DataTracker ยอดส่งมอบรถยนต์รุ่น Seagull ในเดือนเมษายน 2569 อยู่ที่ 9,864 คัน ซึ่งลดลง 71.0% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และลดลง 31.5% จากเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งมียอดส่งมอบรวมอยู่ที่ 14,400 คัน
ที่มา carnewschina
