Elon Musk ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Tesla ประกาศระหว่างการรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ของปี 2025 ว่า บริษัทจะยุติการจำหน่ายรถยนต์ Model S และ Model X ภายในสิ้นไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 เหตุผลคือไร มาชมกัน
ปิดตำนานเรือธง! Elon Musk ประกาศเลิกผลิต Tesla Model S และ Model X แล้ว
การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นการปิดตำนานรถยนต์รุ่นเรือธงของ Tesla โดย Model S เริ่มวางจำหน่ายในปี 2012 และ Model X ในปี 2015 ซึ่งเหตุผลหลักที่ Musk ยกขึ้นมาอ้างคือเรื่อง Autonomy หรือเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัติ

สัญญาณการเลิกผลิตนี้ปรากฏมานานหลายปีแล้ว ตั้งแต่ปี 2023 Tesla เลิกแยกรายงานยอดขายของ Model S และ Model X แต่ไปรวมอยู่ในกลุ่มรุ่นอื่น ๆ (Other Models) ร่วมกับ Cybertruck และ Tesla Semi ทำให้ยากต่อการติดตามยอดขายที่แท้จริง
อย่างไรก็ตาม มีการคาดการณ์ว่ายอดส่งมอบลดลงกว่า 30% เมื่อเทียบรายปี โดยในปี 2025 ยอดขายรวมของกลุ่มนี้อยู่ที่ 50,850 คัน แต่หากหักรุ่นอื่นออก คาดว่า Model S และ Model X มียอดขายจริงเพียงประมาณ 30,000 คันเท่านั้น แม้โรงงานที่ Fremont จะมีกำลังผลิตสูงถึง 100,000 คันต่อปีก็ตาม

เมื่อ 7 เดือนก่อน Tesla เพิ่งจะมีการปรับปรุง Model S และ Model X ครั้งล่าสุด แต่ถูกวิจารณ์ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น้อยมาก เช่น เพิ่มกล้องที่กันชนหน้า เปลี่ยนสีใหม่ และเพิ่มไฟ Ambient Light พร้อมกับขึ้นราคารถอีกประมาณ 170,000 บาท ($5,000) ส่งผลให้ Model S มีราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 2,890,000 บาท ($84,990) และ Model X อยู่ที่ประมาณ 3,060,000 บาท ($89,990)

Model S คือรถที่พิสูจน์ว่า Tesla คือของจริง จากเดิมที่เป็นเพียงสตาร์ทอัพผลิตรถ Roadster จำนวนน้อย สู่การเป็นผู้ผลิตรถซีดานหรูที่ออกแบบเองตั้งแต่ต้นจนครองตลาด EV
ขณะที่ Model X ในปี 2015 ก็โดดเด่นด้วยประตูพับปีกนก แต่ปัจจุบันรถทั้งสองรุ่นมีอายุกว่า 10 ปีแล้ว แม้จะมีการปรับโฉมภายในในปี 2021 แต่โครงสร้างพื้นฐานยังเหมือนเดิม ทำให้ถูกคู่แข่งอย่าง Lucid Air และ Rivian R1S แซงหน้าไปได้

สำหรับคำถามที่ว่าอะไรจะมาแทนที่สายการผลิตนี้ แม้ Musk จะอ้างเหตุผลเรื่องการขับเคลื่อนอัตโนมัติ แต่ประเด็นที่ชัดเจนกว่าคือ ความต้องการใช้พื้นที่โรงงาน Fremont ในการผลิต Optimus หรือหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของ Tesla แทน โดยการผลิต Model S และ Model X จะค่อย ๆ ลดลงและยุติลงอย่างถาวรภายในสิ้นไตรมาสที่ 2 ของปี 2025 เพื่อเปิดทางให้โปรเจกต์หุ่นยนต์แห่งอนาคต
ที่มา electrek
