ใน

สรุปยอดจองรถยนต์ในงาน Motor Expo 2025 ทั้งหมด ตั้งแต่ 28 พ.ย. – 10 ธ.ค. 68

จบงาน Motor Expo 2025 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เรามาชมกันว่าแต่ละแบรนด์ทำยอดจองรถได้เท่าไหร่กันบ้าง

สรุปยอดจองรถยนต์ในงาน Motor Expo 2025 ทั้งหมด ตั้งแต่ 28 พ.ย. – 10 ธ.ค. 68

  1. TOYOTA* จำนวน 10,872 (13.40%)
  2. BYD & DENZA จำนวน 10,533 คัน (12.98%)
  3. OMODA JAECOO จำนวน 7,266 คัน (8.95%)
  4. HONDA* จำนวน 6,278 คัน (7.74%)
  5. DEEPAL & AVATR จำนวน 5,689 คัน (7.01%)
  6. GAC จำนวน 5,019 คัน (6.19%)
  7. GEELY จำนวน 4,831 คัน (5.95%)
  8. MG จำนวน 4,827 คัน (5.95%)
  9. GWM จำนวน 4,609 คัน (5.68%)
  10. MITSUBISHI* จำนวน 2,988 คัน (3.68%)
  11. ISUZU* จำนวน 2,389 คัน (2.94%)
  12. CHERY จำนวน 2,009 คัน (2.48%)
  13. MAZDA จำนวน 1,899 คัน (2.34%)
  14. NISSAN จำนวน 1,508 คัน (1.86%)
  15. ZEEKR จำนวน 1,129 คัน (1.39%)
  16. XPENG จำนวน 1,089 คัน (1.34%)
  17. BMW* จำนวน 1,070 คัน (1.32%)
  18. FORD* จำนวน 914 คัน (1.13%)
  19. MERCEDES-BENZ จำนวน 911 คัน (1.12%)
  20. SUZUKI* จำนวน 718 คัน (0.88%)
  21. GEELY RIDDARA* จำนวน 681 คัน (0.84%)
  22. HYUNDAI* จำนวน 615 คัน (0.76%)
  23. TESLA* จำนวน 527 คัน (0.65%)
  24. WULING* จำนวน 525 คัน (0.65%)
  25. LEAPMOTOR จำนวน 389 คัน (0.48%)
  26. KIA* จำนวน 338 คัน (0.42%)
  27. VOLVO* จำนวน 302 คัน (0.37%)
  28. FARIZON* จำนวน 300 คัน (0.37%)
  29. MINI* จำนวน 243 คัน (0.30%)
  30. NEX* จำนวน 194 คัน (0.24%)
  31. DFSK* จำนวน 121 คัน (0.15%)
  32. LEXUS* จำนวน 101 คัน (0.12%)
  33. AUDI* จำนวน 83 คัน (0.10%)
  34. PORSCHE* จำนวน 74 คัน (0.09%)
  35. BRG* จำนวน 53 คัน (0.07%)
  36. CARRYBOY* จำนวน 25 คัน (0.03%)
  37. BRG – POCCO* จำนวน 21 คัน (0.03%)
  38. JEEP* จำนวน 7 คัน (0.01%)
  • *ยอดจองจากรายงานในเว็บไซต์ Motor Expo
  • แบรนด์อื่น ๆ ที่ไม่มี * เป็นยอดที่แต่ละแบรนด์ประกาศภายในงาน หลังจบงาน
  • % ที่แสดง เป็นสัดส่วนที่คิดจากยอดจองรวมทั้งหมด

ไฮไลท์

ในงาน Motor Expo 2025 นี้ TOYOTA และ BYD & DENZA มียอดจองสูสีมาก โดย TOYOTA เฉือนชนะไปเพียง 339 คัน
แต่สิ่งที่น่าสนใจคืออันดับที่ 3 อย่าง OMODA JAECOO ที่เพิ่งทำตลาด สามารถทำยอดจองได้สูงถึง 7,266 คัน ถือเป็นแบรนด์หน้าใหม่ที่มาแรงในปีนี้
ยอดจองรถยนต์ในปี 2025 อยู่ที่ 81,147 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 26,513 คัน (ในปี 2024 อยู่ที่ 54,634 คัน) เติบโต 48.53% และในปีนี้ยอดจองรถยนต์แบรนด์จีนทำได้มากกว่าครึ่งเป็นครั้งแรก

ข้อมูลยอดจองรถในงาน Motor Expo ตั้งแต่ปี 2022 (ครั้งที่ 39) ถึงปี 2025 (ครั้งที่ 42)

มีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

1. การเติบโตแบบก้าวกระโดดของแบรนด์จีน

อัตราการเติบโต: จากปี 2022 ที่มียอดจองเพียง 8,189 คัน พุ่งทยานสู่ 43,137 คัน ในปี 2025 ซึ่งถือว่าเติบโตขึ้นกว่า 5 เท่า (526%) ภายในระยะเวลาเพียง 4 ปี
การยึดครองส่วนแบ่งตลาด: จากที่เป็นรองญี่ปุ่นอยู่มากในปี 2022 (ส่วนแบ่ง 22.3%) จีนค่อย ๆ ทำยอดจองแซงหน้าญี่ปุ่นได้ในปี 2024 และในปี 2025 จีนครองส่วนแบ่งตลาดเกินครึ่งหนึ่งไปแล้วที่ 57.3%
สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคไทยเปิดใจรับรถยนต์สัญชาติจีน (โดยเฉพาะกลุ่ม EV) อย่างเต็มรูปแบบ และราคาที่จับต้องได้ บวกกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ เป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนตลาด

2. สถานการณ์ของแบรนด์ญี่ปุ่น

ส่วนแบ่งตลาดลดลง: ญี่ปุ่นเริ่มสูญเสียความเป็นเจ้าตลาดจากยอดจองในงาน Motor Expo จากปี 2022 ที่ครองส่วนแบ่งถึง 58.0% ลดลงเหลือเพียง 35.6% ในปี 2025
แต่ยอดขายจริงไม่ได้ลดลง: จุดที่น่าสนใจ คือ หากดูตัวเลขยอดจองแล้ว จำนวนคันญี่ปุ่นไม่ได้มียอดที่ตกลงฮวบ (ปี 2022: 21,278 คัน > ปี 2025: 26,753 คัน) ซึ่งยอดจองเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำเมื่อเทียบกับปีแรก
เห็นได้ว่าแบรนด์ญี่ปุ่นยังรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ได้เหนียวแน่น แต่อาจจะยังไม่สามารถจับกระแสการเติบโตใหม่ของตลาด กล่าวคือ ตลาดรถยนต์โตขึ้นมาก แต่ส่วนที่โตขึ้นนั้นตกเป็นของแบรนด์จีนทั้งหมด ญี่ปุ่นไม่ค่อยได้ส่วนแบ่งจากเค้กที่ก้อนใหญ่ขึ้นนี้เลย

3. แบรนด์ยุโรปยอดจองลดลง

แบรนด์ยุโรป (EUR) ยอดจองในงาน Motor Expo ลดลงอย่างต่อเนื่องทุกปี จาก 4,147 คัน (2022) เหลือเพียง 2,736 คัน (2025) ส่วนแบ่งตลาดลดจาก 11.3% เหลือเพียง 3.6%
สาเหตุน่าจะมาจากสงครามราคาของรถ EV จีนในกลุ่มพรีเมียมที่เข้ามาตีตลาด ทำให้รถยุโรปที่ราคาสูงกว่าเริ่มสูญเสียความน่าดึงดูดใจในกลุ่มลูกค้า Mass-Premium

4. ปี 2024 คือจุดเปลี่ยนสำคัญ

Motor Expo ปี 2024 (งานครั้งที่ 41) คือจุดเปลี่ยน โดยแบรนด์จีน (47.7%) สามารถทำยอดจองแซงหน้า แบรนด์ญี่ปุ่น (41.8%) ได้เป็นครั้งแรก และในปี 2025 ช่องว่างนี้ก็กว้างขึ้น

ภาพรวมตลาดขยายตัวหากรวมยอดจองทั้งหมด จะเห็นว่าตลาดรถยนต์ในงาน Motor Expo ขยายตัวขึ้นมาก

  • 2022: ~35,000 คัน
  • 2025: ~75,000 คัน

ชี้ให้เห็นว่า การเข้ามาของรถ EV และแบรนด์จีน ไม่ได้เข้ามาแค่แย่งยอดจากเจ้าตลาดเดิมเพียงอย่างเดียว แต่เข้ามาช่วยขยายขนาดตลาดให้คนไทยตัดสินใจจองหรือซื้อรถใหม่ได้ง่ายขึ้นด้วยตัวเลือกและราคาที่หลากหลายขึ้น

ข้อควรทราบเกี่ยวกับข้อมูล

ข้อมูลตัวเลขที่ปรากฏทั้งหมดนี้ เป็นเพียง “ยอดจองรถยนต์” ที่เกิดขึ้นเฉพาะภายในพื้นที่งาน Motor Expo (มหกรรมยานยนต์) ตั้งแต่ปี 2022 ถึงปี 2025 เท่านั้น ไม่ใช่ยอดขายรวมทั้งประเทศตลอดทั้งปี

ทำไมข้อมูลนี้จึงสำคัญ?

เนื่องจากงาน Motor Expo เป็นงานแสดงรถยนต์งานใหญ่ประจำปีที่มีผู้เข้าชมจำนวนมาก ตัวเลขยอดจองเหล่านี้จึงเป็นการสะท้อนกระแสความสนใจของผู้บริโภคในช่วงเวลานั้น และแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการแข่งขันในตลาดได้ เช่น การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของแบรนด์จากประเทศจีนภายในงานในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา

ข้อจำกัดและเหตุผลที่ต้องพิจารณาข้อมูลอื่นประกอบ

อย่างไรก็ตาม การวัดความนิยมที่แท้จริงในภาพรวมของตลาดรถยนต์ทั้งประเทศ ไม่สามารถดูเพียงยอดจองในงานอีเวนต์งานเดียวได้ ด้วยเหตุผลดังนี้

1. ยอดจองไม่ใช่ยอดขายจริง: ตัวเลขการจองในงานอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในภายหลัง (เช่น ผู้ซื้อเปลี่ยนใจทิ้งใบจอง หรือไฟแนนซ์ไม่ผ่าน)

2. ระยะเวลาจำกัด: ข้อมูลนี้ครอบคลุมกิจกรรมการขายเพียงไม่กี่สัปดาห์จากทั้งปี

3. ปัจจัยอื่นนอกงาน: ยอดขายส่วนใหญ่ยังเกิดขึ้นที่โชว์รูมต่าง ๆ ทั่วประเทศตลอดทั้งปี ซึ่งอาจมีโปรโมชันหรือปัจจัยกระตุ้นการขายที่แตกต่างจากในงาน

ดังนั้น หากต้องการทราบว่าแบรนด์ใดได้รับความนิยมสูงสุด หรือครองส่วนแบ่งการตลาดที่แท้จริงในประเทศไทย จำเป็นต้องพิจารณาจาก “ยอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่สะสมตลอดทั้งปี” จากกรมการขนส่งทางบกอีกครั้ง จึงจะให้ภาพรวมที่แม่นยำและครบถ้วนที่สุด

ซึ่งทีมงานจะนำข้อมูลยอดจดทะเบียนตั้งแต่ปี 2022-2025 มาให้ชมแนวโน้มกันอีกครั้ง เมื่อมีการรายงานข้อมูลครบถ้วนแล้ว

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Sakura P.