ใน

BYD ยืนยันการพัฒนาหุ่นยนต์ Humanoid เผยในอนาคตอาจวางขายผ่านเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายรถยนต์

BYD ยักษ์ใหญ่ด้านรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่าบริษัทกำลังพัฒนา “หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์” (Humanoid Robots) ซึ่งถือเป็นการประกาศความทะเยอทะยานที่นอกเหนือไปจากอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างชัดเจนที่สุด ตามรายงานของ First Financial

BYD ยืนยันการพัฒนาหุ่นยนต์ Humanoid เผยในอนาคตอาจวางขายผ่านเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายรถยนต์

Li Ke รองประธานบริหารของ BYD ระบุว่าบริษัทกำลังซุ่มพัฒนาหุ่นยนต์นี้อยู่ โดยเชื่อว่าปัจจัยสำคัญที่จะทำให้แข่งขันได้ในอุตสาหกรรมนี้คือ ขีดความสามารถด้านการผลิต ซอฟต์แวร์ และฮาร์ดแวร์

เธอยังเสริมว่า AI ในยานยนต์และเทคโนโลยีหุ่นยนต์นั้นมีพื้นฐานทางเทคโนโลยีที่เหมือนกัน และหากหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กลายเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ในครัวเรือนในอนาคต BYD ก็อาจจะกระจายสินค้าผ่านเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย (Dealer) ที่มีอยู่เดิมได้ทันที

Li Ke อธิบายว่าความเชี่ยวชาญด้าน AI ของ BYD สามารถนำมาปรับใช้กับหุ่นยนต์ได้ เพราะทั้งสองอุตสาหกรรมต้องพึ่งพาการรับรู้ การตัดสินใจ การควบคุมการเคลื่อนไหว การรวมซอฟต์แวร์ และวิศวกรรมฮาร์ดแวร์

หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ได้รวมเอาเทคโนโลยีหลายอย่างที่ใช้อยู่ในรถยนต์อัจฉริยะในปัจจุบัน เช่น เซ็นเซอร์, ตัวขับเคลื่อนไฟฟ้า (Actuators), แบตเตอรี่, แพลตฟอร์มการประมวลผล และโมเดล AI นอกจากนี้ ผู้ผลิตรถยนต์ยังมีประสบการณ์ในการผลิตขนาดใหญ่ การจัดการห่วงโซ่อุปทาน และความเชี่ยวชาญในระบบที่มีความปลอดภัยสูง

BYD อาจสร้าง “แพลตฟอร์มแบบเปิด” แทนที่จะจำกัดอยู่แค่ผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาเองภายในบริษัท โดยอาจผลิตหุ่นยนต์ของตัวเองควบคู่ไปกับการร่วมมือกับบริษัทหุ่นยนต์ภายนอก ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจที่คล้ายกับกลยุทธ์ด้านยานยนต์ของ BYD อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารยังไม่ได้ระบุถึงกรอบเวลาในการจำหน่าย สเปกทางเทคนิค ตัวเลขเงินลงทุน หรือเป้าหมายการผลิตที่ชัดเจน

ปัจจุบันค่ายรถยนต์จีนต่างเร่งเข้าสู่สนามหุ่นยนต์ เช่น Chery ที่เริ่มขายหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์พร้อมแบตเตอรี่ 0.7 kWh ในราคา 280,000 หยวน หรือประมาณ 1,400,000 บาท และ XPeng ที่เชื่อมโยงกลยุทธ์ AI เข้ากับการพัฒนาหุ่นยนต์เช่นกัน

ในด้านยอดขายรถยนต์ BYD ยังคงเป็นผู้นำในจีน โดยในเดือนเมษายน 2026 มียอดขายรวม 321,123 คัน โดยรุ่นที่ขายดีที่สุดคือ Sealion 06 (19,649 คัน) ตามมาด้วย Yuan UP และ Dolphin

ที่มา carnewschina, cnevpost

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Sakura P.