BMW กำลังก้าวไปอีกขั้นกับรถยนต์รุ่นใหม่อย่าง iX5 ที่กำลังจะเปิดตัวในเร็ว ๆ นี้ และเป็นการก้าวที่ยิ่งใหญ่มาก โดยทางค่ายรถยนต์ได้เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า รถ SUV ไฟฟ้าคันนี้จะมาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่มีความจุไฟฟ้าที่สามารถใช้งานได้จริงสูงถึง 144 kWh สำหรับตลาดสหรัฐอเมริกา และ 141 kWh สำหรับตลาดทวีปยุโรป ซึ่งนั่นหมายความว่า iX5 xDrive 60 จะกลายเป็นรถยนต์ไฟฟ้าของ BMW ที่มีขนาดแบตเตอรี่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยติดตั้งมา
เผยทีเด็ด BMW iX5 ยัดแบตยักษ์ 144 kWh พร้อมเทคโนโลยีช่วงล่างอัจฉริยะ แบกน้ำหนัก 3 ตันได้สบาย
แม้ว่าทาง BMW จะยังไม่ได้ประกาศตัวเลขระยะทางการวิ่งอย่างเป็นทางการ แต่เห็นได้ชัดว่าพวกเขาตั้งเป้าหมายไว้สูงมาก เพราะปัจจุบันรถยนต์ครอสโอเวอร์รุ่น iX3 และรถซีดานรุ่น i3 ของทางค่าย ต่างก็ทำระยะทางวิ่งได้มากกว่า 400 ไมล์ (ประมาณ 643 กิโลเมตร) ตามมาตรฐาน EPA จากแบตเตอรี่ขนาด 112 kWh

ดังนั้น จึงคาดว่า iX5 น่าจะก้าวเข้ามาอยู่ในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าที่วิ่งได้ไกลเป็นพิเศษนี้ได้อย่างสบาย ๆ ด้วยขนาดแบตเตอรี่ที่ใหญ่ขนาดนี้ และจะทำให้มันกลายเป็นหนึ่งในรถยนต์ไฟฟ้าที่วิ่งได้ระยะทางไกลที่สุดที่มีวางจำหน่ายในตลาด
หากลองเปรียบเทียบขนาดแบตเตอรี่ 144 kWh ให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น รถยนต์ Porsche Cayenne Electric มีความจุแบตเตอรี่รวมทั้งหมดประมาณ 113 kWh ซึ่งแม้จะยังไม่มีตัวเลขระยะทางการวิ่งตามมาตรฐาน EPA ออกมา แต่คาดว่าจะวิ่งได้ไกลกว่า 300 ไมล์ (ประมาณ 482 กิโลเมตร)
ส่วนรถยนต์ Lucid Gravity Grand Touring มีความจุแบตเตอรี่รวม 123 kWh และสามารถวิ่งได้ไกลกว่า 400 ไมล์ตามมาตรฐาน EPA โดย Lucid Gravity ถือเป็นหนึ่งในรถ SUV ที่มีระบบอากาศพลศาสตร์ (ลู่ลม) ดีที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา แต่ถึงอย่างนั้น iX5 ก็ยังมีขนาดแบตเตอรี่ที่เหนือกว่าคู่แข่งทั้งสองรุ่นนี้อย่างเห็นได้ชัด

สำหรับคู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุดคือ Rivian R1S ที่มีตัวเลือกแบตเตอรี่เสริมแบบ Max pack ซึ่งให้ความจุใช้งานจริงอยู่ที่ 140 กิโลวัตต์-ชั่วโมง แต่ถ้าหากนำไปเปรียบเทียบกับแบตเตอรี่ขนาดมหึมาที่มากกว่า 200 kWh ในรถกระบะและรถ SUV ขนาดใหญ่ของ General Motors เช่น Chevy Silverado EV, GMC Hummer EV และ Cadillac Escalade IQ ตัวเลขของรถคันอื่น ๆ ก็จะดูเล็กไปทันที
อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ย่อมต้องแลกมาด้วยสิ่งชดเชย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของประสิทธิภาพ อรรถรสในการขับขี่ และการควบคุมรถ ข้อมูลจากสื่อ Autocar ระบุว่า แบตเตอรี่ลูกนี้ทำให้ตัวรถมีน้ำหนักรวม (Curb Weight) สูงถึงประมาณ 3,000 กิโลกรัม (หรือประมาณ 6,600 ปอนด์) ซึ่งส่งผลให้ iX5 กลายเป็นหนึ่งในรถยนต์ไฟฟ้าที่มีน้ำหนักมากที่สุดในกลุ่มรถยนต์ระดับเดียวกัน
แต่ดูเหมือนว่า BMW จะนำเทคโนโลยีที่ชาญฉลาดมาใช้เพื่อกลบข้อจำกัดเรื่องน้ำหนักนี้ โดยทางสื่อระบุว่าวิศวกรได้แยกการทำงานของสปริงระบบช่วงล่างและโช้กอัพออกจากกัน เพื่อทำให้ปริมาตรภายในของถุงลมมีขนาดใหญ่ขึ้น ช่วยให้มีพื้นที่มากขึ้นในการรองรับและซับแรงกระแทกจากน้ำหนักอันมหาศาลของตัวรถ
นอกจากนี้ยังได้ปรับตำแหน่งของโช้กอัพแบบแปรผัน (Adaptive Dampers) และเหล็กกันโคลง (Anti-roll bars) ใหม่ เพื่อสร้างความสมดุลที่ดีขึ้นระหว่างความนุ่มนวลในการขับขี่และการควบคุมรถ

เช่นเดียวกับรุ่น iX3 รถ iX5 คันนี้ได้เลือกใช้เทคโนโลยีแบบ Cell-to-Pack ซึ่งเป็นการตัดชิ้นส่วนที่เป็นโมดูลและชั้นโครงสร้างต่าง ๆ ที่มักจะเพิ่มน้ำหนักให้กับตัวรถออกไป สื่อดังกล่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ทีมวิศวกรของ BMW ได้ยอมตัดเฉือนพื้นที่ออกทีละมิลลิเมตรในจุดต่าง ๆ เพื่อทำให้ความสูงของพื้นรถยังคงต่ำอยู่ได้ แม้ว่าขนาดของชุดแบตเตอรี่จะใหญ่โตมโหฬารก็ตาม
สิ่งที่น่าสนใจคือ iX5 รุ่นนี้ได้ผลักดันขีดจำกัดของแพลตฟอร์ม Cluster Architecture ของ BMW ซึ่งเดิมทีเป็นแพลตฟอร์มสำหรับรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในที่ถูกนำมาดัดแปลงใหม่เพื่อรองรับรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งแตกต่างจากรุ่น iX3 ที่ใช้แพลตฟอร์มใหม่อย่าง Neue Klasse โดยสิ้นเชิง อย่างไรก็ตาม แม้ iX5 จะยังใช้โครงสร้างพื้นฐานจากเจเนอเรชันก่อน แต่ก็ได้หยิบยืมเทคโนโลยีสำคัญมาจาก Neue Klasse เช่น เซลล์แบตเตอรี่ทรงกระบอกเจเนอเรชันที่ 6 และสถาปัตยกรรมระบบไฟฟ้าแรงดันสูง 800V
ปัจจุบัน BMW กล่าวว่าพวกเขากำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการทดสอบและปรับเทียบระบบต่าง ๆ ของ X5 ที่โรงงานในเมือง Spartanburg การเปิดตัวของรถ SUV รุ่นนี้จึงเป็นสิ่งที่น่าจับตามองอย่างยิ่งด้วยเหตุผลสองประการ ประการแรกคือเวอร์ชันไฟฟ้าอาจกลายเป็น “สัตว์ร้าย” ที่ทำระยะทางได้ไกลอย่างน่าทึ่งและเข้ามาเติมเต็มตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในอเมริกาได้อย่างยอดเยี่ยม
และประการที่สองคือ BMW วางแผนที่จะวางจำหน่าย X5 พร้อมกันถึง 4 รูปแบบระบบขับเคลื่อน ได้แก่ รุ่นเครื่องยนต์เบนซินและดีเซลไฮบริดขนาดเล็ก (Mild Hybrid), รุ่นปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid) และรุ่น X5 ที่ใช้พลังงานไฮโดรเจนฟิวเซล (Hydrogen Fuel-Cell) เป็นครั้งแรกของค่าย
ที่มา insideevs
