รถยนต์แฮทช์แบ็กขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) รุ่น BYD Dolphin G DM-i ซึ่งได้รับการออกแบบมาสำหรับตลาดยุโรปโดยเฉพาะ ได้เปิดเผยราคาออกมาแล้ว ก่อนที่จะมีการเปิดตัวและวางจำหน่ายอย่างเต็มตัวในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2026 นี้ โดยรถยนต์รุ่นนี้เริ่มเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าในประเทศเยอรมนีแล้วด้วยราคาเริ่มต้นที่ 28,990 ยูโร หรือประมาณ 1,145,000 บาท ซึ่งเป็นราคาก่อนหักส่วนลดเงินอุดหนุนจากทางรัฐบาล
BYD ลุยตลาดยุโรป! เผยราคา Dolphin G DM-i ไฮบริดรุ่นพิเศษ เริ่มต้น 7.5 แสนบาท ผลิตในฮังการี พร้อมส่งมอบ ก.ย. – พ.ย.
BYD Dolphin G DM-i ถือเป็นรถยนต์รุ่นแรกที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเพื่อตลาดยุโรปโดยเฉพาะ และมีกำหนดการผลิตที่โรงงานของบริษัทในเมืองเซเกด (Szeged) ประเทศฮังการี

รถรุ่นนี้มาพร้อมกับดีไซน์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้าทรงเรียบบาง มือจับเปิดประตูแบบกึ่งซ่อน และระยะโอเวอร์แฮงก์ (ระยะระหว่างล้อกับปลายรถ) ที่สั้น
ตัวรถมีมิติตัวถังยาว 4,160 มม. กว้าง 1,825 มม. และสูง 1,575 มม. โดยมีระยะฐานล้ออยู่ที่ 2,610 มม. ซึ่งหากเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจน รถรุ่นนี้จะสั้นกว่า 130 มม. แต่กว้างกว่า 55 มม. เมื่อเทียบกับรถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่น Dolphin BEV เวอร์ชันที่ขายในยุโรป

ภายในห้องโดยสารของ BYD Dolphin G DM-i ติดตั้งแผงหน้าปัดดิจิทัลแบบ LCD ขนาด 8.8 นิ้ว และหน้าจอสัมผัสส่วนกลางแบบลอยตัวขนาด 10.1 นิ้ว หรือ 12.8 นิ้ว ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย


บริเวณคอนโซลกลางประกอบด้วยแท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย ที่วางแก้วน้ำ และปุ่มควบคุมแบบปุ่มกดจริง รถยนต์สำหรับขับขี่ในเมืองรุ่นนี้มีพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถความจุมาตรฐาน 425 ลิตร และสามารถขยายเพิ่มขึ้นได้สูงสุดถึง 1,225 ลิตร เมื่อพับเบาะนั่งแถวหลังให้ราบลง

ระบบขับเคลื่อนและสมรรถนะ
Dolphin G DM-i ทุกรุ่นย่อยจะติดตั้งระบบขับเคลื่อนแบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) มาเป็นมาตรฐาน โดยใต้ฝากระโปรงจะเป็นเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร แบบไม่มีเทอร์โบ (Naturally Aspirated) ให้กำลัง 70 กิโลวัตต์ (94 แรงม้า) ทำงานประสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลัง 120 กิโลวัตต์ (161 แรงม้า)

ซึ่งในรุ่นเริ่มต้นอย่าง Dolphin G DM-i Active จะมีพละกำลังรวมอยู่ที่ 129 กิโลวัตต์ (173 แรงม้า) เนื่องจากใช้แบตเตอรี่ขนาดเล็ก 7.42 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) รองรับการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP
ส่วนในรุ่นย่อยที่สูงกว่าอย่าง Boost, Comfort และ Sport จะมาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 18.3 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) ช่วยให้ขับขี่ด้วยโหมดไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 105 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน WLTP)

ยิ่งไปกว่านั้น พละกำลังรวมของระบบยังสูงกว่า โดยอยู่ที่ 156 กิโลวัตต์ (209 แรงม้า) สามารถทำความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายในเวลา 8.3 วินาที และมีอัตราการบริโภคน้ำมันอยู่ที่ 4.5 ลิตร ต่อ 100 กิโลเมตร (ประมาณ 22.2 กิโลเมตรต่อลิตร)
รุ่นย่อยและราคาจำหน่าย
ราคาของ BYD Dolphin G DM-i Active ซึ่งเป็นรุ่นเริ่มต้น อยู่ที่ 28,990 ยูโร หรือประมาณ 1,145,000 บาท ก่อนหักส่วนลด อย่างไรก็ตาม ราคาจ่ายจริงอาจลดลงเหลือเพียง 18,990 ยูโร หรือประมาณ 750,000 บาท เมื่อรวมเงินอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้าจากรัฐบาลและโบนัสพิเศษจากทางค่ายรถยนต์แล้ว

ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในกลุ่มใกล้เคียงกันอย่าง Cupra Leon E-Hybrid รถแฮทช์แบ็กจาก Volkswagen Group ที่มีราคาในเยอรมนีสูงถึง 49,620 ยูโร หรือประมาณ 1,960,000 บาท แม้ว่ารถทั้งสองรุ่นจะอยู่ในเซกเมนต์ที่ต่างกันเล็กน้อย แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความต่างของราคาที่ชัดเจนและมีนัยสำคัญ
สรุปราคาจำหน่ายของ Dolphin G DM-i แต่ละรุ่นย่อย (ราคาตัวแรกคือราคาก่อนหักส่วนลด / ราคาตัวหลังคือราคาที่รวมส่วนลดจากรัฐบาลแล้ว)
- Active: 28,990 / 18,990 ยูโร (ประมาณ 1,145,000 / 750,000 บาท)
- Boost: 31,990 / 21,990 ยูโร (ประมาณ 1,263,000 / 868,000 บาท)
- Comfort: 33,490 / 22,990 ยูโร (ประมาณ 1,322,000 / 908,000 บาท)
- Sport: 34,490 / 23,990 ยูโร (ประมาณ 1,362,000 / 947,000 บาท)

จากข้อมูลของ China EV DataTracker ระบุว่า BYD ได้ส่งมอบรถยนต์ในประเทศจีนเมื่อเดือนพฤษภาคม 2026 จำนวนทั้งสิ้น 164,971 คัน ซึ่งลดลง 37.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม ยอดขายในตลาดโลกโดยรวมของบริษัทยังคงทรงตัว ไม่ลดลงตามยอดขายในจีน เป็นผลมาจากยอดขายในต่างประเทศที่เติบโตขึ้นอย่างมาก โดยในเดือนพฤษภาคม 2026 เพียงเดือนเดียว BYD สามารถทำยอดขายรถยนต์ทั่วโลกได้สูงถึง 376,990 คัน
ที่มา carnewschina
