ใน ,

BYD เผยโฉม Great Tang ครอสโอเวอร์เรือธงระดับพรีเมียม สถาปัตยกรรม 1,000V พร้อมช่วงล่างอัจฉริยะ DiSus-A

BYD ได้เปิดตัว Great Tang (หรือ Da Tang) รถยนต์ครอสโอเวอร์ระดับเรือธงขนาด Full-size อย่างเป็นทางการเมื่อเย็นวันพุธที่ผ่านมา เพื่อขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Dynasty ระดับพรีเมียม โดยมุ่งเป้าไปที่กลุ่มครอบครัวที่ต้องการรถยนต์ที่มีเบาะนั่งหลายแถว รถ SUV ไฟฟ้าขนาดใหญ่นี้เข้าสู่ตลาดในประเทศจีนด้วยราคาเริ่มต้นอย่างเป็นทางการที่ 239,900 หยวน ประมาณ 1.17 – 1.24 ล้านบาท พร้อมเปิดตัวโครงสร้างแบตเตอรี่ Blade Battery รุ่นที่สอง และระบบไฟฟ้าแรงดันสูง

BYD เผยโฉม Great Tang ครอสโอเวอร์เรือธงระดับพรีเมียม สถาปัตยกรรม 1,000V พร้อมช่วงล่างอัจฉริยะ DiSus-A

การเปิดตัวเพื่อวางจำหน่ายในเชิงพาณิชย์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่ได้มีการจัดแคมเปญเปิดจองล่วงหน้าอย่างเต็มรูปแบบในงาน Beijing Auto Show โดยรุ่นที่วางจำหน่ายจะแบ่งออกเป็น 4 รุ่นย่อย เพื่อชิงส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มรถยนต์สำหรับครอบครัวขนาดใหญ่ระดับพรีเมียม

ระบบขับเคลื่อนและแบตเตอรี่

รถยนต์ไฟฟ้าเรือธงรุ่นนี้มาพร้อมสถาปัตยกรรมแรงดันสูง 1,000 โวลต์ (1,000V) จับคู่กับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ที่ BYD พัฒนาขึ้นเอง โดยในรุ่นเริ่มต้นระบบขับเคลื่อนล้อหลัง จะใช้แบตเตอรี่ความจุ 105.79 kWh ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 300 kW ให้ระยะทางการวิ่งสูงสุด 800 กิโลเมตร

ส่วนในรุ่นที่สูงกว่าจะขยับไปใช้แบตเตอรี่ขนาด 130.15 kWh โดยในรุ่นมอเตอร์เดี่ยวขนาด 370 kW จะทำระยะทางวิ่งสูงสุดได้ถึง 950 กิโลเมตรตามมาตรฐาน CLTC ในขณะที่รุ่นมอเตอร์คู่ขนาด 585 kW จะวิ่งได้ระยะทาง 850 กิโลเมตร และทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 3.9 วินาที

ในส่วนของระบบการชาร์จไฟ รองรับระบบชาร์จเร็วแบบแฟลช (Flash-charging) ที่ช่วยเติมพลังงานได้อย่างรวดเร็วภายใต้การควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสมที่สุด โดยระบบนี้สามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 10% ขึ้นมาถึง 70% ได้ในเวลาเพียง 5 นาที และชาร์จถึง 97% ได้ในเวลาเพียง 9 นาทีเท่านั้น

แชสซีและระบบควบคุมการขับขี่

มิติตัวถังของรถยนต์คันนี้มีความยาว 5,263 มิลลิเมตร กว้าง 1,999 มิลลิเมตร และสูง 1,790 มิลลิเมตร โดยมีออปชันเสริมที่สามารถขยายขนาดตัวถังภายนอกให้ยาวได้สูงสุดถึง 5,302 มิลลิเมตร และสูงถึง 1,800 มิลลิเมตร ด้วยระยะฐานล้อที่กว้างถึง 3,130 มิลลิเมตร

การควบคุมรถจึงถูกจัดการด้วยระบบช่วงล่างอัจฉริยะ DiSus-A ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์ของแบรนด์ ประกอบด้วยถุงลมแบบสองห้อง (Dual-chamber air springs) ที่สามารถปรับระดับความสูง-ต่ำได้สูงสุดถึง 100 มิลลิเมตร นอกจากนี้ยังมีระบบเซนเซอร์ตรวจจับสภาพถนนล่วงหน้า เพื่อปรับความหนืดของโช้คอัพรอไว้ก่อนที่รถจะเคลื่อนที่ไปถึงผิวถนนนั้น ๆ

ตัวรถยังเพิ่มความคล่องตัวด้วยระบบเลี้ยวล้อหลังเป็นมาตรฐาน ซึ่งสามารถเลี้ยวได้มุมสูงสุดถึง ±7 องศา ช่วยลดวงเลี้ยวของรถขนาดใหญ่คันนี้ให้เหลือเพียง 5.2 เมตรเท่านั้น พร้อมทั้งยังมีโหมดการขับขี่แบบเคลื่อนที่ด้านข้างเหมือนปูเดิน (Crab-walk) อีกด้วย

ห้องโดยสารและอุปกรณ์เสริม

ห้องโดยสารภายในจัดวางที่นั่งแบบ 7 ที่นั่ง (2+2+3) ควบคุมการทำงานด้วยชิปประมวลผลระดับพรีเมียมขนาด 3 นาโนเมตร ผู้โดยสารด้านหน้าจะได้รับเบาะนั่งแบบไร้แรงโน้มถ่วง (Zero-gravity)

ในขณะที่เบาะนั่งแถวที่สองเป็นเบาะเลาจน์สไตล์เบาะเครื่องบินที่สามารถเอนนอนได้ถึง 146 องศา มีที่พักขาปรับด้วยไฟฟ้ามุม 70 องศา และหน้าจอความบันเทิงส่วนตัวแบบพับเก็บได้บนเพดานขนาด 17.3 นิ้ว ด้านบนเป็นหลังคากระจกกันเสียงลามิเนตขนาด 2.53 ตารางเมตร พร้อมม่านบังแดดภายในแบบซ่อนรูปหนา 3 ชั้น

นอกจากนี้ ตัวรถยังเปิดตัวระบบอุปกรณ์เสริมที่ใช้ปุ่มกดแม่เหล็กอัจฉริยะ Lingdong เพื่อควบคุมฟังก์ชันหลักๆ ของตัวรถ โดยปุ่มฮาร์ดแวร์เสริมเหล่านี้สามารถนำไปแปะติดกับอินเตอร์เฟสแม่เหล็กภายในห้องโดยสาร ทำให้ผู้ใช้สามารถควบคุมระบบปรับอากาศ เพลง หรือตำแหน่งเบาะนั่งผ่านปุ่มหมุนแบบอนาล็อก ซึ่งเป็นแนวคิดอินเตอร์เฟสที่ปรับแต่งได้ตามใจชอบ คล้ายกับที่แบรนด์ Xiaomi เคยริเริ่มไว้

การเปิดตัวครั้งนี้ตรงกับกลยุทธ์ภายในของ BYD ที่ต้องการขยับเข้าสู่ช่วงราคาที่สูงขึ้นและสร้างกำไรที่ดีขึ้นในเซกเมนต์รถยนต์เบาะนั่งหลายแถว การนำฟีเจอร์ระดับไฮเอนด์เหล่านี้มาใส่ในรถที่มีราคาเริ่มต้น 239,900 หยวน ทำให้ BYD สร้างทางเลือกใหม่ในตลาดเพื่อท้าชนกับรถยนต์พรีเมียมขนาดฟูลไซส์เจ้าตลาดอย่าง Li Auto L9 และ Aito M9 โดยตรง

ที่มา carnewschina

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Sakura P.