ใน

รายงานยอดขาย BYD ปี 2023 ทะลุ 3 ล้านกว่าคัน เป็นรถยนต์ไฟฟ้าล้วน (BEV) มากกว่าครึ่ง

หลังจบปี 2023 ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่สัญชาติจีน BYD ได้รายงานยอดขายในจีนทั้งหมด โดยสามารถทำยอดขายได้ 3,024,417 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2022 ถึง 61.9% สัดส่วนรถยนต์ไฟฟ้าล้วน (BEV) ทำยอดขายถึง 1.57 ล้านคัน คิดเป็น 52.3% ส่วนรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ทำยอดขาย 1.44 ล้านคัน คิดเป็น 47.7%

รายงานยอดขาย BYD ปี 2023 ทะลุ 3 ล้านกว่าคัน เป็นรถยนต์ไฟฟ้าล้วน (BEV) มากกว่าครึ่ง

รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่ส่งมอบได้มากที่สุดคือ Song ที่ส่งมอบได้ 640,749 คันในปี 2023 คิดเป็น 21% ของยอดขายทั้งหมด และมียอดเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 33% ซึ่ง Song มีทั้งรุ่น BEV (Song Plus EV, Song L) และ PHEV (Song Pro DM-i, Song Max DM-i, Song Plus DM-i) ให้เลือก โดยยอดขายส่วนใหญ่จะเป็น PHEV

ในตระกูล Song รถยนต์ที่ค่อนข้างได้รับความสนใจคือ Song L ที่เพิ่งจะวางขายอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ได้รับยอดจอง 8,000 คันใน 72 ชั่วโมงหลังเปิดขาย พร้อมทำยอดส่งมอบได้ถึง 10,003 คันในเดือนเดียวกัน โดย Song L นั้นถือเป็นคู่แข่งของ Tesla Model Y โดยตรงในประเทศจีน

ในเดือนธันวาคม รถยนต์ตระกูล Song ขายได้ 84,039 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤศจิกายน 36% ซึ่งยอดที่เพิ่มขึ้นนั้น ส่วนหนึ่งก็มาจากการเปิดขาย Song L นั่นเอง

อันดับ 2 เป็น Qin รถยนต์ไฟฟ้าซีดานปลั๊กอินไฮบริด ทำยอดขายได้ 482,145 คัน และอันดับ 3 เป็น Yuan ทำยอดขายได้ 428,580 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 87% เป็นรถที่เติบโตเร็วที่สุดในปี 2023 โดยรุ่นเป็นที่รู้จักในตระกูล Yuan คือรุ่น Yuan Plus หรือที่ในตลาดต่างประเทศเรียกว่า ATTO 3 นั่นเอง และยังเป็นแชมป์รถยนต์ส่งออกของ BYD อีกด้วย

อีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจก็คงจะเป็น Dolphin ที่เป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล B-Segment 5 ประตูไฟฟ้าล้วน (BEV) ทำยอดขายมาเป็นอันดับที่ 4 ด้วยยอด 367,419 คัน คิดเป็น 12% ของยอดขายทั้งหมดในปี 2023 และเพิ่มขึ้นจากปี 2022 ถึง 79% และช่วงท้ายปี Dolphin ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ปิดยอดขายที่ 36,514 คันในเดือนธันวาคม เพิ่มจากเดือนก่อนหน้า 4%

สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าล้วนน้องเล็กอย่าง Seagull ก็ทำยอดขายได้ค่อนข้างน่าประทับใจ 280,217 คันในปี 2023 ผลงานการดีไซน์รถจากอดีตฝ่ายออกแบบของ Lamborghini ที่ทำให้รถคันเล็ก ๆ ดูดีมีสไตล์ Seagull เริ่มส่งมอบในเดือนเมษายน 2023 การที่ยอดขายสองแสนกว่าคันนั้นถือว่าทำยอดขายได้ดี หากเทียบกับคู่แข่งอย่าง Wuling Bingo และ GM-SAIC JV

ต่อมาเป็นรถยนต์ไฟฟ้าซีดาน Seal ที่ถือว่าเป็นรถยนต์ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 3 ใน Ocean Series ของ BYD ทำยอดขายในปี 2023 ได้ 127,323 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 31% และทำยอดส่งมอบในเดือนสุดท้ายของปี 2023 ด้วยยอดขาย 20,093 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 1%

Seal ในประเทศจีนนั้น เริ่มส่งมอบในเดือนสิงหาคม 2022 โดยเปิดตัวรุ่นไฟฟ้าล้วน (BEV) ก่อน และในเดือนกันยายน 2023 ที่ผ่านมา ก็เปิดตัว Seal DM-i ที่เป็นเวอร์ชันไฮบริด แต่ช่วงต้นปี 2023 รุ่นไฮบริดประสบปัญหาบางอย่าง แต่การเปิดตัวพร้อมลดราคานั้นก็ช่วยผลักดันยอดขายช่วงปลายปีได้บ้างในจีน นอกจากนี้ทาง BYD ก็ยังมุ่งเน้นส่งออก Seal เวอร์ชันไฟฟ้าล้วนไปยังตลาดต่างประเทศอีกด้วย

นอกจากรถยนต์แบรนด์หลักจะทำยอดขายได้อย่างสวยงามในปี 2023 แล้ว รถยนต์แบรนด์ย่อยก็เริ่มมียอดขายแล้วด้วยเช่นกัน เริ่มต้นที่แบรนด์ Fang Cheng Bao ที่มีรถยนต์เปิดตัวและวางขายเพียงรุ่นเดียวคือ Bao 5 (Leopard 5) รถ SUV เวอร์ชัน EREV เน้นลุย ขับออฟโรด เริ่มส่งมอบครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน จนทำยอดขายได้มาถึงสิ้นปีร่วมเกือบ 2 เดือนได้ถึง 5,712 คัน

มาถึงแบรนด์ระดับไฮเอนด์ของ BYD อย่าง YangWang ที่วางขายรถยนต์รุ่น YangWang U8 อย่างเป็นทางการเพียงรุ่นเดียว เป็นรถยนต์ SUV ขนาดใหญ่ เวอร์ชัน EREV ทำยอดขายได้ 2,001 คัน โดยเริ่มส่งมอบเดือนพฤศจิกายนมาจนถึงธันวาคม

เมื่อไม่นานมานี้ BYD Golbal ก็ได้ประกาศผ่าน Facebook ว่าเตรียมนำรถรุ่นนี้ไปทำตลาดในต่างประเทศด้วย ร่วมกับรถรุ่น YangWang U9, BYD Song L, BYD Sea Lion และ Fang Cheng Bao Bao 5 แต่ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่าจะนำรถรุ่นไหนไปทำตลาดที่ประเทศใดบ้าง

นอกจาก BYD ยังท็อปฟอร์มในไตรมาสที่ 4 ปี 2023 ทำยอดขายแซงหน้า Tesla ผู้นำด้านรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยยอดขายรายไตรมาส 526,409 คัน ในขณะที่ Tesla ได้ส่งมอบรถไปทั้งหมด 484,507 คัน

สุดท้าย ในด้านการส่งออกของ BYD นั้น เติบโตขึ้นถึง 344% ในปี 2023 โดยบริษัทได้ส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าถึง 242,766 คันไปยังตลาดหลายประเทศ ซึ่งประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย ปัจจุบันรถยนต์ BYD ที่ขายในประเทศไทยมีเพียง 3 รุ่นเท่านั้น ได้แก่ ATTO 3, Dolphin แและ Seal ต้องรอติดตามกันต่อไปว่าในปี 2024 นี้ BYD จะนำรถรุ่นไหนมาวางจำหน่ายในประเทศไทยบ้าง

 

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Sakura P.