ในงาน Beijing Auto Show 2026 แบรนด์ MG ภายใต้เครือ SAIC Motor ได้ยืนยันว่ารถยนต์รุ่น MG 07 จะเป็นรถรุ่นแรกๆ ที่ผลิตเพื่อจำหน่ายจริงที่จะติดตั้งระบบขับขี่อัตโนมัติ Momenta R7 โดยระบบนี้เป็นการรวมเทคโนโลยี “World Model” ที่ใช้การเรียนรู้แบบเสริมกำลัง (Reinforcement Learning) เข้ากับชิป AI เฉพาะทางอย่าง Xheart X7 ซึ่งเป็นการออกแบบโครงสร้างฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ให้ทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว
SAIC จัดเต็ม! ส่ง MG 07 ใช้ชิป AI รุ่นล่าสุด อัปเกรดระบบช่วยขับขี่ระดับโลกในราคาที่เอื้อมถึงได้
การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการหารือระหว่างผู้บริหารของ MG และผู้นำของ Momenta โดยทั้งสองฝ่ายตั้งเป้าที่จะส่งระบบนี้เข้าแข่งขันกับระบบช่วยขับขี่ระดับโลกอย่าง Tesla FSD V14 ตามรายงานจากสื่อ Autohome

Chen Cui ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายแบรนด์ MG ระบุว่า MG 07 จะใช้ระบบ R7 แบบเดียวกับที่ใช้ในรถรุ่นพรีเมียมที่มีราคาสูงกว่า 300,000 หยวน (ประมาณ 1,530,000 บาท) ซึ่งหมายความว่า MG กำลังนำเทคโนโลยีระดับสูงมาใส่ในรถที่มีระดับราคาเข้าถึงง่ายกว่าคู่แข่งรายอื่น ๆ


โดยเขามั่นใจว่าการกำหนดสเปกแบบนี้จะมอบประสบการณ์การใช้งานที่เหนือกว่ารถในระดับเดียวกัน แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยผลทดสอบอย่างเป็นทางการออกมาก็ตาม

คุณ Cao Xudong CEO ของ Momenta อธิบายว่าระบบ R7 คือโมเดลอัจฉริยะที่ใช้การเรียนรู้ด้วยตนเอง ซึ่งมีมาตรฐานระดับเดียวกับ Tesla FSD V14 นอกจากนี้เขายังได้อ้างอิงถึงพฤติกรรมผู้ใช้งานในซิลิคอนแวลลีย์เกี่ยวกับการสมัครใช้งานระบบ FSD ของ Tesla แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลยืนยันจากทาง Tesla โดยตรง

ปัจจุบัน Momenta มีข้อมูลการขับขี่สะสมมากกว่า 100 ล้านกิโลเมตร และมีสถานการณ์จำลองที่ซับซ้อน (Long-tail scenarios) กว่า 1 ล้านรูปแบบ บริษัทตั้งเป้าจะขยายจำนวนรถที่ติดตั้งระบบนี้จาก 80,000 คัน เป็น 200,000 คันภายในสิ้นปี 2026 และตั้งเป้าระยะยาวให้มากกว่า 10 ล้านคัน

นอกจากนี้ยังมีแผนจะเพิ่มกำลังการประมวลผลขึ้น 3 เท่าในปี 2026 โดยตั้งเป้าให้มีศักยภาพในการฝึกฝนระบบสูงถึง 60-80% ของขนาดการประมวลผลที่ Tesla ใช้ในอเมริกาเหนือ
คุณ Cao กล่าวว่า สภาพแวดล้อมการขับขี่ในประเทศจีนมีความซับซ้อนกว่าในสหรัฐอเมริกามาก เนื่องจากมีทั้งคนเดินถนน รถจักรยานยนต์ และระบบขนส่งโลจิสติกส์ที่หนาแน่น ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาระบบให้ฉลาดขึ้น

ระบบ R7 สามารถประมวลผลข้อมูลหลังการฝึกฝนเสร็จสิ้นได้ภายใน 2-3 ชั่วโมง และใช้เวลาฝึกฝนรอบใหญ่เพียงไม่กี่วัน ทำให้สามารถอัปเดตซอฟต์แวร์ให้ลูกค้าได้ทุกสัปดาห์

จากข้อมูลของ China EV DataTracker ยอดขายของ MG ในจีนมีความผันผวนพอสมควรในช่วงปี 2025 ถึงต้นปี 2026 โดยในเดือนมีนาคม 2026 มียอดขายอยู่ที่ 18,003 คัน (เพิ่มขึ้น 80% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า)

สำหรับตัวรถ MG 07 โดดเด่นด้วยดีไซน์ทรงสปอร์ตหลังคาลาด (Fastback) ประตูแบบไร้ขอบ (Frameless) พร้อมติดตั้งระบบ LiDAR บนหลังคา รถรุ่นนี้ถูกวางตัวให้เป็นทายาทไฟฟ้าของรุ่น MG7 โดยเน้นไปที่การขับขี่อัจฉริยะและขุมพลังไฟฟ้า ภายในห้องโดยสารยังทำงานร่วมกับระบบภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model) ที่พัฒนาโดยเครือ SAIC เองด้วย อย่างไรก็ตาม สเปกสุดท้ายก่อนการผลิตจริงยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ
ที่มา carnewschina
