สำหรับใครที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้า (EV) ขนาดกะทัดรัด ขับขี่ง่ายในเมือง และอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย ล่าสุดทาง MG ได้เปิดตัว MG Urban รถยนต์ไฟฟ้าทรง Hatchback ทรงมน ดีไซน์น่ารักที่คาดว่าจะถูกใจกลุ่มลูกค้าผู้หญิงและคนเมืองยุคใหม่เป็นอย่างมาก
พรีวิว New MG Urban รถยนต์ไฟฟ้า 100% ไซส์คล่องตัว ออปชันไฮเทค ตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง
1. รุ่นย่อยและมิติตัวรถ
MG Urban มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ได้แก่ Standard, Max และ Ultra (รุ่นท็อปที่ใช้ในการรีวิวหลัก) [01:13]
-
มิติตัวรถ: ความยาวประมาณ 4.3 เมตร, กว้าง 1.8 เมตร และสูง 1.5 เมตร [01:38]
-
ฐานล้อกว้างขวาง: มีระยะฐานล้อถึง 2,750 มม. ซึ่งยาวพอจะช่วยให้พื้นที่ห้องโดยสารตอนหน้าและตอนหลังนั่งสบาย ไม่รู้สึกอึดอัด [01:55]
-
ความสูงใต้ท้องรถ: อยู่ที่ 140 มม. [01:55] มีรัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 5.2 เมตร ช่วยให้การลัดเลาะในตรอกซอกซอยหรือกลับรถทำได้อย่างคล่องตัว [04:35]
-
ขนาดล้อ: รุ่น Standard ได้ล้อ 16 นิ้ว (ยาง 195/60 R16) ส่วนรุ่น Max และ Ultra ได้ล้ออัลลอยดีไซน์สายฟ้าขนาด 17 นิ้ว (ยาง 205/50 R17) [01:28, 04:24]
2. ดีไซน์ภายนอกและออปชันเด่น
-
ด้านหน้า: กระจังหน้าปิดทึบตามสไตล์ EV ไฟหน้าโปรเจกเตอร์ LED พร้อมไฟ Daytime Running Light ที่ทำหน้าที่เป็นไฟเลี้ยวในตัว โดดเด่นด้วยโลโก้ MG ขนาดใหญ่แบบเรืองแสงสีขาวในเวลากลางคืน [03:13]
-
ด้านหลัง: ไฟท้ายดีไซน์ลวดลายธง Union Jack ลากยาวเชื่อมกันสองฝั่งคล้ายกับที่พบใน MG Cyberster [07:11] สปอยเลอร์หลังสีดำเงา และที่น่าสนใจคือมีกล้องบันทึกเหตุการณ์รอบคันติดตั้งมาให้จากโรงงาน [06:57]
-
หลังคา Glass Roof: เฉพาะรุ่น Ultra (รุ่นท็อป) จะได้หลังคา Panoramic Glass Roof พร้อมม่านบังแดดเปิด-ปิดไฟฟ้า [05:14] ส่วนรุ่นอื่น ๆ จะเป็นหลังคาเหล็กทึบ
3. ขุมพลัง แบตเตอรี่ และระยะทางวิ่ง
ตัวรถใช้แบตเตอรี่ประเภท LFP จาก CATL ขับเคลื่อนล้อหน้า โดยสเปกแบตเตอรี่และการชาร์จจะแตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น [05:52]:
-
รุ่น Standard: แบตเตอรี่ 42.8 kWh วิ่งไกลสูงสุด 435 กม. (มาตรฐาน NEDC) รองรับชาร์จล่วงหน้า DC สูงสุด 82 kW [05:58]
-
รุ่น Max & Ultra: แบตเตอรี่ 53.9 kWh วิ่งไกลสูงสุด 530 กม. (มาตรฐาน NEDC) รองรับชาร์จด่วน DC สูงสุด 88 kW [06:09]
-
การชาร์จ AC: รองรับ 6.6 kW เท่ากันทุกรุ่นย่อย และทุกรุ่นรองรับระบบจ่ายกระแสไฟให้อุปกรณ์ภายนอก V2L สูงสุด 3.3 kW [06:30]
4. ภายในห้องโดยสารและการจัดเก็บสัมภาระ
ห้องโดยสารออกแบบในโทนสีทูโทน เทา-ดำ ตัดสลับตะเข็บด้ายสีส้มแฝงความสปอร์ต [12:17]
-
เบาะนั่ง: โอบกระชับตัวได้ดี ในรุ่น Ultra เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า (ฝั่งคนขับ 6 ทิศทาง / ผู้โดยสาร 4 ทิศทาง) พร้อมระบบเป่าลมระบายอากาศเบาะ (Ventilation Seat) ส่วนรุ่นเริ่มต้นจะเป็นเบาะปรับ manual [10:28, 14:57]
-
พื้นที่ตอนหลัง: นั่งได้สบาย มีที่พักแขนพร้อมที่วางแก้วน้ำ [14:10] ช่องแอร์หลัง และพอร์ต USB Type-C [13:21] เบาะหลังสามารถพับแยกแบบ 60:40 ได้เกือบราบเรียบ [14:29]
-
ความจุสัมภาระ: ห้องเก็บสัมภาระท้ายมีความจุ 382 ลิตร (ขยายเป็น 1,266 ลิตรเมื่อพับเบาะ) และยังมีหลุมเก็บของใต้พื้นรถลึกพิเศษเพิ่มอีก 98 ลิตร (รองรับน้ำหนักได้ 40 กก.) [08:10]
5. เทคโนโลยีหน้าจอและระบบอัจฉริยะ (เฉพาะรุ่น Ultra)
-
หน้าจออินโฟเทนเมนต์: รุ่นท็อป Ultra จัดเต็มด้วยหน้าจอกลางขนาดใหญ่ 15.6 นิ้ว ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผลความเร็วสูง Qualcomm Snapdragon 8155 ทำให้การทัชสกรีนลื่นไหลมาก (รุ่นเริ่มต้นจะได้จอ 12.8 นิ้ว) [16:18]
-
ความฉลาดของระบบปฏิบัติการ: มีเมนูทางลัดที่สามารถกดลากเพื่อ Edit ปรับแต่งไอคอนเองได้ตามใจชอบ [15:09], มีโหมดกล้องมองภาพข้างตัวรถในวันฝนตก (Rainy Day Image) [20:58] และที่ล้ำสุดคือมี ChatGPT AI ในตัว สำหรับโต้ตอบรับคำสั่งเสียง (ฟรีในเดือนแรก) [21:37]
-
พอร์ตชาร์จวัตต์สูง: ช่อง USB Type-C ด้านล่างคอนโซลกลางรองรับการจ่ายไฟเร็ว (Fast Charge) สูงสุดถึง 60 วัตต์ สามารถชาร์จโน้ตบุ๊กหรือแท็บเล็ตได้สบาย [24:14]
6. ฟังก์ชันไฮไลท์: ระบบจอดรถอัตโนมัติ (APA)
สิ่งที่สร้างความประทับใจที่สุดในการพรีวิวครั้งนี้คือ ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ (Auto Parking) [03:51] ที่ทำงานร่วมกับกล้อง 360 องศาและเซ็นเซอร์รอบคันได้อย่างแม่นยำ:
-
การจอดจากในรถ: ระบบสามารถค้นหาช่องจอดรถ (ดีเทคได้พร้อมกันหลายช่อง) และเมื่อผู้ขับขี่เลือกช่องจอด ตัวรถจะควบคุมพวงมาลัย, เกียร์, และเบรกเพื่อถอยเข้าซองให้อัตโนมัติอย่างปลอดภัย แม้ในพื้นที่แคบ [28:40, 31:03]
-
การจอดและออกจากซองผ่านสมาร์ทโฟน: ผู้ขับขี่สามารถลงมานอกรถ แล้วสั่งงานให้รถถอยเข้าซองจอดเอง หรือสั่งให้รถขับเคลื่อนเดินหน้า-ถอยหลังตรง ๆ ออกมาจากช่องจอดแคบ ๆ ผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือได้ โดยรถจะหยุดทำงานทันทีหากเซ็นเซอร์ตรวจเจอสิ่งกีดขวางหรือเมื่อมีการเปิดประตูรถ [34:22]
7. ฟีลลิ่งการขับขี่ช่วงสั้น
ระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็น MacPherson Strut ด้านหลังเป็น Torsion Beam การเซ็ตติ้งช่วงล่างให้ความรู้สึกกระชับแต่แฝงด้วยความนุ่มนวล [06:42] นอกจากนี้ยังมีระบบ One-Paddle Control (ระบบหน่วงพลังงานกลับเข้าแบตเตอรี่) ที่ปรับได้หลายระดับ โดยฟีลลิ่งในโหมดหน่วงจะมีความสมูท ลื่นเนียน หัวไม่ทิ่ม และใช้งานง่ายกว่า MG4 [32:46]
สรุปภาพรวม: MG Urban ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้าอีกหนึ่งรุ่นที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง โดดเด่นด้วยขนาดตัวถังที่พอเหมาะกับการใช้ในเมือง แต่ได้ความอัจฉริยะของระบบช่วยเหลือการขับขี่ โดยเฉพาะระบบจอดรถอัตโนมัติที่ทำออกมาได้ฉลาดและใช้งานได้จริง เหมาะกับมือใหม่หรือผู้ที่ต้องเผชิญกับที่จอดรถแคบ ๆ ในเมืองเป็นประจำครับ [36:39]