Firefly ถือเป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าน้องใหม่แกะกล่องที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย นำเข้าและจัดจำหน่ายโดยกลุ่มธนบุรี (ผู้มีชื่อเสียงด้านการประกอบรถยนต์ Mercedes-Benz และ Geely ในไทย) โดย Firefly อยู่ในฐานะ “น้องเล็กสุด” ของค่าย NIO ที่เน้นรถยนต์ขนาด Compact สำหรับขับขี่ในเมือง มีความคล่องตัวสูง แต่ยังคงประสิทธิภาพ เทคโนโลยี และความสนุกสนานในการขับขี่เอาไว้ในราคา 799,000 บาท
รีวิวเจาะลึก Firefly กทม.-เชียงใหม่ ชาร์จกี่รอบ ขับดีแค่ไหน สู้ Mini ไหวไหม? ดูจบรู้เรื่อง (ที่แรก!)
1. ดีไซน์ภายนอกและอัตลักษณ์ที่โดดเด่น [03:23]
-
ไฟหน้า Trio Light: ดีไซน์ไฟหน้า LED 3 ดวงแยกส่วนกัน (มีคนแซวว่าคล้ายกล้อง iPhone Pro Max) ให้ความสว่างสูงและปรับระดับความสูงต่ำได้ตามต้องการ
-
โลโก้ Illuminate: โลโก้แบรนด์รูปหิ่งห้อยกำลังโบยบิน มีไฟเรืองแสงสีขาวตอนต้อนรับผู้ขับขี่หรือตอนชาร์จไฟ
-
เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: วัสดุกระจังหน้าและชุดกันชนส่วนใหญ่ผลิตมาจากพลาสติกรีไซเคิล ตามปรัชญาของ NIO
-
ล้อและช่วงล่าง: ล้อขนาด 18 นิ้ว (215/50 R18) พร้อมฝาครอบแอโรไดนามิก ตัวรถยาวประมาณ 4 เมตร (สั้นกว่า BYD Dolphin) มีกล้องรอบคันและหลังคากระจกพาโนรามาสไตล์ทูโทน [06:28]
2. พื้นที่เก็บสัมภาระและการพับเบาะหลัง [11:44]
-
ฝาท้าย Manual: น่าเสียดายที่ในราคานี้ยังไม่ได้ฝาท้ายไฟฟ้า [11:44]
-
ฟังก์ชันพับเบาะแบบพิเศษ: เบาะหลังแยกพับแบบ 60:40 หากดึงเชือกใต้เบาะจะสามารถยกฐานเบาะขึ้นมาเพื่อเป็นพื้นที่ซ่อนเก็บของ (เช่น รองเท้า) ได้ และเมื่อพับพนักพิงลงไปจะช่วยให้พื้นที่เรียบราบ (Flat) มากขึ้น เพิ่มความจุได้สูงสุดถึง 1,253 ลิตร [14:10]
-
ฝากระโปรงหน้า (Frunk): มีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหน้าลึกถึง 92 ลิตร [20:47]
3. แบตเตอรี่และการชาร์จ (โจทย์ท้าทายสำหรับการเดินทางไกล) [16:10]
-
สเปกแบตเตอรี่: ความจุ 42.1 kWh สถาปัตยกรรม 400V รองรับ V2L 3.6 kW ระยะทางวิ่งใช้งานจริงในเมืองสไตล์ Daily use จะกินพลังงานต่ำ แต่ถ้าวิ่งทางไกลด้วยความเร็ว 100-110 กม./ชม. จะวิ่งได้จริงประมาณ 315 – 330 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็ม 100% [17:44]
-
การชาร์จ DC: รองรับสูงสุด 100 kW (ชาร์จจริงได้ช่วง 70-80 kW) แต่เมื่อชาร์จเกิน 50-60% ความเร็วจะดรอปลงค่อนข้างมาก ทำให้การชาร์จจาก 10% ไป 80% ใช้เวลาประมาณ 30 นาที หากขับทางไกล (เช่น กรุงเทพฯ – เชียงใหม่) อาจต้องแวะชาร์จอย่างน้อย 3 รอบ และแอบเสียเวลาในช่วงที่กระแสไฟดร็อป [17:28]
-
รองรับการ Swap แบตเตอรี่: ตัวรถออกแบบมาให้สามารถเข้าสถานีสลับแบตเตอรี่ของ NIO ได้ ซึ่งเปิดโอกาสในการอัปเกรดความจุแบตเตอรี่ในอนาคต [19:45]
4. ภายในห้องโดยสารและระบบ Infotainment [21:49]
-
เบาะนั่งพรีเมียม: เบาะปรับไฟฟ้าคู่หน้า พร้อมระบบ Welcome Seat (Easy Entry) เลื่อนเบาะถอยหลังอัตโนมัติเมื่อเปิดประตูทั้งฝั่งคนขับและคนนั่ง ตัวเบาะมีระบบ ระบายอากาศ (Ventilation Seat) และ ระบบนวด ซึ่งหาได้ยากในรถระดับราคานี้ [22:31]
-
ดีไซน์คอนโซลแบบ Open: คอนโซลกลางด้านหน้าโล่งทะลุถึงกันได้ ที่พักแขนตรงกลางเปิดได้ 2 ชั้น มีพอร์ต Type-C (60W และ 18W) ตัวเบาะหุ้มหนัง Vegan และวัสดุหนังกลับผิวสัมผัสนุ่ม [26:57]
-
หน้าจอและระบบปฏิบัติการ: จอหลังพวงมาลัยขนาด 6 นิ้ว (พร้อมกล้องตรวจจับผู้ขับขี่) จอส่วนกลางขนาด 13.2 นิ้ว ทำงานบนระบบ Android ลื่นไหลเพราะใช้ชิป Snapdragon มี UI ลูกเล่นน่ารัก เช่น วิดเจ็ตแอนิเมชันรูปแมว/หมา และแอป Spotify แบบ Build-in รวมถึงรองรับ Wireless Apple CarPlay [24:05]
-
ระบบเสียงและเครื่องเสียง: ลำโพงรอบคัน 14 ตัว พลังขับรวม 600 กว่าวัตต์ รองรับ Dolby Atmos 7.1 [26:02]
-
พื้นที่ผู้โดยสารตอนหลัง: นั่งได้สบายพอสมควร (ความสูง 170-180 ซม. เข่าและหัวไม่ติด) แต่ข้อเสียคือ ไม่มีช่องแอร์ตอนหลัง และไม่มีที่พักแขนตรงกลาง [32:47]
5. สมรรถนะและการขับขี่ [47:03]
-
พละกำลัง: มอเตอร์เดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) 100 kW (ประมาณ 138 แรงม้า) อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 8.1 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ 150-155 กม./ชม. มีบาลานซ์น้ำหนักหน้า-หลัง 50:50 ขับสนุก เร่งแซงได้ทันใจ [48:44]
-
วงเลี้ยวแคบมาก: รัศมีวงเลี้ยวเพียง 4.7 เมตร เหมาะมากกับซอยแคบในเมือง [48:49]
-
ช่วงล่างโดดเด่น: ด้านหน้า MacPherson ด้านหลัง Multi-link เซ็ตติ้งช่วงล่างมาในสไตล์นุ่มแน่ว ซับแรงกระแทกจากรอยต่อถนน ฝาท่อ และทางขรุขระได้ดีมาก แม้วิ่งด้วยความเร็ว 100-110 กม./ชม. เข้าโค้งที่เป็นแอ่งตัวรถก็ไม่มีอาการท้ายสะบัด [50:15]
-
ระบบช่วยเบรก (Regenerative Braking): ปรับได้ 4 ระดับ มีโหมด One Pedal และมีระบบ Regen Auto ที่จะปล่อยไหลเมื่อไม่มีรถข้างหน้าและจะช่วยชะลอเบรกให้อัตโนมัติเมื่อเข้าใกล้รถคันหน้า [53:15]
-
ระบบช่วยขับขี่ (Diving Assistant): มีระบบ LCC (เลนเซนเตอร์) บังคับให้อยู่กลางเลนได้แม่นยำ และระบบ Lane Change อัตโนมัติเมื่อเปิดไฟเลี้ยวที่ความเร็ว 70 กม./ชม. ขึ้นไป [55:28]
จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม (ข้อสังเกตจากผู้รีวิว)
-
ระบบแอร์หน้า: ช่องแอร์ปรับไฟฟ้าสามารถสวิงซ้าย-ขวาได้ แต่อัปเกรดให้ก้ม-เงยไม่ได้ บางครั้งลมแอร์อาจเป่าโดนหน้าผู้ขับขี่โดยตรง [58:34]
-
ไม่จำค่าเริ่มต้น: ตัวรถไม่จำโหมดคันเร่ง (เช่น ตั้ง Eco ไว้ ดับเครื่องเปิดใหม่จะกลับไป Comfort เสมอ) และไม่จำการปิดระบบ Emergency Lane Keep Assist (ระบบดึงพวงมาลัยกลับเมื่อออกนอกเลน) ทำให้ต้องกดปิดเองทุกครั้งที่สตาร์ทรถ [43:34]
-
เสียงเตือนค่อนข้างดัง: เสียงแจ้งเตือนของระบบความปลอดภัยและเสียงเข้าเกียร์ค่อนข้างดังเกินไปและปรับลดระดับเสียงไม่ได้ [57:58]
-
ความร้อนจากหลังคา: หลังคากระจกแม้จะกัน UV แต่ในเมืองไทยยังคงมีความร้อนแผ่ลงมาค่อนข้างมาก จำเป็นต้องติดม่านบังแดดเพิ่มเติม [59:02]
Firefly ไม่ใช่รถยนต์ไฟฟ้าไร้หัวนอนปลายเท้า แต่ได้รับการถ่ายทอดดีเอ็นเอและเทคโนโลยี R&D มาจาก NIO คาแรคเตอร์ของรถรุ่นนี้ชัดเจนว่าเป็น “รถคันที่ 2 หรือ 3 ของบ้าน” เหมาะสำหรับเป็นรถใช้งานในเมือง (City Car) ดีไซน์มีสไตล์ ขับขี่สนุก ช่วงล่างมั่นใจได้ ฟีเจอร์ความสะดวกสบายในห้องโดยสารจัดเต็มเกินราคา แต่หากต้องการนำไปวิ่งเดินทางไกลข้ามจังหวัดบ่อย ๆ อาจจะต้องวางแผนเรื่องจุดชาร์จและเวลาในการชาร์จให้ดี [01:04:23]