ใน

Tesla! อัปเดต FSD v14 Lite ทำคอมพิวเตอร์ HW3 ร้อนจัดจนพัง แบกค่าซ่อมเองเป็นหมื่น!

ขณะที่ Tesla พยายามผลักดันระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติรุ่นใหม่ล่าสุดลงในฮาร์ดแวร์รุ่นเก่า เจ้าของรถจำนวนมากเริ่มพบปัญหาระบบระบายความร้อนบริเวณใต้แผงคอนโซลหน้า หลังจากที่ Tesla เริ่มเปิดให้คนทั่วไปใช้งานระบบ Full Self-Driving (Supervised) v14 Lite ได้ไม่นาน ก็มีรายงานว่าคอมพิวเตอร์ Autopilot รุ่น Hardware 3 (HW3) เกิดความร้อนสูงเกินไปจนน่ากลัว ส่งผลให้ระบบแจ้งเตือนความร้อน หรือในบางรายคอมพิวเตอร์ถึงขั้นพังเสียหายอย่างสิ้นเชิง

Tesla! อัปเดต FSD v14 Lite ทำคอมพิวเตอร์ HW3 ร้อนจัดจนพัง แบกค่าซ่อมเองเป็นหมื่น!

เดิมที FSD v14 Lite เปิดตัวให้ผู้ทดสอบกลุ่มแรก (Early Access) ได้ลองใช้ตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แต่หลังจาก Tesla ปล่อยเวอร์ชันใหม่ที่เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ เข้ามาในเดือนที่แล้ว ระบบนี้ก็เริ่มกระจายไปยังผู้ใช้ทั่วไปมากขึ้น เมื่อมีผู้ขับขี่ใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างกว้างขวาง ร้องเรียนเรื่องความร้อนสูงก็พุ่งสูงขึ้นตามโซเชียลมีเดียต่าง ๆ

เจ้าของรถหลายรายเริ่มกังวลหลังจากเห็นอุณหภูมิของกล่องควบคุม Autopilot (ECU) พุ่งสูงเกินระดับที่ปลอดภัย โดยผู้ใช้ X ชื่อ @TexasTSLA ได้โพสต์เตือนว่า “ระวังการใช้ FSD 14 Lite กันด้วยนะครับ ตอนนี้กล่อง ECU อุณหภูมิพุ่งสูงถึง 102 องศาเซลเซียสแล้ว!” พร้อมเสริมว่า ปุ่ม “Start Self-Driving” บนหน้าจอก็หายไปด้วยหลังจากคอมพิวเตอร์ FSD เริ่มร้อนจัด

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคอมพิวเตอร์ FSD ร้อนเกินไป?

FSD v14 Lite เป็นซอฟต์แวร์ที่ถูกย่อขนาดและบีบอัดมาจากระบบ v14 หลัก ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้รถรุ่นเก่าได้ใช้นวัตกรรมขับเคลื่อนอัตโนมัติแบบเดียวกับรถรุ่นใหม่อย่าง Hardware 4 (HW4) แต่ว่าคอมพิวเตอร์ HW3 มีความเร็วในการส่งข้อมูลของหน่วยความจำ (Memory Bandwidth) เพียงแค่ประมาณ 15% ของ HW4 เท่านั้น ดังนั้นการนำซอฟต์แวร์ที่หนักกว่า FSD v12 (ซึ่งเป็นเวอร์ชันเดิมที่ HW3 เคยใช้) มารันบนชิปรุ่นเก่า จึงทำให้ชิปต้องทำงานหนักขึ้นมากและเกิดความร้อนสะสมมากขึ้นตามไปด้วย

ข้อมูลเตือนภัยใน Service Mode ของรถ HW3 ที่ได้รับผลกระทบระบุว่า อุณหภูมิการทำงานปกติของคอมพิวเตอร์ HW3 Autopilot จะอยู่ที่ระหว่าง 0 ถึง 90 องศาเซลเซียส หากอุณหภูมิสูงเกิน 90 องศาเซลเซียส ระบบจะแจ้งเตือนความผิดพลาดทางความร้อนทันที บนหน้าจอจะบังคับยกเลิกการทำงานของ FSD, ปิดไม่ให้กดปุ่ม “Start Self-Driving” และแสดงการแจ้งเตือนพวงมาลัยสีแดงจนกว่าคอมพิวเตอร์จะเย็นลง

ที่แย่กว่านั้นคือ ในกรณีที่เกิดความร้อนสะสมเป็นเวลานาน อาจทำให้แผงวงจรพังเสียหาย และเจ้าของรถต้องจ่ายเงินค่าซ่อมแซมเอง @ChuckCook นักทดสอบ FSD ชื่อดัง ได้แบ่งปันเรื่องราวบน X เกี่ยวกับรถ Model Y ปี 2022 ของคนในครอบครัวที่ใช้ HW3 และเจอปัญหานี้ว่า:

“พวกเขานำรถเข้าศูนย์บริการ Tesla ในเมืองบอสตันระหว่างเดินทาง ช่างบอกว่าคอมพิวเตอร์ HW3 กำลังจะพังหรือพังไปแล้ว ทำให้ตอนนี้พวกเขาต้องจ่ายเงินซื้อคอมพิวเตอร์ HW3 เครื่องใหม่เอง” (หมายเหตุ: ค่าเปลี่ยนคอมพิวเตอร์ HW3 จากศูนย์ Tesla โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ $1,000–$2,000 หรือราวๆ 35,000–70,000 บาท)

ด้าน @Tutrifour ได้สรุปข้อสังเกตจากอู่ซ่อมรถนอกศูนย์บน X ไว้ว่า “วันนี้เห็นโพสต์เรื่องคอมพิวเตอร์ Autopilot ร้อนจัดเยอะมาก แถมมีลูกค้าที่เจออาการเดียวกันนี้พอดี ดูเหมือนว่า FSD Lite จะทำงานแล้วเกิดความร้อนสูงขึ้น จนระบบระบายความร้อนสู้คลื่นความร้อนไม่ไหวหรือเปล่า?”

วงจรความร้อนและข้อจำกัดของฮาร์ดแวร์

สาเหตุหลัก ๆ มาจากภาระการทำงานของคอมพิวเตอร์และการออกแบบระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ กล่อง ECU ของ HW3 ตั้งอยู่จุดสูงสุดของวงจรน้ำชะลอความร้อน ทำให้อยู่ห่างจากหม้อน้ำมากที่สุด หากระบบระบายความร้อนมีประสิทธิภาพลดลงเพียงเล็กน้อย จุดนี้จะได้รับผลกระทบหนักที่สุด ดังนั้น สาเหตุที่แท้จริงอาจไม่ใช่แค่เพราะ FSD v14 Lite ดึงพลังคอมพิวเตอร์ HW3 มาใช้หนักเกินไป แต่เป็นผลมาจากหลายปัจจัยร่วมกัน

@ChinaEV_Eng_Lif ได้ตั้งสมมติฐานบน X ว่า วงจรระบายความร้อนอาจจะ “ดึงพลังงานความร้อนจากห้องโดยสารเข้าไปยังวงจรแบตเตอรี่” ซึ่งเป็นส่วนที่คอมพิวเตอร์ Autopilot เชื่อมต่ออยู่ ส่งผลให้คอมพิวเตอร์ไม่ได้รับการระบายความร้อนที่เพียงพอ

หากรถมีระดับน้ำยาคูลแลนท์ต่ำ, มีฟองอากาศค้างในระบบวาล์ว Octovalve หรือมีเศษขยะอุดตันที่ครีบหม้อน้ำ วงจรระบายความร้อนจะไม่สามารถระบายความร้อนได้เร็วพอ การรันซอฟต์แวร์ที่ใช้ประมวลผลสูงบนระบบระบายความร้อนที่ผ่านการใช้งานมานาน จึงทำให้ชิปเกินขีดจำกัดความร้อนได้อย่างรวดเร็ว

ประกอบกับรถ HW3 ส่วนใหญ่มีอายุการใช้งานหลายปีแล้ว จึงไม่สามารถคาดหวังให้ระบบระบายความร้อนทำงานได้สมบูรณ์ 100% หากระบบ Autopilot HW3 ไม่สามารถรับมือกับ FSD v14 Lite ได้ นอกเสียจากว่าระบบระบายความร้อนจะทำงานได้สมบูรณ์แบบจริง ๆ Tesla อาจจะต้องยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดที่ต้องเร่งแก้ไข

ปัญหาระดับความร้อนนี้นับเป็นอีกหนึ่งอุปสรรคของซอฟต์แวร์ตระกูล Lite ที่ผู้ใช้รอคอยมานาน ก่อนหน้านี้เคยมีรายงานว่า FSD v14 Lite มีปัญหาในการมองเห็นวัตถุขณะถอยหลัง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการชนในความเร็วต่ำ และเมื่อคอมพิวเตอร์มาร้อนจัดจนพังนอกระยะประกันเช่นนี้ ทำให้ Tesla กำลังเผชิญความกดดันอย่างหนักในการแก้ปัญหาขีดจำกัดด้านการประมวลผลของรถรุ่นเก่า

ที่มา notateslaapp

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Sakura P.