หลังจากที่ต้องรอคอยการอัปเกรดฮาร์ดแวร์อย่างเป็นทางการสำหรับรถรุ่นเก่านานเกินไป นักพัฒนาชื่อดังในชุมชนผู้ใช้ Tesla จึงตัดสินใจลงมือทำด้วยตัวเอง โดย Michał Gapiński วิศวกรซอฟต์แวร์ผู้อยู่เบื้องหลังโปรเจกต์ Tesla Android (ผู้พัฒนาระบบเชื่อมต่อ Apple CarPlay แบบไม่เป็นทางการบนหน้าจอ Tesla ระหว่างที่ Tesla ยังพัฒนาระบบทางการอยู่) ได้ทำการดัดแปลงติดตั้งคอมพิวเตอร์ Autopilot รุ่น Hardware 4 (HW4 หรือ AI4) เข้ากับรถ Tesla Model 3 ปี 2022 รุ่นเก่าที่เดิมทีมาพร้อมกับ Hardware 3 (HW3 หรือ AI3) ได้สำเร็จเป็นที่เรียบร้อย
เจ้าของ Tesla ประสบความสำเร็จในการอัปเกรด Model 3 จาก HW3 เป็น HW4 ด้วยตัวเอง
โปรเจกต์นี้ถือเป็นข้อพิสูจน์ว่า การอัปเกรดรถ Tesla รุ่นเก่าให้รองรับฮาร์ดแวร์ระบบขับขี่อัตโนมัติรุ่นปัจจุบันนั้นสามารถทำได้ในทางเทคนิค โดยไม่จำเป็นต้องรื้อเปลี่ยนชุดสายไฟทั้งคันหรือดัดแปลงโครงสร้างใหญ่โต โดยก่อนหน้านี้ Gapiński ก็เคยดัดแปลงนำระบบชาร์จไร้สายพร้อมพัดลมระบายความร้อนที่ชาร์จได้เร็วกว่าของ Model Y L มาใส่ใน Model Y รุ่นมาตรฐานมาแล้ว
เขาได้โพสต์แชร์ผลงานนี้บนแพลตฟอร์ม X โดยระบุว่า เขาสามารถติดตั้งคอมพิวเตอร์ HW4 ลงใน Model 3 รุ่นเก่า และเริ่มทำให้กล้องตัวแรกทำงานได้แล้ว

ภาพ Michał Gapiński
Gapiński กล่าวว่า “มันไม่ได้แย่อย่างที่คิดไว้” พร้อมเสริมว่าการเปลี่ยนคอมพิวเตอร์จำเป็นต้องมีการแฮ็กระบบ ECU เพียงเล็กน้อยเท่านั้น และการอัปเกรดกล้องก็สามารถทำได้โดยใช้เพียงหัวแปลงอะแดปเตอร์ (Adapter) โดยไม่ต้องตัดต่อหรือเดินสายกล้องใหม่ทั้งระบบ
เขายังระบุเพิ่มเติมว่า “ตอนนี้รถขับได้แล้ว แต่ยังเหลืองานเก็บรายละเอียดอีกเล็กน้อยเพื่อให้ฟังก์ชันทุกอย่างทำงานได้ครบถ้วน” พร้อมทิ้งท้ายว่า จริงๆ แล้ว Tesla สามารถเปิดโปรแกรมอัปเกรดนี้ให้กับลูกค้าได้โดยตรง เพราะแทบไม่ต้องใช้อะไหล่ใหม่อื่นใดเลยนอกจากคอมพิวเตอร์ HW4 และชุดกล้อง
เจาะลึกเบื้องหลังการดัดแปลงติดตั้งคอมพิวเตอร์ HW4
การจะทำให้ “สมองกล” ระบบขับขี่อัตโนมัติรุ่นใหม่สามารถสื่อสารกับตัวรถรุ่นเก่าได้นั้น จำเป็นต้องอาศัยทั้งการดัดแปลงฮาร์ดแวร์และการปรับแต่งเฟิร์มแวร์ควบคู่กัน
Gapiński ได้นำคอมพิวเตอร์ HW4 ที่ถอดมาจากรถ Model Y มาใช้งาน โดยเขาได้พูดติดตลกว่าขั้นตอนการติดตั้งนั้นใช้แค่กาวอีพ็อกซี่ เคเบิ้ลไทร์ และความกล้าล้วนๆ อย่างไรก็ตาม เขาชี้แจงว่าเนื่องจากตัวเคสคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่มีความสูงกว่าเดิมเพียงเล็กน้อย หากเจาะรูยึดเพิ่มเติมก็สามารถใช้ขายึดของ Model 3 โฉมใหม่ (“Highland”) ขันน็อตล็อกได้อย่างเรียบร้อยพอดี

ประเด็นทางเทคนิคสำคัญก่อนหน้านี้คือเรื่องของสายสัญญาณกล้องรุ่นเก่าว่าจะรองรับเซนเซอร์ของ HW4 ได้หรือไม่ ซึ่ง Gapiński ยืนยันว่า “ทั้งสองรุ่นใช้สายแบบ Fakra เหมือนกัน เพียงแค่ต้องแปลงหัวเชื่อมต่อเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องตัดสายหรือเปลี่ยนชุดสายไฟใหม่เลย”
แม้ว่าจะต้องเปลี่ยนกล้องภายนอกรอบคันเป็นกล้องรุ่น HW4 ทั้งหมด แต่การใช้หัวแปลงแบบสั่งทำพิเศษ (Custom Adapter) ทำให้สามารถใช้ชุดสายไฟเดิมที่มาจากโรงงานได้
นอกจากนี้ เขายังตั้งข้อสังเกตว่าระบบระบายความร้อนและการจ่ายพลังงานของ Model 3 ปี 2022 นั้นเพียงพอที่จะรองรับคอมพิวเตอร์ HW4 ได้อย่างสบาย แต่เขาก็เสริมว่า ในความเป็นจริงแล้วการอัปเกรดระบบประมวลผลหน้าจอจาก Intel Atom รุ่นเก่าไปเป็น AMD Ryzen ยังทำได้ง่ายกว่าการเปลี่ยนคอมพิวเตอร์ FSD และชุดกล้องเสียอีก
ลดช่องว่างด้านประสิทธิภาพระหว่าง HW3 และ HW4
แรงจูงใจสำคัญในการดัดแปลงครั้งนี้อยู่ที่ “ขุมพลังการประมวลผล” ล้วนๆ เนื่องจาก Hardware 3 มีแบนด์วิดท์หน่วยความจำ (Memory Bandwidth) เพียงประมาณ 15% ของ Hardware 4 เท่านั้น ข้อจำกัดด้านแบนด์วิดท์นี้ทำให้รถที่ใช้ HW3 ต้องติดอยู่กับซอฟต์แวร์ FSD เวอร์ชันเก่า (v12.6) นานกว่าหนึ่งปี ก่อนที่ Tesla จะปล่อยเวอร์ชัน FSD v14 Lite ออกมาให้อัปเดตเมื่อเดือนที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม แม้ว่า FSD v14 Lite จะพัฒนาขึ้นอย่างมากจาก v12.6 แต่ก็ยังตามหลังซอฟต์แวร์เวอร์ชันหลักอย่าง FSD v14 ในเรื่องความแม่นยำและความเร็วในการตัดสินใจ ยิ่งไปกว่านั้น การนำโครงข่ายประสาทเทียม (Neural Networks) สมัยใหม่มารันบนชิปประมวลผลรุ่นเก่ายังทำให้ฮาร์ดแวร์ทำงานหนักจนแตะขีดจำกัดด้านความร้อน และเริ่มมีรายงานว่าคอมพิวเตอร์ HW3 เกิดปัญหาความร้อนสะสมสูง (Overheat) ขณะใช้งาน FSD v14 Lite
ประเด็นการอัปเกรดจาก Tesla
การอัปเกรดจาก HW3 เป็น HW4 เป็นหัวข้อที่พูดคุยกันอย่างกว้างขวางมาตลอดหลายปี โดยหลายฝ่ายมองว่าเป็นไปไม่ได้หรือต้องดัดแปลงตัวรถขนานใหญ่ ทว่าผลงานชิ้นนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เจ้าของรถสามารถทำได้ด้วยตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจาก Tesla เลย
ทางฝั่ง Tesla ค่อนข้างเงียบเกี่ยวกับแผนการอัปเกรด HW3 แต่เคยระบุว่าจะมีการอัปเกรดให้กับเจ้าของรถที่ซื้อแพ็กเกจ FSD แบบจ่ายเต็มจำนวน และล่าสุดได้ยืนยันว่าการอัปเกรดจะต้องเปลี่ยนไปใช้กล้องความละเอียดสูงของ HW4 ด้วย ซึ่ง Tesla อาจจำเป็นต้องเปิดศูนย์บริการอัปเกรดชั่วคราวทั่วประเทศ แต่ในขณะเดียวกัน Tesla ก็ระบุว่า การเปิดให้อัปเกรดในตอนนี้ยังไม่สมเหตุสมผล จนกว่าบริษัทจะพัฒนาระบบขับขี่อัตโนมัติได้อย่างสมบูรณ์และทราบแน่ชัดว่าต้องใช้ฮาร์ดแวร์ระดับใดจึงจะเพียงพอ
นอกจากนี้ Tesla ยังเพิ่งยืนยันว่า รถที่ใช้ HW3 จะไม่สามารถไปถึงระดับการขับขี่อัตโนมัติแบบไร้คนควบคุม (Unsupervised Autonomy) ได้ แต่เมื่อยังไม่มีโครงการอัปเกรดอย่างเป็นทางการออกมา และ Tesla เองกำลังเผชิญกับการถูกฟ้องร้องแบบกลุ่มในยุโรปจากกลุ่มผู้ใช้ HW3 ที่ไม่พอใจ กลุ่มนักประดิษฐ์และนักดัดแปลงในคอมมูนิตี้จึงต้องออกมาหาทางออกด้วยตนเอง
ยิ่งในอนาคตจะมีชิปรุ่นใหม่อย่างคอมพิวเตอร์ FSD AI4+ (หรือ AI4.5) ที่ Tesla เคยแย้มไว้เมื่อช่วงต้นปี โปรเจกต์ DIY ของ Gapiński จึงเป็นเครื่องพิสูจน์สำคัญว่า รถ Tesla รุ่นเก่าไม่จำเป็นต้องถูกทิ้งไว้ข้างหลังเมื่อเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติก้าวหน้าไป
ที่มา notateslaapp
