RoboSense ผู้ผลิตเซนเซอร์ LiDAR สัญชาติจีน (จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง: 2498) ได้รับคำสั่งซื้อครั้งใหญ่จากผู้ผลิตรถยนต์กระแสหลักอีกครั้ง ในขณะที่เซนเซอร์ประเภทนี้กำลังกลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ (EV) ในประเทศจีน
RoboSense พุ่งแรง! คว้าออเดอร์ LiDAR อีกครึ่งล้านชุดจาก FAW Toyota ดันยอดจองสะสมทะลุ 9 ล้านชุด
ตามแถลงการณ์ของบริษัทเมื่อวันพุธระบุว่า FAW Toyota ได้เลือกใช้ LiDAR ระบบดิจิทัลของ RoboSense เพื่อติดตั้งในรถยนต์รุ่นใหม่ที่จะผลิตในปริมาณมาก (Mass-production) โดยมียอดสั่งซื้อรวมสูงถึง 500,000 ชุด

ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นความคืบหน้าล่าสุดของความร่วมมือระหว่างสองบริษัท หลังจากที่เคยบรรลุข้อตกลงร่วมกันไปแล้วเมื่อเดือนธันวาคม 2025 ซึ่งในตอนนั้นมียอดสั่งซื้อสูงถึง 1 ล้านชุด
RoboSense มั่นใจว่าประสิทธิภาพที่เหนือชั้นของ LiDAR ระบบดิจิทัล จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยให้การใช้งานระบบขับขี่อัจฉริยะขั้นสูงแพร่หลายรวดเร็วยิ่งขึ้น
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แบรนด์รถยนต์ญี่ปุ่นได้บุกตลาดรถ EV ในจีนอย่างหนัก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน แบรนด์ร่วมทุนเหล่านี้จึงหันมาเลือกใช้เซนเซอร์ล้ำสมัยจากผู้ผลิตในจีนมากขึ้น เช่นเดียวกับเมื่อเดือนธันวาคม 2025 ที่ RoboSense เพิ่งได้รับยอดสั่งซื้อเกือบ 1 ล้านชุดจาก Dongfeng Nissan

ในด้านผลประกอบการ ไตรมาสแรกของปี 2026 RoboSense มีรายได้รวม 458.8 ล้านหยวน (ประมาณ 2,330 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นถึง 39.9% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และสามารถลดการขาดทุนสุทธิลงได้ 36% เหลือเพียง 64 ล้านหยวน (ประมาณ 325 ล้านบาท) แม้ว่ายอดจัดส่ง LiDAR สำหรับหุ่นยนต์จะพุ่งสูงขึ้นจนแซงหน้าธุรกิจรถยนต์เป็นครั้งแรกในไตรมาสนี้ แต่ตลาดรถยนต์ก็ยังคงเป็นรากฐานที่สำคัญที่สุด
ปัจจุบัน RoboSense มียอดคำสั่งซื้อค้างส่ง (Backlog) สำหรับระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง (ADAS) มากกว่า 9 ล้านชุด ครอบคลุมรถยนต์ถึง 177 รุ่นจากผู้ผลิตหลายรายทั่วโลก โดยบริษัทตั้งเป้ายอดจัดส่ง LiDAR ทั้งหมดในปี 2026 ไว้ที่ 2 ถึง 2.7 ล้านชุด ซึ่งสูงกว่ายอดปี 2025 ถึง 2-3 เท่า
นอกจากนี้ เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มกำไร บริษัทได้เปิดตัวสถาปัตยกรรมชิปที่พัฒนาขึ้นเองเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เพื่อรักษาความได้เปรียบด้านราคาและความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีในตลาดที่มีการแข่งขันสูง
ที่มา cnevpost
